ป้ายโฆษณา
ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ปลูกป่าชายเลนโฮมสเตย์ ที่คลองช่องและคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม

ตลอดแนวสองฟากฝั่งคลองช่องที่ทอดยาวคู่ขนานกับคลองโคนในตำบล คลองโคนอำเภอ เมือง จังหวัด สมุทรสงครามซึ่งอยู่ทางปีกขวาของแม่น้ำแม่กลองนั้นเต็มไปด้วยบ้านเรือนชาวประมงชายฝั่งหรือชาวประมงพื้นบ้านที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการทำการประมงพื้นบ้านหากินอยู่กับทะเลมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษด้วยการจับสัตว์น้ำไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลาฯลฯที่อาศัยอยู่ตามแนวป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์นำมาขายเพื่อเลี้ยงครอบครัวและบางส่วนนำมาแปรรูปเป็นกระปิคลองโคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ  ปัจจุบันคลองช่องและคลองโคนไม่แตกต่างกันกับพื้นที่อื่นๆในประเทศไทย นั่นคือสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติถูกทำลายสภาพอากาศแปรปรวน ผู้คนในชุมชนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์น้ำเริ่มลดน้อยลงต่อมาในปี พ .ศ 2534 ชาวบ้านในพื้นที่โดยการนำของคุณไพบูลย์ รัตนพงศ์ธระ หรือ ผู้ใหญ่ชงค์  ได้ริเริ่มปลูกป่าชายเลนขึ้นเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งในช่วงแรกๆก็เกิดปัญหาขึ้นสารพัดทั้งการคัดเลือกพันธุ์กล้าไม้แลความไม่ร่วมมือของชาวบ้านบางคนในชุมชนแต่ต่อมาเมื่ออธิบายเหตุผลให้ชาวบ้านได้เข้าใจและทราบถึงปัญหาต่างๆแล้วชาวบ้านก็กลับมาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และในส่วนที่ยังความปลาบปลื้มให้กับชาวบ้านอย่างล้นพ้นจนหาที่เปรียบมิได้คือการได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีที่ทรงเห็นความสำคัญของการปลูกป่าชายเลนคลองโคนพระองค์ได้ทรงเสด็จมาปลูกป่าชายเลนคลองโคนด้วยพระองค์เองหลายครั้งด้วยกันตั้งแต่ปี พ.ศ . 2540- 2547  ปัจจุบันความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าชายเลนได้หวลกลับคืนมายังคลองโคนและคลองช่องอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ชาวคลองช่องหารายได้ใหม่ด้วยการเลี้ยงหอยแครง,หอยแมลงภู่และหอยนางรม  ซึ่งต่อมาชาวคลองช่อง  ต.คลองโคนได้ร่วมมือร่วมใจกันปรับปรุงบ้านเรือนที่อาศัยเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบของโฮมสเตย์ในนามของกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน เรือนริมเลโฮมสเตย์”
 สำหรับเรือนริมเลโฮมสเตย์แห่งนี้เป็นของคุณสุภาพ พุ่มไทร  ชาวบ้านในคลองช่องตำบลคลองโคน



ซึ่งมีบ้านพักจำนวน สี่หลังตั้งอยู่ริมคลองช่องพักได้หลังละ 6-8 คน พร้อม ห้องน้ำในตัว บรรยากาศร่มรื่นด้านหลังเป็นป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์น้ำและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำนานาชนิดนอกจากนี้ยังมีฝูงลิงแสมที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติออกหากินสามารถพบเห็นง่ายในเวลาน้ำลง  นอกจากบ้านพักแบบโฮมสเตย์สไตล์ชาวเลแล้วทางเรือนริมเลโฮมสเตย์ยังมีกิจกรรมต่างๆไว้รองรับนักท่องเที่ยว



นักท่องเที่ยวจะได้นั่งเรือหางยาวชมวิถีชีวิตของชาวบ้านคลองช่องและคลองโคนที่ใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนซึ่งอาชีพการเลี้ยงและเก็บหอยแครง หอยแมลงภู่ และหอยนางรม เป็นอาชีพสำคัญของชาวบ้านสำหรับการเก็บหอยแครง



ชาวบ้านจะสาธิตการเก็บหอยแครงด้วยกระดานไม้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมโดยใช้กระดานไม้นั่งถีบเก็บหอยไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นภาพที่ตื่นตานักท่องเที่ยวที่เห็นได้ไม่บ่อยนักนักท่องเที่ยวอาจจะเข้าร่วมกิจกรรมโดยการใช้กระดานลงเก็บหอยแครงรวมกับชาวบ้านก็ได้ ซึ่ง บริเวณปากอ่าวแม่กลองเป็นแหล่งเลี้ยงหอยแครง หอยแม่ภู่ หอยนางรมของชาวบ้าน ซึ่งจะมีกระเตง(กระต๊อบ) เฝ้าหอยของชาวบ้านปลูกเรียงรายอยู่ท่ามกลางทะเลโคลนบริเวณปากอ่าวแม่กลอง



ซึ่งเป็นภาพที่แปลกตาหาดูได้ไม่ง่ายนักมองดูคล้ายกับหมู่บ้านตั้งอยู่กลางทะเล.ในช่วงเวลาน้ำขึ้นและหมู่บ้านตั้งอยู่กลางทะเลโคลนในช่วงเวลาน้ำลงนักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติของป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ตลอดจนสัตว์ขึ้นบกครึ่งน้ำนานาชนิดเช่นปลาตีนที่มีอยู่อย่างชุกชุม


อีกทั้งยังได้ชมฝูงลิงแสมที่หากินอยู่ตามป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ของคลองโคนและคลองช่องนี้ หลังจากนั่งเรือชมธรรมชาติของป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์แล้วจากนั้นล่องเรือไปปลูกป่¬¬าชายเลนกันสำหรับการปลูกป่าชายเลนที่คลองโคนเป็นการปลูกป่าชายเลนจริงๆ



โดยจะปลูกป่าชายเลนกันในช่วงน้ำลงโดยชาวบ้านจะเป็นผู้เตรียมกล้าไม้และเรือหางยาวให้นักท่องเที่ยวไปปลูกป่าในพื้นที่ที่ได้เตรียมไว้สำหรับต้นไม้ที่ใช้นำร่องคือต้นลำพูเพราะเป็นต้นไม้ที่ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี สำหรับกิจกรรมปลูกป่าชายเลนนี้ปัจจุบันสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนขึ้นมากกว่า 2,000ไร่ ปัจจุบันความอุดมสมบูรณ์เริ่มกลับมา หลังจากปลูกป่าชายเลนเป็นที่เรียบร้อยแล้วนักท่องเที่ยวอาจจะฟอกตัวขัดผิวด้วยโคลน



พร้อมกับเล่นในทะเลโคลนก่อนที่จะชำระล้างร่างกายจากนั้นเดินทางกลับสู่เรือนริมเล เพื่อรับประทานอาหารซึ่งอาหารส่วนใหญ่จะเป็นอาหารท้องถิ่นทางภาคกลางเช่นน้ำพริกปลาทูที่ทำมาจากกุ้งเคยซึ่งเป็นสัตว์ทะเลตัวเล็กๆ มีหัวเหมือนลูกน้ำตาดำหางเหมือนกุ้ง เวลาตำน้ำพริกแล้วจะเห็นตาดำๆ ลอยขึ้นมารับประทานพร้อมผักพื้นบ้านเช่นชะครามลักษณะคล้ายกับชะโอมชอบขึ้นบริเวณริมบ่อกุ้งนำมาต้มจิ้มกับน้ำพริกพร้อมกับปลาทูแม่กลอง”หน้างอคอหัก” คือสัญลักษณของปลาทูแม่กลอง พร้อมผัดฉ่าปลาดุกทะเลและปูผัดผงกระหรี่ฯ  ส่วนในเรื่องรสชาติอาหารนักท่องเที่ยวจะประทับใจไม่รู้ลืมจนอยากกลับมาเยี่ยมเยือนเรือนริมเลอีกครั้งหนึ่ง



สำหรับอัตราค่าบริการ      1-4  คนราคา  700 บาท/คน 5 คนขึ้นไปคนละ 600บาท
อัตรานี้รวม   -  บ้านพักหนึ่งคืน   อาหาร 3 มื้อ
   -   เรือหางยาวพาไปปลูกป่าและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆใช้เวลาประมาณ 2-3ชั่วโมง สนใจ ติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่
เรือนริมเลโฮมสเตย์  64/5 ม 7 ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง  จังหวัด สมุทรสงคราม                         
โทรศัพท์ 034-731 044    089 9327193     www.ruanrimlay.com
                  
              เรือนริมเล        โฮมสเตย์         ที่คลองโคน
             กิจกรรม           โลนโผน         มากหนักหนา
             ทั้งเลี้ยงลิง         จับหอย           และตักปลา
             ทั้งปลูกป่า         เล่นสกี             มีให้ลอง
            รสอาหาร          ยอดเยี่ยม           เป็นที่หนึ่ง
            เรื่องที่พัก           น่าทึ่ง               ไม่เป็นสอง
            ใครผ่านไป         ผ่านมา             เป็นต้องมา
            เชิญจับจอง        ลองมาดู            จะรู้เอง
การเดินทางมายังเรือนริมเลโฮมสเตย์
จากกรุงเทพฯเดินทางไปตามถนนพระราม 2  ประมาณกิโลเมตรที่ 72 จะเห็นปั้มน้ำมัน ปตท. จากนั้นให้เลี้ยวซ้าย(ซอยที่มีป้ายเข้าพิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร)จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 500เมตรก็จะถึงท่าเรือคลองช่องจากนั้นนั่งเรือไปอีกประมาณ 5 นาที ก็จะถึงเรือนริมเลโฮมสเตย์


 

 
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา