“ตามรอยประวัติศาตร์สิ่งศักดิ์สิทธิ์และโครงการพระราชดำริ”
ตอนแสง สี เสียง เมืองสองแควแลประวัติศาตร์ 15-17 มกราคม 2555


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลกและนิตยสารถ่ายาพชั้นนำ Phototech&Travel Lineพาคณะนักท่องเที่ยวพร้อมสื่อมวลชนร่วมย้อนรอยประวัติศาตร์และโครงการพระราชดำริ”ตอนแสง สี เสียง เมืองสองแควและประวัติศาตร์ในระหว่างวันที่ 15 - 17มกราคม 2555ที่ผ่านมานี้



สำหรับการเดินทางในทริปนี้เป็นการท่องเที่ยวตามรอยอารยธรรมเชิงประวัติศาตร์ที่ทรงคุณค่าของสยามประเทศพร้อมกับเป็นการเรียนรู้และเชิดชูพระปรีชาสมารถขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชพระมหากษัตริย์ไทย ผู้ทรงกอบกู้อิสระาพคืนจากพม่าเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 พร้อมทั้งได้ชื่นชมพระอัจฉริยาพแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ทรงมีพระดำริโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนซึ่งมีผลทำให้ดินแดนแถบนี้พ้นจากัยพิบัติน้ำท่วมและใช้ในเชิงการเกษตรอีกด้วย ทั้งยังได้ท่องเที่ยวไหว้พระขอพรแก่องค์พระพุทธชินราชและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจ.พิษณุโลกซึ่งเป็นจังหวัดาคเหนือตอนล่างและาคกลางตอนบนอันเป็นที่ตั้งของเมืองขอมโบราณกอร์ปกับประวัติศาตร์อันยาวนานที่อยู่คู่กับสยามประเทศดินแดนอันเป็นที่บรรจบของแม่น้ำสองสายคือแม่น้ำน่านและแม่น้ำเหตุจนได้รับการขนานนามว่า “เมืองสองแคว”

ในทริปนี้ท่านจะได้สัมผัสกับการบรรยายเรื่องจริงอิงประวัติศาตร์จากมัคคุเทศก์ชั้นบรมครูตั้งแต่สมัยพระบรมไตรโลกนาถ,พระนารายณ์มหาราช,สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี,พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจวบจนรัชกาลปัจจุบันได้สัมผัสกับพื้นที่จริงที่แอบอิงกับประวัติศาตร์อันทรงคุณค่า
และในช่วงค่ำคืนอันพิเศษนี้ท่านจะได้ร่วมชมแสงสีเสียงสุดอลังกา “ยอยศยิ่งฟ้ามหาราช แห่งแผ่นดิน” ณ. ศาลสมเด็จพระนเรศวร พระราชวังจันทน์เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ์องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงกอบกู้เอกราชให้แก่สยามประเทศซึ่งการแสดงในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมแสดงกว่า 300 ชีวิตพร้อม ช้าง ม้า อาชาศึก อีกมากมายพร้อมฉากอันยิ่งใหญ่งดงามตระการตาด้วยแสง สี เสียงอันทันสมัยเพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมให้เหมือนกับท่านได้มีส่วนรวมอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ
และจากการเดินทางมาท่องเที่ยวยังจ.พิษณุโลกในครั้งนี้ ทางคณะนักท่องเที่ยวพร้อมสื่อมวลชนได้พบกับท่านนวล สารสอน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพิษณุโลกได้คัดสรรแหล่งท่องเที่ยวไว้คอยให้การต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวพร้อมสื่อมวลชนพร้อมประสานงานอำนวยความสดวกให้คณะของเราเข้าชมการแสดงแสงสีเสียงในครั้งนี้เป็นอย่างดี
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เริ่มจากการทำพิธีเปิดงานที่บริเวณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ



จากนั้นคณะของเราจึงมุ่งหน้าสู่เมืองพิษณุโลกในทันทีโดยใช้เส้นทางสายกรุงเทพฯ – นครสวรรค์ – พิจิตร - พิษณุโลก แวะสักการะขอพรองค์พระพุทธชินราชพระคู่บ้านคู่เมืองของจ.พิษณุโลก ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหารพระอารามหลวง




เป็นที่ประดิษฐานองค์พระที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในประเทศไทย


สร้างขึ้นในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทแห่งกรุงสุโขทัยและเมื่อขอพรกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นจึงเดินทางมุ่งหน้าสู่เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน โครงการในพระราชดำริฯ เพื่อชมพระอาทิตย์ยามอัสดง



ระหว่างทางแวะนมัสการพระบรมสารีริกธาตุอายุกว่า 1,000ปีที่วัดเสนาสน์ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญและมีสัญลักษณ์ประจำพระองค์รัชกาลที่ 9ประดิษฐานไว้ที่บริเวณหน้ามณฑป



