ป้ายโฆษณา

วันเดียวเที่ยวกรุงเก่า เข้า วัด วัง นั่งสามล้อต่อ ตุ๊ก ตุ๊ก ที่อยุธยา

พระนครศรีอยุธยา   อดีตราชธานียิ่งใหญ่ในประวัติศาตร์ชาติไทย  ที่ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๑๘๙๓โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑(สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง)ผ่านการปกครองโดยกษัตริย์ ๓๓พระองค์จาก๕ราชวงศ์นับเป็นราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุดในประวัติศาตร์ชาติไทยคือ ๔๑๗ ปี  และด้วยระยะเวลาอันยาวนานที่พระนครศรีอยุธยาได้สั่งสมความเจริญทั้งด้านการเมือง กฎหมาย เศรษฐกิจ และศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รวมทั้งความงดงามตระการตาด้วยเหล่าโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มอันถูกโอบล้อมด้วยแม่น้ำสายใหญ่คือ แม่น้ำปาสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยาเมืองหลวงเก่าแห่งนี้จึง
สง่างามเปี่ยมคุณค่าในทุกๆด้านและได้รับการลงมติเป็นเอกฉันท์จากองค์การยูเนสโกประกาศให้เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่มรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๓๔  นอกจากการเป็นแหล่งมรดกโลกที่อลังกาด้วยโบราณสถานทั้งวัด วัง และมีชีวิตชีวาด้วยชุมชนที่สร้างงานศิลปหัตถกรรมแบบไยแล้ว จังหวัดพระนครศรีอยุธยายังเพียบพร้อมไปด้วยที่พัก ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก รอต้อนรับผู้เดินทางมาเยี่ยมเยือนอย่างครบครันซึ่งการเที่ยวชมรอบเกาะเมืองอันเป็นพื้นที่มรดกโลกโดยได้สัมผัสบรรยากาศของกรุงเก่าที่สุด  ก็คือการนั่งรถตุ๊กตุ๊กหรือสามล้อถีบ แวะเที่ยว
แวะชมแวะซื้องานหัตถกรรมในแผ่นดินทองที่ครั้งหนึ่งเคยเรืองรองอย่างถึงที่สุด
 สำหรับรถตุ๊กตุ๊กที่ภาษาราชการเรียกว่ารถสามล้อเครื่องถูกนำเข้ามาสู่เมืองไทยตั้งแต่พ.ศ.๒๕๐๓ซึ่งนำเขาจากประเทศญี่ปุ่นและทำการดัดแปลงเพื่อใช้กับสามล้อถีบ  สำหรับที่พระนครศรีอยุธยารถตุ๊กตุ๊กเป็นพาหนะคู่เมืองก็ว่าได้เพราะเป็นรถโดยสารที่มีขนาดกะทัดรัดเหมาะกับถนนสายเล็กๆในเมืองและเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยว ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสัญญาลักษณ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาจนถึงทุกวันนี้จนมีคำกล่าวว่า”มาถึงอยุธยา อย่าลืมนั่งตุ๊กตุ๊ก
ชมวัด ชมวังกันเลยทีเดียว “  กล่าวกันว่าถ้ามาเที่ยวอยุธยาเมืองกรุงเก่าแล้วถ้าไม่ได้มีโอกาศนั่งตุ๊กตุ๊กชมเมืองแล้วละก็เปรียบเสมือนกับมาไม่ถึงอยุธยา  พอดีวันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมพวกเราก็เลยถือโอกาสพาคุณแม่ของพวกเราชาวidotravellers เดินทางไปเที่ยวอยุธยาตื่นตาตื่นใจไปกับตุ๊กตุ๊กกัน 
จากกรุงเทพฯบนถนนพหลโยธินสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาระยะทาง76 กิโลเมตรระหว่างทางมีแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้แวะเที่ยวชมดังนี้
ตลาดโก้งโค้ง  ตั้งอยู่บริเวณบ้านแสงโสม ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางประอินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ซึ่งมีสินค้าพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านไปมาให้เลือกซื้อเลือกหากันอย่างมากมาย สำหรับตลาดโก้งโค้งเป็นอากัปกิริยาของคนที่มาซื้อสินค้าจะต้อง โก้งโค้ง เพื่อซื้อสินค้าในขณะที่คนขายสินค้าจะต้องนั่งยองๆอยู่กับพื้น

ตลาดโก้งโค้ง บรรยากาศอบอุ่นมีน้ำใจจำหน่ายสินค้าในราคายุติธรรมติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่  035 -728286
จากนั้นเดินทางต่อไปยังพระราชวังบางประอินซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบางประอินห่างจากตัวเมืองระทางระมาณ 18 กิโลเมตร
 พระราชวังบางประอิน   ประวัติความเป็นมาตามพระราชพงศาวดารกล่าวว่าพระเจ้าปราสาททองเป็นผู้สร้างพระราชวังแห่งนี้เนื่องจากเกาะบางประอินเป็นที่ประสูติของพระองค์และเป็นเคหะสถานเดิมของพระมารดาซึ่งเป็นหญิงชาวบ้านที่สมเด็จพระเอกาทศรถทรงพบเมี่อครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งแล้วเรือเกิดล่มตรงเกาะบางประอิน
ตรงบริเวณเคหสถานเดิมของพระมารดาในปีพ.ศ.๒๑๗๕ ทรงพระราชทานนามว่า “วัดชุมพลนิกายาราม”และทรงให้ขุดสระน้ำสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นกลางเกาะน้ำเป็นที่สำหรับเสด็จประพาสแล้วทรงสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งที่ริมสระน้ำนั้นพระราชทานนามว่า “พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์” สิ่งที่น่าสนใจในเขตพระราชวังชั้นนอกของพระราชวังบางปะอินมีดังนี้
 หอเหมมณเทียรเทวราช,พระที่นั่งวโรภาษพิมาน,สภาคารราชประยูร,พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ,เก๋งบุปผาประพาส,หอวิทูรทัศนา,อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์,อนุสาวรีย์พระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ ฯลฯ

พระราชวังบางประอิน เปิดให้ข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐นสำหรับอัตราค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ ๓๐บาท,เด็ก นักเรียน นักศึกษา ๒๐บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพระราชวังบางประอินโทรศัพท์
๐๓๕ ๒๖ ๑๐๔๔,๐๓๕ ๒๖ ๑๕๔๙
หมู่บ้านญี่ปุ่น  ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียนเมื่อปลายศริสต์ศวรรษที่๑๖ ได้มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทำมาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยามีจำนวนมากขึ้นทางการญี่ปุ่นได้อนุญาตให้ชาวญี่ปุ่นเดินเรือออกมาค้าขายกับชาวต่างชาติในบรรดาพวกที่เดินทางมาค้าขายมีพวกหนึ่งเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าแผ่นดินไทยทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ชาวญี่ปู่นสามารถมาตั้งหลักแหล่งในกรุงศรีอยุธยา  รอบนอกเกาะเมืองเหมือนชาติอื่นๆนับตั้งแต่นั้นมาปรากฎว่ามีชาวญี่ปุ่นเดินทางมาตั้งหลักแหล่งในกรุงศรีอยุธยามากขึ้นโดยมีหัวหน้าปกครองในกลุ่มของตนซึ่งมีชื่อว่า นากามาซา ยามาดะเป็นผู้ที่มีอำนาจและเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าทรงธรรมจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นออกญาเสนาภิมุขรับราชการต่อมาจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชจนสิ้นชีวิตปัจจุบันทางสมาคมไทย-ญี่ปุ่นได้สร้างหุ่นจำลองของ ยามาดะ และจารึกประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยกรุงศรีอยุธยามาตั้งไว้ภายในหมู่บ้านมีอาคารจัดแสดงเรื่องราวแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
อยุธยากับต่างประเทศ 



สำหรับการเดินทาง จากอำเภอบางปะอินผ่านวัดใหญ่ชัยมงคลระยะทางประมาณ ๒.๕ กิโลเมตรก็จะถึงหมู่บ้านญี่ปุ่น ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ ๐๒-๒๕๓ ๔๙๐๒
พอเดินทางถึงตัวอำเภอเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจุดเริ่มต้นของการนั่งรถสามล้อถีบต่อตุ๊กตุ๊กซึ่งมีให้บริการอยู่หลายจุดด้วยกันคือที่บริเวณสถานีรถไฟ,สถานีรถโดยสาร,(ถนนนเรศวร) สถานีขนส่ง,ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา(อาคารศาลากลางหลังเก่า) หน้าวิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร แต่จุดที่สะดวกที่สุดคือการนัดรถให้มารับที่โรงแรมหรือเกตส์เฮาส์ที่คุณพักอยู่สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวชมวัดชมวังโดยสามล้อถีบและรถตุ๊กตุ๊กที่คุณไม่ควรพลาดมีดังต่อไปนี้

เส้นทางท่องเที่ยวด้วยสามล้อถีบ

เส้นทางที่๑  จอดรถยนต์ไว้ที่อนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทองแล้วเดินเท้าไปนมัสการพระมงคลบพิตร พระคู่เมืองอยุธยา ณ วิหารพระมงคลบพิตร
ชมวัดใหญ่ศรีสรรเพชญ์ จากนั้นนั่งรถสามล้อถีบต่อไปยังศาลาด้านหน้าวิหารมงคลบพิตรชมพระเจดีย์ที่มีรูปพระยานาคเจ็ดเศียรที่วัดธรรมิกราช
ชมเจดีย์ที่พบกรุทองคำ ณ วัดราชบูรณะ ชมเศียรพระในต้นโพธิ์ที่วัดมหาธาตุ แล้วไปนมัสการศาลหลักเมือง  แวะให้อาหารชมการแสดงของช้าง
ที่วังช้างอยุธยาเยือนวัดพระราม ที่สร้างด้วยสมเด็จรามเมศวร ชมเรือนไทยคุ้มขุนแผน แล้วเดินทางกลับ
ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ ๑ ชั่วโมง  ราคา ๑๐๐ บาทต่อคัน
อย่าลืมแวะซื้อของฝากและของที่ระลึกที่ศูนย์จำหน่าบของฝากด้านหลังวิหารพระมงคลบพิตร

เส้นทางที่๒   จอดรถไว้ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง  นั่งรถสามล้อถีบจากด้านหน้าวิหารหลวงพ่อมงคลบพิตรชมพระเจดีย์ที่มีรูปพญานาคเจ็ดเศียร
ที่วัดธรรมิกราชนมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ที่วัดหน้าพระเมรุ นมัสการพระนอนกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่วัดโลกยสุธาเยือนวัดวรเชษฐาราม
ที่เชื่อว่าเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดินทางไปตามเส้นทางคลองท่อ คลองที่ขุดขึ้นเพื่อชักน้ำเข้ามาใช้ในพระราชวัง
สมัยกรุงศรีอยุธยา แวะนมัสการศาลหลักเมือง ไปวัดพระรามที่สร้างโดยพระรามเมศวรชมเรือนไทย คุ้มขุนแผน แวะซื้อโรตีสายไหมแล้วเดินทางกลับ
ใช้เวลาประมาณ๒ชั่วโมง ราคา ๒๐๐ บาทต่อคัน
หมายเหตุ  ค่าบริการสามล้อถีบไม่รวมค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานประวัติศาตร์ นั่งได้คันละไม่เกินสองคน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มสามล้อถีบหน้าวิหารพระมงคลบพิตร  คุณอำไพ บุญเกิด  โทรศัพท์  ๐๘ ๑๙๙๔๓๙๐๔
เส้นทางเที่ยวด้วยตุ๊กตุ๊ก


เส้นทางที่๑   นมัสการพระพุทธรูปชัยมงคลที่วัดใหญ่ชัยมงคลไปวัดพนัญเชิงวรวิหารนมัสการหลวงพ่อโตในพระอุโบสถ ชมพระราชวังจันทรเกษมต่อด้วยเรียนรู้เรื่องเรือที่พิพิธภัณฑ์เรือไทยจากนั้นเดินทางเดินทางไปย้อนรอยความเป็นมาของพระนครศรีอยุธยาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ชมกรรมวิธีการทำโรตีสายไหมที่ซุ้มประตูชัย ปิดท้ายไปเยือนวัดไชยวัฒนารามริมแม่น้ำเจ้าพระยา


 - ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ ๓ ชั่วโมงราคา ๖๐๐ บาทต่อคัน
 - แวะซื้อแวะชิมขนมกล้วย ขนมตาล ขนมสอดไส้ห่อใบตองบนเส้นทางจากวัดใหญ่ชัยมงคลไปยังวัดพนัญเชิง
- มื้อเที่ยงแวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือป้าเล็ก(เจ้าเก่า)หน้าองค์การโทรศัพท์ริมถนนบางเตียน 
เส้นทางที่ ๒    นมัสการพระทรงเครื่องกษัตริย์ที่วัดหน้าพระเมรุแล้วไปชมศาลาการเปรียญเก่าแก่ที่วัดเชิงท่า ไปเพนียดหลวง ซึ่งเป็นเพนียดคล้องช้าง  แล้วไปวัดภูเขาทองสักการะหลวงพ่อทองสุกสัมฤทธิ์ที่วัดตูม สักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัยที่ทุ่งมะขามหย่อง แวะชมงานแกะสลักไม้ที่ชุดมชนบ้านใหม่ ก่อนไปเยือนวัดโบราณคือวัดเกตุ วัดจันทร์ประเทศ ชมลายสลักไม้เป็นเพดานดาวในพระอุโบสถวัดกษัตราธิราชวรวิหาร  ต่อจากนั้นไปเยือนวัดท่าการ้อง ที่จัดแต่งสถานที่ภายในวัดได้อย่างสวยงาม ห้องน้ำของวัดได้รับรางวัลที่หนึ่งระดับประเทศ ปิดท้ายด้วยการนมัสการพระมงคลบพิตรในวิหารพระมงคลบพิตร   
- ใช้เวลาในการท่องเที่ยวประมาณ ๔ ชั่วโมง ราคา ๘๐๐ บาท
- หาซื้อของฝากคนทางบ้านที่ศูนย์จำหน่ายของฝากด้านหลังวัดมงคลบพิตร  
เส้นทางที่ ๓  ทำความรู้จักอยุธยาที่ห้องนิทรรศการประวัติศาตร์อยุธยา ณ ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (อาคารศาลากลางเก่า)เที่ยวทางไปนมัสการพระมงคลบพิตรที่วิหารมงคลบพิตรจากนั้นชมพระพเจดีย์ที่มีรูปพญานาคเจ็ดเศียรที่วัดธรรมิกราช ชมเจดีย์ฐานสิงห์ล้อมที่วัดแม่นางปลื้ม นมัสการพระพุทธรูปบรมไตรโลกนาถที่วัดราชประดิษฐานแล้วไปชมกิจกรรมฝาผนังที่วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหารจากนั้นไปยังวัดพิชัยสงครามต่อด้วยสักการะอัฐิธาตุหลวงปู่ต่วนที่วัดกล้วย นมัสการรอยพระพุทธบาทที่วัดประดู่ในทรงธรรมสักการะพระบรมรูปพระเจ้าตากสินที่วัดสมณโกฎฐารามปิดท้ายด้วยการนมัสการพระพุทธชัยมงคลที่วัดใหญ่ชัยมงคล
- ใช้เวลาในการท่องเที่ยวประมาณ๓ ชั่วโมง ราคา ๖๐๐ บาทต่อคัน           
- แวะกินก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลาช่อนในตลาดหัวรอ
- แวะชิมขนมกล้วย ขนมตาลขนมสอดใส้ห่อใบตองบนเส้นทางไปวัดใหญ่ชัยมงคล  
เส้นทางที่๔   เรียนรู้ประวัติศาตร์อยุธยาที่ห้องนิทรรศการประวัติศาตร์อยุธยาที่ศูนย์การท่องเที่ยวอยุธยา (อาคารศาลากลางเก่าเดิม)จากนั้นเดินทางไปชมพระปรางค์ศิลปะอยุธยาตอนต้นในวัดพุทไธศวรรย์



เยือนวัดนักบุญโยเซฟ ชมลายสลักไม้เป็นดาวเพดานในพระอุโบส๔ในวัดกษัตราธิราชวรวิหาร นมัสการพระมงคลบพิตร ชมเจดีย์วัดสิงห์ล้อมที่วัดแม่นางปลื้มต่อด้วยวัดบรมวงศ์อิศรวราราม ชมจิตรกรรมฝาผนังที่วัด สุวรรณดาราราม ราชวรวิหารในวัดพิชัยสง
คราม จากนั้นสักการะอัฐิธาตุหลวงปู่ด่วนที่วัดกล้วย ปิดท้ายด้วยนมัสการพระพุทธชัยมงคล ที่วัดใหญ่ชัยมงคล
- ใช้เวลาในการท่องเที่ยว ๓ ชั่วโมงราคา ๖๐๐ บาทต่อคัน
- มื้อเที่ยงแวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือป้าเล็ก (เจ้าเก่า)หน้าองค์การโทรศัพท์ริมถนนบางเอียน
- แวะซื้อขนมกล้วยขนมตาล ขนมสอดไส้บนเส้นทางไปวัดใหญ่ชัยมงคล
เส้นทางที่๕   ชมเจดีย์โบราณที่วัดมเหยงคณ์ และวัดกุฏิดาวแล้วไปนั่งช้างขี่เกวียนชมโบราณสถานในบริเวณปางช้างอโยธยา  จากนั้นนมัสการพระพุทธชัยมงคล นมัสการหลวงพ่อโตวัดพนัญเชิงวรวิหาร  แล้วชมโบราณสถานศิลปะอยุธยาตอนต้นในวัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ นมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ที่วัดหน้าพระเมรุชมการแกะสลักหินบนถนนเลียบตำหนักสิริยาลัย นมัสการพระนอนกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่วัดโลกยสุธา เยือนวัดวรเชษฐารามที่เชื่อกันว่าเป็นที่บรรจุอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชมสถูปสามองค์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ ปิดท้ายด้วยการนมัสการพระมงคลบพิตร
- ใช้เวลาในการท่องเที่ยว ๓ชั่วโมงราคา๖๐๐ บาทต่อคัน
- แวะซื้อแวะชิม ขนมกล้วย ขนมตาล บนส้นทางไปวัดใหญ่ชัยมงคล
- จับจ่ายซื้อของฝากในบริเวณศูนย์จำหน่ายด้านหลังวัดใหญ่ชัยมงคล
หมายเหตุ   รถตุ๊กตุ๊กนั่งได้ไม่เกิน ๕ คน ถ้าใช้เวลาท่องเที่ยวเกินเวลากำหนดคิดค่ารถเพิ่มชั่วโมงละ ๒๐๐ บาทต่อคัน                                
                    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
                สหกรณ์บริการรถยนต์สามล้ออยุธยา  จำกัด
คุณ หมัด  สำลี  โทร ๐๘  ๑๗๔๕   ๘๗๘๖
(๐๓๕) ๒๓  ๒๖๔๐-๑   (๐๓๕) ๒๕ ๑๒๑๙   
                  ชมรมรถตุ๊กตุ๊ก  หน้าสถานีรถไฟอยุธยา 
คุณ อัสนีย์  ควรสนอง โทร ๐๘ ๗๓๖๕  ๓๐๑๐   ๐๘  ๓๐๓๙  ๓๗๕๕   
การเดินทางสู่กรุงเก่า 
                       จังหวัดพระนครศรีอยธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว ๗๖ ก.มการเดินทางจากกรุงเทพฯไปยังกรุงเก่าเพื่อท่องเที่ยวด้วยรถ ตุ๊กตุ๊ก หรือรถสามล้อมีอยู่ด้วยกัน สามวิธีคือ
โดยรถส่วนตัว
  -ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน ผ่านประตูน้ำพระอินทร์แล้วแยกข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒ จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๙สู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
 -ใช้ทางหลวงหมายเลข๙๐๖(กรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานี)พอถึงทางแยกปทุมธานี
เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๓๔๗   จากนั้นแยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๓๐๙ผ่านศูนย์ศิลปชีพบางไทรเข้าสู่ตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา   
รถโดยสารประจำทาง
บริษัทขนส่งจำกัดบริการรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศ สายกรุงเทพฯ –อยุธยา ทุกวัน ตั้งแต่ ๐๔.๐๐-๑๙.๓๐ น รถออกทุก ๑๕ นาที สอบ๔มข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ๐ ๒๙๓๖  ๒๘๔๑-๘และ ๐ ๒๙๓๖-๒๘๕๒-๖๖  ต่อ ๓๑๑และ๔๔๒ 
 รถตู้   คิวรถมี ๓แห่ง คือ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ข้างภัตตาคารพงหลี) และหน้าห้าง fashion mallปั้มซัสโก้ ตรงข้ามสถานนีขนส่งสายใต้ใหม่ กรุงเทพฯ และศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปรรค์ รังสิต
รถไฟ     การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ- พระนครศรีอยุธยาหลายขบวนตลอดทั้งวันสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์  ๑๖๙๐ หรือ www.railway.co.th 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจโปรมแกรมต่างๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพระนครศรีอยุธยา  ๑๐๘/๒๒ หมู่๔  ตำบลประตูชัย ถนน พหระนครศรีอยุธยา  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๐๐๐   โทรศัพท์    ๐ ๓๕๒๔  ๖๐๗๖-๗  e-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน www.tat.or.th/central6

 
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา