|
วันเดียวเที่ยวกรุงเก่า เข้า วัด วัง นั่งสามล้อต่อ ตุ๊ก ตุ๊ก ที่อยุธยา พระนครศรีอยุธยา อดีตราชธานียิ่งใหญ่ในประวัติศาตร์ชาติไทย ที่ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๑๘๙๓โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑(สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง)ผ่านการปกครองโดยกษัตริย์ ๓๓พระองค์จาก๕ราชวงศ์นับเป็นราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุดในประวัติศาตร์ชาติไทยคือ ๔๑๗ ปี และด้วยระยะเวลาอันยาวนานที่พระนครศรีอยุธยาได้สั่งสมความเจริญทั้งด้านการเมือง กฎหมาย เศรษฐกิจ และศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รวมทั้งความงดงามตระการตาด้วยเหล่าโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มอันถูกโอบล้อมด้วยแม่น้ำสายใหญ่คือ แม่น้ำปาสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยาเมืองหลวงเก่าแห่งนี้จึง สง่างามเปี่ยมคุณค่าในทุกๆด้านและได้รับการลงมติเป็นเอกฉันท์จากองค์การยูเนสโกประกาศให้เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่มรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๓๔ นอกจากการเป็นแหล่งมรดกโลกที่อลังกาด้วยโบราณสถานทั้งวัด วัง และมีชีวิตชีวาด้วยชุมชนที่สร้างงานศิลปหัตถกรรมแบบไยแล้ว จังหวัดพระนครศรีอยุธยายังเพียบพร้อมไปด้วยที่พัก ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก รอต้อนรับผู้เดินทางมาเยี่ยมเยือนอย่างครบครันซึ่งการเที่ยวชมรอบเกาะเมืองอันเป็นพื้นที่มรดกโลกโดยได้สัมผัสบรรยากาศของกรุงเก่าที่สุด ก็คือการนั่งรถตุ๊กตุ๊กหรือสามล้อถีบ แวะเที่ยว แวะชมแวะซื้องานหัตถกรรมในแผ่นดินทองที่ครั้งหนึ่งเคยเรืองรองอย่างถึงที่สุด สำหรับรถตุ๊กตุ๊กที่ภาษาราชการเรียกว่ารถสามล้อเครื่องถูกนำเข้ามาสู่เมืองไทยตั้งแต่พ.ศ.๒๕๐๓ซึ่งนำเขาจากประเทศญี่ปุ่นและทำการดัดแปลงเพื่อใช้กับสามล้อถีบ สำหรับที่พระนครศรีอยุธยารถตุ๊กตุ๊กเป็นพาหนะคู่เมืองก็ว่าได้เพราะเป็นรถโดยสารที่มีขนาดกะทัดรัดเหมาะกับถนนสายเล็กๆในเมืองและเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยว ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสัญญาลักษณ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาจนถึงทุกวันนี้จนมีคำกล่าวว่า”มาถึงอยุธยา อย่าลืมนั่งตุ๊กตุ๊ก ชมวัด ชมวังกันเลยทีเดียว “ กล่าวกันว่าถ้ามาเที่ยวอยุธยาเมืองกรุงเก่าแล้วถ้าไม่ได้มีโอกาศนั่งตุ๊กตุ๊กชมเมืองแล้วละก็เปรียบเสมือนกับมาไม่ถึงอยุธยา พอดีวันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมพวกเราก็เลยถือโอกาสพาคุณแม่ของพวกเราชาวidotravellers เดินทางไปเที่ยวอยุธยาตื่นตาตื่นใจไปกับตุ๊กตุ๊กกัน จากกรุงเทพฯบนถนนพหลโยธินสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาระยะทาง76 กิโลเมตรระหว่างทางมีแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้แวะเที่ยวชมดังนี้ ตลาดโก้งโค้ง ตั้งอยู่บริเวณบ้านแสงโสม ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางประอินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีสินค้าพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านไปมาให้เลือกซื้อเลือกหากันอย่างมากมาย สำหรับตลาดโก้งโค้งเป็นอากัปกิริยาของคนที่มาซื้อสินค้าจะต้อง โก้งโค้ง เพื่อซื้อสินค้าในขณะที่คนขายสินค้าจะต้องนั่งยองๆอยู่กับพื้น 

ตลาดโก้งโค้ง บรรยากาศอบอุ่นมีน้ำใจจำหน่ายสินค้าในราคายุติธรรมติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 035 -728286 จากนั้นเดินทางต่อไปยังพระราชวังบางประอินซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบางประอินห่างจากตัวเมืองระทางระมาณ 18 กิโลเมตร พระราชวังบางประอิน ประวัติความเป็นมาตามพระราชพงศาวดารกล่าวว่าพระเจ้าปราสาททองเป็นผู้สร้างพระราชวังแห่งนี้เนื่องจากเกาะบางประอินเป็นที่ประสูติของพระองค์และเป็นเคหะสถานเดิมของพระมารดาซึ่งเป็นหญิงชาวบ้านที่สมเด็จพระเอกาทศรถทรงพบเมี่อครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งแล้วเรือเกิดล่มตรงเกาะบางประอิน ตรงบริเวณเคหสถานเดิมของพระมารดาในปีพ.ศ.๒๑๗๕ ทรงพระราชทานนามว่า “วัดชุมพลนิกายาราม”และทรงให้ขุดสระน้ำสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นกลางเกาะน้ำเป็นที่สำหรับเสด็จประพาสแล้วทรงสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งที่ริมสระน้ำนั้นพระราชทานนามว่า “พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์” สิ่งที่น่าสนใจในเขตพระราชวังชั้นนอกของพระราชวังบางปะอินมีดังนี้ หอเหมมณเทียรเทวราช,พระที่นั่งวโรภาษพิมาน,สภาคารราชประยูร,พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ,เก๋งบุปผาประพาส,หอวิทูรทัศนา,อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์,อนุสาวรีย์พระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ ฯลฯ 

พระราชวังบางประอิน เปิดให้ข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐นสำหรับอัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๓๐บาท,เด็ก นักเรียน นักศึกษา ๒๐บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพระราชวังบางประอินโทรศัพท์ ๐๓๕ ๒๖ ๑๐๔๔,๐๓๕ ๒๖ ๑๕๔๙ หมู่บ้านญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียนเมื่อปลายศริสต์ศวรรษที่๑๖ ได้มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทำมาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยามีจำนวนมากขึ้นทางการญี่ปุ่นได้อนุญาตให้ชาวญี่ปุ่นเดินเรือออกมาค้าขายกับชาวต่างชาติในบรรดาพวกที่เดินทางมาค้าขายมีพวกหนึ่งเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าแผ่นดินไทยทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ชาวญี่ปู่นสามารถมาตั้งหลักแหล่งในกรุงศรีอยุธยา รอบนอกเกาะเมืองเหมือนชาติอื่นๆนับตั้งแต่นั้นมาปรากฎว่ามีชาวญี่ปุ่นเดินทางมาตั้งหลักแหล่งในกรุงศรีอยุธยามากขึ้นโดยมีหัวหน้าปกครองในกลุ่มของตนซึ่งมีชื่อว่า นากามาซา ยามาดะเป็นผู้ที่มีอำนาจและเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าทรงธรรมจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นออกญาเสนาภิมุขรับราชการต่อมาจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชจนสิ้นชีวิตปัจจุบันทางสมาคมไทย-ญี่ปุ่นได้สร้างหุ่นจำลองของ ยามาดะ และจารึกประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยกรุงศรีอยุธยามาตั้งไว้ภายในหมู่บ้านมีอาคารจัดแสดงเรื่องราวแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง อยุธยากับต่างประเทศ 