จากนั้นคณะนักท่องเที่ยวพร้อมสื่อมวลชนเดินทางเข้าไปเที่ยวชม “ไม้ตะเคียนยักษ์อายุ1,000กว่าปีมีความยามประมาณ30เมตรชาวบ้านพบเจอโดยบังเอิญในระหว่างลงหาปลาโดยต้องใช้เวลาถึง 12วันในการนำต้นตะเคียนยักษ์ต้นนี้ขึ้นมาไว้บนฝั่ง จากนั้นจึงนำมาไว้ที่บริเวณริมแม่น้ำายในวัดเสนาสน์ผูกด้วยผ้าหลากสีพร้อมแป้งฝุ่นจากชาวบ้านที่มาเสี่ยงโชดขาวโพลนไปทั่วทั้งลำต้น




จากนั้นจึงเดินทางเข้ายังที่พัก “แสงพรหม รีสอร์ท”ใกล้กับเขื่อนแควน้อยฯตกค่ำหลังรับประทานอาหารค่ำคณะนักท่องเที่ยวพร้อมสื่อมวลชนจะได้รับการอบรมการถ่ายาพจากอาจารย์ ธวัช มะลิลา ผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายาพ




วันรุ่งขึ้นเดินทางไปท่องเที่ยวยังพิพิธัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี



แหล่งรวบรวมศิลปของใช้แบบพื้นบ้านที่ผ่านมาในอดีต ตั้งแต่ถ้วยถังกาละมังหม้อ ,อปกรณ์การทำการเกษตรแบบโบราณมากมายหลายร้อยชิ้น



รวมทั้งบ้านเรือนไทยโบราณวิถีชีวิตของลาวโซ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาวัฒนธรรมแบบพื้นบ้านที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับ จ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์ ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมจากคณะกรรมการเอกลักษณ์แห่งชาติสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มอบรางวัลให้แก่จ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์




เจ้าของพิพิธัณฑ์พื้นบ้านแห่งนี้เป็นการเชิดชูเกียรติ์ท่าน



จากนั้นจึงเดินทางไปเที่ยวชมโรงหล่อพระบูรณไทยของจ่าสิบเอก ดร. ทวี บูรณเขตต์




ซึ่งที่นี่นั่นนับว่าเป็นเพชรน้ำเอกแห่งวงการช่างศิลป์และครููมิปัญญไทย โบราณ




ทุกคนจะได้รับรู้ถึงขั้นตอนการหล่อพระพุทธรูป,พระประธานและวัตถุมงคลต่างๆพร้อมเลือกซื้อของฝากที่มีให้เลือกอย่างมากมาย



จากนั้นเดินทางเข้าสู่ที่พักแห่งที่สองโรงแรมเรือนแพรอยัลพารค์ในตัวเมืองพิษณุโลก รับประทานอาหารเย็น





จากนั้นคณะนักท่องเที่ยวพร้อมสื่อมวลชนเดินทางเข้าเที่ยวชมพร้อมชมการความอลังการของการแสดงแสง สี เสียงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ายในพระราชวังจันทน์อันเป็นสถานที่พระราชสมพของพระองค์



ซึ่งในปีนี้ทางคณะผู้จัดงานได้ได้เตรียมการจัดงานไว้อย่างยิ่งใหญ่และงดงามตระการตา



เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมงานทุกท่านได้รับบรรยากาศแบบสมจริงมากที่สุด



เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนออกเดินทางกลับได้มีพิธีมอบรางวัลถ้วยเกียรติ์จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย



โดยได้รับเกียรติ์จากท่าน นวล สารสอน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพิษณุโลกให้เกียรติ์เดินทางมามอบรางวัลในครั้งนี้ด้วยตัวเองอีกด้วย



นอกจากนี้ยังมีอาจรย์ ธวัช มะลิลา ผู้ทรงคุณวุฒิทางการถ่ายาพทำการมอบรางวัลที่ 2



และคุณมานพ คำหอม อดีตช่างาพและหัวหน้าสื่อมวลชนได้ให้เกียรติ์เดินทางมามอบรางวัลอีกด้วย



สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศได้แก่ คุณ สุเทพ พวงมะโหดแห่ง นิตยสารออนไลน์ Idotravellers.com



และนี่คือาพประกวดรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้




และก่อนเดินทางกลับคณะนักท่องเที่ยวพร้อมสื่อมวลชนแวะนมัสการและเที่ยวชมความสวยงามของพระประธานในพระอุโบสถของวัดนางพญา



จากนั้นเดินเท้ามายังวัดราษฎร์บูรณะที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดนางพญาเพื่อปีนโบสถ์ใส่บาตรแด่องค์พระทองคำและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่มีความสำคัญทางศาสนา





พร้อมชมเรือพระที่นั่งของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 แบบใกล้ชิดและลอดใต้ท้องเรือเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว



ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯแวะซื้อของติดไม้ติดมือฝากคนทางบ้าน



จากนั้นจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยความสวัสดิาพและความประทับใจไม่รู้ลืม.
.........สวัสดีครับ...........

สนใจรายละเอียดกิจกรรมในครั้งต่อไปติดต่อได้ที่
นิตยสารถ่ายาพชั้นนำ Phototech&Travel Line
โทรศัพท์ 02-721-4417,081-874 -7447 (คุณขวัญจิตร)
หรือคลิ๊กเข้าไปดูที่ www.phototech-mag.com

 
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา