|
ท่องเที่ยวอำเภอแม่สอดข้ามสะพานมิตรภาพ ไทย - พม่า สู่จังหวัดเมียวดีประเทศพม่า เรื่อง/ภาพโดย นำตะวัน ภักดี

จากการสู้รบอันยาวนานทำให้แพ้ทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ชนะและผู้ถูกกระทำให้แพ้ ผลของการสู้รบจบลงด้วยความสูญเสียชีวิตความเสียใจการจากไปของคนใกล้ชิด จากการสู้รบที่ยาวนานนี้ จึงทำให้ถนนบางเส้นถูกปิด มาตั้งแต่ พ.ศ. 2538 รวมระยะเวลาจนถึงปัจจุบันก็กินเวลานานถึง 13 ปี

ปัจจุบันเหตุการณ์ต่างๆได้สงบเรียบร้อยลงแล้วพวกเรานักเดินทางจึงลองมาย้อนรอยเส้นทางเดิม ที่เราเคยเดินทางผ่านมา เราจะมาสำรวจพร้อมกับการกลับมาเยี่ยมเพื่อนเก่าๆ ในหลายๆม่อน(ภูเขา) พวกเราจึงหวลกลับมาทำการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเส้นทางนี้อีกครั้งหนึ่ง


สะพานคอนกรีตอย่างดี ที่ทอดตัวข้าม แม่น้ำ เมย แม่น้ำสายเล็กๆใกล้ๆด่านชายแดน สะพานมิตรภาพไทย-พม่าสู่เมืองเมียวดีแห่งนี้ ยังคงเป็นสะพานเชื่อมกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ…สะพานแห่งนี้ผูกโยงเรื่องราว ในพื้นที่ชายแดนอำเภอแม่สอด ของประเทศไทย กับจังหวัดเมียวดี ของประเทศพม่า ซึ่งในปัจจุบันมีความคึกคัก ทั้งทางด้านท่องเที่ยวและการค้า



จากการพูดคุยกับ นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก จึงได้คำตอบว่า มูลค่ามวลรวมต่อปีโดยประมาณ อยู่ที่ สองหมื่นล้าน พอรู้ยอด แล้วผมก็ร้อง…โอ้โห้…



แต่ด้วยการทำงานของหน่วยงานหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เตรียมจะ ฟื้นฟูหรือกระตุ้นเศรษฐกิจบนเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายแดน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเส้นทางสายนี้เคยได้รับการต้อนรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี เส้นทางที่ว่าสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี จุดเด่นที่จะพบ คือ นักเดินทางท่องเที่ยวจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นกับตกรวมทั้งทะเลหมอกของ สี่ม่อน อันได้แก่ ม่อนกระทิง ม่อนพูนสุดา ม่อนครูบาใส ม่อนกิ่วลม เป็นต้น ซึ่งการเดินทางในเส้นทาง จะเป็นการเชื่อมโยงเป็นวงกลม ไปสู่ถ้ำน้ำลอดแม่อุสุ พระพุทธรูปหินอ่อน ตลาดค้าอัญมณีในแม่สอด ที่เป็นแหล่งค้าขายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

จากจุดแม่สอดเราสามารถทำบัตร ข้าม ผ่านแดนชั่วคราวเดินทางไปท่องเที่ยวเปิดหู เปิดตา ยังต่างประเทศหรือเพื่อนบ้านได้ที่ฝั่งจังหวัดเมียวดี ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศพม่าพื้นที่บริเวณนี้มีภูมิประเทศ เป็นภูเขาสูงสลับกับพื้นที่ราบเล็กน้อย มีแม่น้ำเมยไหลผ่าน หรือที่พม่าเรียกว่าแม่น้ำตองยิง แม่น้ำจะไหลขึ้นเหนือ กินพื้นที่เขตพรมแดนระหว่างจังหวัดเมียวดี ประเทศพม่า กับ สามอำเภอของจังหวัดตาก คือ อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง จนถึง อ.แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้วไหลไปบรรจบกับความเชี่ยวกราดของแม่น้ำสาละวินจากนั้นจึงไหลเข้าสู่ประเทศพม่าอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลที่ปากอ่าวเมาะตะมะ แห่งท้องทะเลอันดามัน

จากด่านชายแดนแม่สอดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทะเลอันดามันมากนัก(ถ้าเดินทางผ่านประเทศเพื่อนบ้าน) จึงทำให้ชายแดนแม่สอดเป็นแหล่งอาหารทะเลไปโดยปริยาย เมื่อเรามาเดินดู ตลาดชายแดนแม่สอดจะพบว่า มีอาหารทะเลมากมายหลากหลายชนิดนำมาวางขายในราคาที่เหมาะสม สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นในเมืองเมียวดี เช่นงานสถาปัตยกรรมในพุทธศาสนากับวิถีความเป็นอยู่ของผู้คน เราจะเริ่มกันที่ วัดส่วยมินวุ่นหรือวัดเจดีย์ทอง


ซึ่งเป็นวัดที่สร้างมาก่อน สมัยกรุงศรีอยุธยาโดยมีพระพุทธรูปประจำอยู่ทั้งสี่ทิศ มีเจดีย์สีทองสูง หนึ่งร้อยยี่สิบสามฟุต มีพระมหามุณี เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่ประชนเลื่อมใส


อีกสิ่งที่น่าสนใจไม่ควรพลาดก็คือวัดนี้จะมีสิงโตทั้งสี่ด้านซึ่งชาวพม่ามีความเชื่อกันว่าสิงโตเหล่านี้จะทำหน้าที่เฝ้าวัดแห่งนี้ ชาวพม่านิยมใช้ใบ เอ่าตะปิ่นในการสักการะเพราะเชื่อกันว่าถ้าอธิฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาในสิ่งนั้น
ออกจากวัดนี้ยังมีอีกหลายวัดที่น่าสนใจ เช่น วัดมิเจากง(จระเข้) วัดปี่ต่อวิน(ทางเข้าเมือง) วัดเด้ถั่นเอ่(อธิฐาน) วัดเจ๊าลงจี(ก้อนหิน) เป็นต้น และเมื่อเดินทางท่องเที่ยวหลายวัดแล้วรู้สึก เหนื่อยนัก ก็ขอแนะนำ ร้านน้ำชาในเมืองเมียวดี


ซึ่งสาวพม่ากิติมศักดิ์ ที่ชื่อคุณ ติน ตินเมี๊ยว ที่มีดีกรีเป็นถึง ประธานหอการค้าจังหวัดเมียวดี ท่านพาเรามาเลี้ยงน้ำชาต้อนรับ และแนะนำ ร้านน้ำชา แห่งนี้จะเป็นชาในรูปแบบพม่า ที่จะดื่มน้ำชากับขนม ทอดและซาลาเปาไส้หวาน กับไส้เค็ม

รสชาติขอบอกว่า...เยี่ยม ออกจากร้านน้ำชา พวกเราเดินทางต่อกันที่ตลาดสดเมืองเมียวดี



แสงยามเย็นกำลังพอเหมาะกับการถ่ายรูป วิถีชีวิตชาวพม่าเดินทางมาจับจ่ายซื้อของกันอย่างหนาตา ตลาดเมียวดีมีรูปแบบเหมือนตลาดสดของไทยในสมัยอดีต ผู้คนมากมายหลากหลายชีวิต




ซึ่งรวมทั้งกลุ่มพวกเรากำลังเพลินอยู่กับการจับจ่ายซื้อของกันอย่างคับคั่ง สินค้าส่วนใหญ่โดยเฉพาะเครื่องอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่นั้นนำเข้าจากไทยส่วนสินค้าพม่าส่วนใหญ่ทำขึ้นจากไม้สักราคาไม่แพง


พวกเราบางคนช้อบปิ้งกันอย่างเพลิดเพลินเงินไทยและ เงินจ๊าดของพม่าปลิวว่อนไปทั่วตลาดเมืองเมียวดี ส่วนผมแอบบันทึกภาพวิถีชีวิตของชาวพม่าในยามเย็นบริเวณตลาดเมืองเมียวดี

พวกเราเดินทางออกจากด่านเมียวดีข้ามสะพานแม่น้ำเมยกลับเข้าสู่ฝั่งไทยในช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า

พร้อมกับกล่าวคำว่า “ลาก่อนเมียวดี”โอกาสหน้าจะกลับมาเยี่ยมเยือนเจ้าอีก
ขอขอบคุณ -หอการค้า(สำนักงาน แม่สอด) โทรศัพท์ 055-564132 - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน ททท.ภาคเหนือเขต 4 โทรศัพท์ 055 -514341-3
|