สำหรับการเดินทาง จากอำเภอบางปะอินผ่านวัดใหญ่ชัยมงคลระยะทางประมาณ ๒.๕ กิโลเมตรก็จะถึงหมู่บ้านญี่ปุ่น ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ ๐๒-๒๕๓ ๔๙๐๒ พอเดินทางถึงตัวอำเภอเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจุดเริ่มต้นของการนั่งรถสามล้อถีบต่อตุ๊กตุ๊กซึ่งมีให้บริการอยู่หลายจุดด้วยกันคือที่บริเวณสถานีรถไฟ,สถานีรถโดยสาร,(ถนนนเรศวร) สถานีขนส่ง,ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา(อาคารศาลากลางหลังเก่า) หน้าวิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร แต่จุดที่สะดวกที่สุดคือการนัดรถให้มารับที่โรงแรมหรือเกตส์เฮาส์ที่คุณพักอยู่สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวชมวัดชมวังโดยสามล้อถีบและรถตุ๊กตุ๊กที่คุณไม่ควรพลาดมีดังต่อไปนี้
เส้นทางท่องเที่ยวด้วยสามล้อถีบ เส้นทางที่๑ จอดรถยนต์ไว้ที่อนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทองแล้วเดินเท้าไปนมัสการพระมงคลบพิตร พระคู่เมืองอยุธยา ณ วิหารพระมงคลบพิตร ชมวัดใหญ่ศรีสรรเพชญ์ จากนั้นนั่งรถสามล้อถีบต่อไปยังศาลาด้านหน้าวิหารมงคลบพิตรชมพระเจดีย์ที่มีรูปพระยานาคเจ็ดเศียรที่วัดธรรมิกราช ชมเจดีย์ที่พบกรุทองคำ ณ วัดราชบูรณะ ชมเศียรพระในต้นโพธิ์ที่วัดมหาธาตุ แล้วไปนมัสการศาลหลักเมือง แวะให้อาหารชมการแสดงของช้าง ที่วังช้างอยุธยาเยือนวัดพระราม ที่สร้างด้วยสมเด็จรามเมศวร ชมเรือนไทยคุ้มขุนแผน แล้วเดินทางกลับ ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ ๑ ชั่วโมง ราคา ๑๐๐ บาทต่อคัน อย่าลืมแวะซื้อของฝากและของที่ระลึกที่ศูนย์จำหน่าบของฝากด้านหลังวิหารพระมงคลบพิตร เส้นทางที่๒ จอดรถไว้ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง นั่งรถสามล้อถีบจากด้านหน้าวิหารหลวงพ่อมงคลบพิตรชมพระเจดีย์ที่มีรูปพญานาคเจ็ดเศียร ที่วัดธรรมิกราชนมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ที่วัดหน้าพระเมรุ นมัสการพระนอนกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่วัดโลกยสุธาเยือนวัดวรเชษฐาราม ที่เชื่อว่าเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดินทางไปตามเส้นทางคลองท่อ คลองที่ขุดขึ้นเพื่อชักน้ำเข้ามาใช้ในพระราชวัง สมัยกรุงศรีอยุธยา แวะนมัสการศาลหลักเมือง ไปวัดพระรามที่สร้างโดยพระรามเมศวรชมเรือนไทย คุ้มขุนแผน แวะซื้อโรตีสายไหมแล้วเดินทางกลับ ใช้เวลาประมาณ๒ชั่วโมง ราคา ๒๐๐ บาทต่อคัน หมายเหตุ ค่าบริการสามล้อถีบไม่รวมค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานประวัติศาตร์ นั่งได้คันละไม่เกินสองคน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มสามล้อถีบหน้าวิหารพระมงคลบพิตร คุณอำไพ บุญเกิด โทรศัพท์ ๐๘ ๑๙๙๔๓๙๐๔ เส้นทางเที่ยวด้วยตุ๊กตุ๊ก 
เส้นทางที่๑ นมัสการพระพุทธรูปชัยมงคลที่วัดใหญ่ชัยมงคลไปวัดพนัญเชิงวรวิหารนมัสการหลวงพ่อโตในพระอุโบสถ ชมพระราชวังจันทรเกษมต่อด้วยเรียนรู้เรื่องเรือที่พิพิธภัณฑ์เรือไทยจากนั้นเดินทางเดินทางไปย้อนรอยความเป็นมาของพระนครศรีอยุธยาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ชมกรรมวิธีการทำโรตีสายไหมที่ซุ้มประตูชัย ปิดท้ายไปเยือนวัดไชยวัฒนารามริมแม่น้ำเจ้าพระยา


- ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ ๓ ชั่วโมงราคา ๖๐๐ บาทต่อคัน - แวะซื้อแวะชิมขนมกล้วย ขนมตาล ขนมสอดไส้ห่อใบตองบนเส้นทางจากวัดใหญ่ชัยมงคลไปยังวัดพนัญเชิง - มื้อเที่ยงแวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือป้าเล็ก(เจ้าเก่า)หน้าองค์การโทรศัพท์ริมถนนบางเตียน เส้นทางที่ ๒ นมัสการพระทรงเครื่องกษัตริย์ที่วัดหน้าพระเมรุแล้วไปชมศาลาการเปรียญเก่าแก่ที่วัดเชิงท่า ไปเพนียดหลวง ซึ่งเป็นเพนียดคล้องช้าง แล้วไปวัดภูเขาทองสักการะหลวงพ่อทองสุกสัมฤทธิ์ที่วัดตูม สักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัยที่ทุ่งมะขามหย่อง แวะชมงานแกะสลักไม้ที่ชุดมชนบ้านใหม่ ก่อนไปเยือนวัดโบราณคือวัดเกตุ วัดจันทร์ประเทศ ชมลายสลักไม้เป็นเพดานดาวในพระอุโบสถวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ต่อจากนั้นไปเยือนวัดท่าการ้อง ที่จัดแต่งสถานที่ภายในวัดได้อย่างสวยงาม ห้องน้ำของวัดได้รับรางวัลที่หนึ่งระดับประเทศ ปิดท้ายด้วยการนมัสการพระมงคลบพิตรในวิหารพระมงคลบพิตร - ใช้เวลาในการท่องเที่ยวประมาณ ๔ ชั่วโมง ราคา ๘๐๐ บาท - หาซื้อของฝากคนทางบ้านที่ศูนย์จำหน่ายของฝากด้านหลังวัดมงคลบพิตร เส้นทางที่ ๓ ทำความรู้จักอยุธยาที่ห้องนิทรรศการประวัติศาตร์อยุธยา ณ ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (อาคารศาลากลางเก่า)เที่ยวทางไปนมัสการพระมงคลบพิตรที่วิหารมงคลบพิตรจากนั้นชมพระพเจดีย์ที่มีรูปพญานาคเจ็ดเศียรที่วัดธรรมิกราช ชมเจดีย์ฐานสิงห์ล้อมที่วัดแม่นางปลื้ม นมัสการพระพุทธรูปบรมไตรโลกนาถที่วัดราชประดิษฐานแล้วไปชมกิจกรรมฝาผนังที่วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหารจากนั้นไปยังวัดพิชัยสงครามต่อด้วยสักการะอัฐิธาตุหลวงปู่ต่วนที่วัดกล้วย นมัสการรอยพระพุทธบาทที่วัดประดู่ในทรงธรรมสักการะพระบรมรูปพระเจ้าตากสินที่วัดสมณโกฎฐารามปิดท้ายด้วยการนมัสการพระพุทธชัยมงคลที่วัดใหญ่ชัยมงคล - ใช้เวลาในการท่องเที่ยวประมาณ๓ ชั่วโมง ราคา ๖๐๐ บาทต่อคัน - แวะกินก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลาช่อนในตลาดหัวรอ - แวะชิมขนมกล้วย ขนมตาลขนมสอดใส้ห่อใบตองบนเส้นทางไปวัดใหญ่ชัยมงคล เส้นทางที่๔ เรียนรู้ประวัติศาตร์อยุธยาที่ห้องนิทรรศการประวัติศาตร์อยุธยาที่ศูนย์การท่องเที่ยวอยุธยา (อาคารศาลากลางเก่าเดิม)จากนั้นเดินทางไปชมพระปรางค์ศิลปะอยุธยาตอนต้นในวัดพุทไธศวรรย์


เยือนวัดนักบุญโยเซฟ ชมลายสลักไม้เป็นดาวเพดานในพระอุโบส๔ในวัดกษัตราธิราชวรวิหาร นมัสการพระมงคลบพิตร ชมเจดีย์วัดสิงห์ล้อมที่วัดแม่นางปลื้มต่อด้วยวัดบรมวงศ์อิศรวราราม ชมจิตรกรรมฝาผนังที่วัด สุวรรณดาราราม ราชวรวิหารในวัดพิชัยสง คราม จากนั้นสักการะอัฐิธาตุหลวงปู่ด่วนที่วัดกล้วย ปิดท้ายด้วยนมัสการพระพุทธชัยมงคล ที่วัดใหญ่ชัยมงคล - ใช้เวลาในการท่องเที่ยว ๓ ชั่วโมงราคา ๖๐๐ บาทต่อคัน - มื้อเที่ยงแวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือป้าเล็ก (เจ้าเก่า)หน้าองค์การโทรศัพท์ริมถนนบางเอียน - แวะซื้อขนมกล้วยขนมตาล ขนมสอดไส้บนเส้นทางไปวัดใหญ่ชัยมงคล เส้นทางที่๕ ชมเจดีย์โบราณที่วัดมเหยงคณ์ และวัดกุฏิดาวแล้วไปนั่งช้างขี่เกวียนชมโบราณสถานในบริเวณปางช้างอโยธยา จากนั้นนมัสการพระพุทธชัยมงคล นมัสการหลวงพ่อโตวัดพนัญเชิงวรวิหาร แล้วชมโบราณสถานศิลปะอยุธยาตอนต้นในวัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ นมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ที่วัดหน้าพระเมรุชมการแกะสลักหินบนถนนเลียบตำหนักสิริยาลัย นมัสการพระนอนกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่วัดโลกยสุธา เยือนวัดวรเชษฐารามที่เชื่อกันว่าเป็นที่บรรจุอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชมสถูปสามองค์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ ปิดท้ายด้วยการนมัสการพระมงคลบพิตร - ใช้เวลาในการท่องเที่ยว ๓ชั่วโมงราคา๖๐๐ บาทต่อคัน - แวะซื้อแวะชิม ขนมกล้วย ขนมตาล บนส้นทางไปวัดใหญ่ชัยมงคล - จับจ่ายซื้อของฝากในบริเวณศูนย์จำหน่ายด้านหลังวัดใหญ่ชัยมงคล หมายเหตุ รถตุ๊กตุ๊กนั่งได้ไม่เกิน ๕ คน ถ้าใช้เวลาท่องเที่ยวเกินเวลากำหนดคิดค่ารถเพิ่มชั่วโมงละ ๒๐๐ บาทต่อคัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สหกรณ์บริการรถยนต์สามล้ออยุธยา จำกัด คุณ หมัด สำลี โทร ๐๘ ๑๗๔๕ ๘๗๘๖ (๐๓๕) ๒๓ ๒๖๔๐-๑ (๐๓๕) ๒๕ ๑๒๑๙ ชมรมรถตุ๊กตุ๊ก หน้าสถานีรถไฟอยุธยา คุณ อัสนีย์ ควรสนอง โทร ๐๘ ๗๓๖๕ ๓๐๑๐ ๐๘ ๓๐๓๙ ๓๗๕๕ การเดินทางสู่กรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว ๗๖ ก.มการเดินทางจากกรุงเทพฯไปยังกรุงเก่าเพื่อท่องเที่ยวด้วยรถ ตุ๊กตุ๊ก หรือรถสามล้อมีอยู่ด้วยกัน สามวิธีคือ โดยรถส่วนตัว -ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน ผ่านประตูน้ำพระอินทร์แล้วแยกข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒ จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๙สู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา -ใช้ทางหลวงหมายเลข๙๐๖(กรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานี)พอถึงทางแยกปทุมธานี เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๓๔๗ จากนั้นแยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๓๐๙ผ่านศูนย์ศิลปชีพบางไทรเข้าสู่ตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รถโดยสารประจำทาง บริษัทขนส่งจำกัดบริการรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศ สายกรุงเทพฯ –อยุธยา ทุกวัน ตั้งแต่ ๐๔.๐๐-๑๙.๓๐ น รถออกทุก ๑๕ นาที สอบ๔มข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๔๑-๘และ ๐ ๒๙๓๖-๒๘๕๒-๖๖ ต่อ ๓๑๑และ๔๔๒ รถตู้ คิวรถมี ๓แห่ง คือ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ข้างภัตตาคารพงหลี) และหน้าห้าง fashion mallปั้มซัสโก้ ตรงข้ามสถานนีขนส่งสายใต้ใหม่ กรุงเทพฯ และศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปรรค์ รังสิต รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ- พระนครศรีอยุธยาหลายขบวนตลอดทั้งวันสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ ๑๖๙๐ หรือ www.railway.co.th สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจโปรมแกรมต่างๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพระนครศรีอยุธยา ๑๐๘/๒๒ หมู่๔ ตำบลประตูชัย ถนน พหระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๐๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๓๕๒๔ ๖๐๗๖-๗ e-mail:
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
www.tat.or.th/central6
|