วันที่สามของการเดินทาง



เราสองคนรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของ เซนซีพาราไดซ์บีช รีสอร์ท จากนั้นจึงเช่ารถมอเตอร์ไซด์ในราคาค่าเช่าวันละ 250 บาท น้ำมันเติมเองออกเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะเต่า



สถานที่แห่งแรกที่เราสองคนจะเดินทางไปก็คือหาดทรายรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่2ทางทิศตะวันตกของเกาะเต่าเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระบรมรูปของล้นเกล้ารัชกาลที่5และสวนหินจปร.เพื่อกราบสักการะบูชารูปหล่อของพระองค์ท่านจากการที่เราทั้งสองได้มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมเยือนเกาะเต่าอีกครั้งหนึ่ง



เราสองคนขับรถไปตามถนนเลียบชายหาด ทรายรีอันร่มรื่นไปด้วยทิวมะพร้าวและสนทะเลที่ขึ้นเรียงรายไปตามความยาวของชายหาด เหนือแนวชายหาดขึ้นมาจะหนาแน่นไปด้วยรีสอร์ทบ้านพักซึ่งมีให้เลือกพักมากมายหลายระดับราคาโดยเริ่มต้นตั้งแต่ราคาคืนละไม่กี่ร้อยบาทจนถึงราคาเป็นหมื่นๆ บาทต่อคืนตลอดจน ร้านอาหาร โรงเรียนสอนดำน้ำ ร้านสะดวกซื้อ ธนาคารรับแลกเปลี่ยนเงินตราและร้านขายของที่ระลึกฯลฯ หาดทรายรีจึงเป็นชายหาดที่คับคั่งและคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าชายหาดอื่นๆทั้งหมดบนเกาะเต่าตลอดทั้งกลางวันเกาะกลางคืนหาดทรายรีไม่เคยหลับใหลเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบแสงสีความบันเทิงเริงรมย์บนเกาะเต่าสามารถหาได้ที่หาดทรายรีแห่งนี้ และด้วยชายหาดที่มีความโค้งเว้ายาวกว่าสองกิโลเมตรจึงเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจนอนอาบแดดและลงเล่นน้ำทะเล



หาดทรายรีในทุกๆวันจึงคับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อพักผ่อนหย่อนใจบนหาดทรายรี แห่งนี้



เราสองคนเดินทางมาถึงพระบรมรูปของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับสวนหิน จปร.สัญลักษณ์อันโดดเด่นบนหาดทรายรีซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนหินกลุ่มใหญ่อยู่บริเวณหาดทรายรีคล้ายสวนหินขนาดย่อมที่สร้างสรรขึ้นโดยสถาปนิกนามว่าธรรมชาติเป็นผู้ออกแบบให้



โดยมีแท่งหินขนาดใหญ่อยู่แท่งหนึ่งสูงท่วมศีรษะจำหลักรอยจารึก จปร.ของล้นเกล้ารัชกาลที่5เมื่อคราวทรงเสด็จประพาสเกาะเต่าเมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่ผ่านมา



นอกจากนั้นบริเวณนี้ยังถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านบนเกาะเต่าทุกคนต่างเดินทางมาสักการะบูชาพระบรมรูปของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5ไม่ขาดสายในทุกๆวัน



หลังจากเราสองคนกราบสักการะพระบรมรูปของล้นเกล้ารัชกาลที่5 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



จากนั้นจึงเดินทางมาร่วมงาน”เปิดโลกทะเลเกาะเต่า”ที่ถูกจัดขึ้นกลางเดือนมีนาคมเป็นประจำทุกปีซึ่งในปีนี้งานเปิดโลกทะเลถูกจัดขึ้นในระหว่างวันที่21-21 มีนาคมพ.ศ.2552ผู้จัดงานได้แก่ชมรมคนรักษ์เกาะเต่า องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเต่า ร้านดำน้ำและชุมชนคนเกาะเต่าซึ่ง ายในงานจะคับคั่งไปด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเช่นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเดนทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน นายอำเอ นายกอบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบนเกาะเต่าและเกาะพะงัน ผู้บังคับการเรือ นายทหารเรือ ชาวบ้านบนเกาะเต่าตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวบนเกาะเต่าและนักเรียนดำน้ำที่จบหลักสูตรการดำน้ำจากโรงเรียนสอนดำน้ำบนเกาะเต่าไปแล้วแต่ก็เดินทางข้ามน้ำข้ามทะลมาร่วมในงานเปิดโลกทะเลเกาะเต่ากันอย่างคับคั่ง



โดยพิธีเปิดในช่วงเช้าจะมีการเชิญพระสงฆ์จากสำนักสงฆ์บนเกาะเต่ามาเจริญพระพุทธมนต์จากนั้นจะมีการเสาวนาเรื่อง”อนุรักษ์เกาะเต่าอย่างไรให้ยั่งยืนต่อจากนั้นก็จะเป็นการปล่อยลูกเต่าทะเล ปล่อยลูกหอยมือเสือ การดำน้ำเชิงอนุรักษ์เก็บขยะใต้ทะเล การแข่งขันกีฬาชายหาด การจัดทัวร์ดำน้ำชมปะการังรอบเกาะเต่าฯลฯ



ส่วนในช่วงเวลากลางคืนจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูกการละเล่นต่างๆและการประกวดขวัญใจเกาะเต่าซึ่งแต่ละรีสอร์ทจะส่งสาวงามต่างชาติแต่งชุดไทยขึ้นประกวดบนเวที เราสองคนร่วมในงานพิธี”เปิดงานโลกทะเลเกาะเต่า”ในช่วงเช้าบรรยากาศายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเองจนเวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายคล้อย
จากนั้นเราสองคนจึงขอตัวประธานจัดงานขับรถท่องเที่ยวบนเกาะเต่าต่อในช่วงบ่าย ส่วนงานในช่วงค่ำนี้เราสองคนสัญญาว่าจะกลับมาร่วมงานใหม่ จากหาดทรายรีเราสองคนขับรถไปตามถนนคอนกรีตเส้นทางเที่ยวรอบเกาะขึ้นไปทางตอนเหนือของเกาะเต่าซึ่งในปัจจุบันถนนหนทางบนเกาะเต่าได้รับการพัฒนาปรับปรุงจนดีขึ้นแตกต่างจากเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมากเราสองคนขับรถเลยหาดทรายรีขึ้นไปทางทิศเหนืออีกเล็กน้อยจากนั้นเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางถนนคอนกรีตขึ้นเขาไปอีกระยะทางประมาณ150เมตรก็จะถึง “ทรายรีวิวรีสอร์ท”ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงกระดูกของปลาลามวาฬขนาดใหญ่ถูกจัดแสดงเอาไว้ายในรีสอร์ทแห่งนี้



ซึ่งแต่เดิมรีสอร์ทแห่งนี้มีเจ้าของเป็นคนไทยต่อมาได้ให้ฝรั่งชาวต่างชาติเช่าช่วงทำธุรกิจรีสอร์ทต่อ รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาบรรยากาศจึงเงียบสงบเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวสำหรับบ้านพักมีจำนวน 12 หลังราคาเริ่มต้นที่800-1200 บาทต่อคืนสนใจติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 077 456251 บริเวณด้านหลังของรีสอร์ทแห่งนี้มีจุดชมวิวทิวทัศน์ของหาดทรายรีบนมุมสูงได้อย่างชัดเจนและเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย สำหรับโครงกระดูกของปลาฉลามวาฬที่นำมาจัดแสดงไว้ายในให้นักท่องเที่ยวได้ชมนั้นเจ้าของรีสอร์ทคนเดิมคือคุณอุ้นได้ขอซื้อมาจากชาวประมงที่อ่าวโตนดโดยฉลามวาฬตัวนี้ได้มานอนตายเกยตื้นที่บริเวณอ่าวโตนดเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาซึ่งในขณะนั้นเกาะเต่ายังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเหมือนเช่นทุกวันนี้

จากทรายรีวิวรีสอร์ทซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงกระดูกปลาวาฬเราสองคนใช้เส้นทางถนนหาดทรายรีผ่านสำนักสงฆ์ที่มีแห่งเดียวบนเกาะเต่าก่อนถึงซอย หาดทรายรี1 จะมีทางแยกซ้ายมือถนนคอนกรีตสูงชันซึ่งต้องขับรถมอเตอร์ไซด์ขึ้นไปด้วยความระมัดระวัง



เลยขึ้นไปยังเสารับ-ส่งสัญญาน ของGSM ระยะทางประมาณ 200เมตรก็จะมาถึงจุดชมวิว “Sunset View Point” ซึ่งเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่บนเกาะเต่า



และบนจุดชมวิวแห่งนี้เป็นที่ตั้งของร้านอาหาร”Sunset View Bar “ซึ่งดำเนินงานโดยคุณหนุ่ม
หนุ่มใหญ่ใจดีเจ้าของร้านจำหน่ายอาหารไทย-ฝรั่งมากมายหลากหลายชนิดรสชาติอร่อยราคาถูกจนเป็นที่นิยมของบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชอบบรรยากาศเงียบสงบเดินทางขึ้นมาพักผ่อนหย่อนใจนั่งจิบเบียร์ชมพระอาทิตย์ตกกันเป็นประจำทุกเย็นบนจุดชมวิวแห่งนี้ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของท่าเรือเกาะเต่าบนหาดแม่หาดต่อไปยังหาดทรายรีได้หมดทั้งอ่าวรวมทั้งวิวทิวทัศน์ของเกาะนางยวนได้อย่างชัดเจน


นักท่องเที่ยวชาวไทยที่สนใจจะเดินทางมารับประทานอาหารไทยสไตล์พื้นบ้านหรือนั่งพักผ่อนหย่อนใจจิบเบียร์เย็นๆกินลมชมวิวบนจุดชมวิวแห่งนี้ในยามเย็น สามารถติดต่อได้ที่คุณหนุ่ม โทรศัพท์ 087 279 2611 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น.ทุกวัน เราสองคนนั่งพักผ่อนหย่อนใจจนสมควรแก่เวลาจากนั้นจึงออกเดินทางท่องเที่ยวต่อไปยังอ่าวโฉลกบ้านเก่าซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่2 อ่าวโฉลกบ้านเก่า ทางทิศใต้ของเกาะเต่า ห่างจากท่าเรือเกาะเต่าระยะทางประมาณ 5 กม.



เราสองคนใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาทีก็เดินทางมาถึงอ่าวโฉลกบ้านเก่าซึ่งมีลักษณะโค้งเว้าลึกเข้าไปในแผ่นดินมากกว่าอ่าวทุกๆอ่าวบนเกาะเต่าในช่วงฤดูมรสุมอ่าวโฉลกบ้านเก่าถูกใช้เป็นที่หลบลมมรสุมของชาวประมงได้เป็นอย่างดี ชายหาดโค้งเว้ามีความยาว 250 เมตร เหนือบริเวณแนวชายหาดขึ้นมาเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทมากมายหลากหลายรีสอร์ทหลายระดับและหลายราคาซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือเกาะเต่ารีสอร์ทที่พักของเราสองคนในคืนนี้ ในทุกๆวันบริเวณชายหาดของอ่าวโฉลกบ้านเก่าจะคับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจลงเล่นน้ำทะเลนั่งอ่านหนังสือนอนอาบแดดกันเป็นประจำ



บางคนก็มาดำน้ำชมปะการังที่มีอยู่อย่างมากมายบริเวณหน้าอ่าวโฉลกบ้านเก่าบางคนก็พายแคนนูเที่ยวชมรอบเกาะในวันที่ท้องฟ้าใสหาดทรายสวยเช่นในวันนี้



จากอ่าวโฉลกบ้านเก่าเราสองคนขับรถผ่านเกาะเต่ารีสอร์ทขึ้นมาเล็กน้อยจะมีทางแยกซ้ายมือขึ้นเนินเขาจะเป็นเส้นทางไปหาดทรายแดงส่วนทางแยกขวามือจะไปศาลเจ้าพ่อตาโต๊ะและเหนือขึ้นมาเพียงเล็กน้อยก็จะเป็นที่ตั้งของจุดชมวิวจอห์น-สุวรรณเราสองคนขับรถเลี้ยวขวาไปกราบสักการะบูชาศาลเจ้าพ่อตาโต๊ะที่เคารพบูชาของชาวบ้านบนเกาะเต่า



ในทุกๆวันจะมีชาวบ้านนำดอกไม้ธูปเที่ยนมาสักการะบูชากันเป็นประจำจากนั้นจึงเดินเท้าขึ้นเขาใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็มาถึงบนจุดชมวิวจอห์น-สุวรรณ จุดชมวิวแห่งนี้ถูกค้นพบขึ้นโดย ฝรั่งชาวอังกฤษชื่อนายจอห์นและคุณสุวรรณชาวบ้านบนเกาะเต่าเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาปัจจุบันคุณสุวรรณได้อำลาจากโลกนี้ไปแล้วทิ้งให้คุณจอห์นอยู่เปลี่ยวเดียวดายคนเดียวบนเกาะเต่า



บนจุดชมวิวจอห์น-สุวรรณอากาศเย็นสบายสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอ่าวโฉลกบ้านเก่าและอ่าวเทียนออกที่มีลักษณะโค้งเว้าเข้าหากันได้อย่างชัดเจนโดยมีจุดชมวิวจอห์นสุวรรณอยู่ระหว่างกลางลักษณะคล้ายกับจุดชมวิวของพีพีดอนในทะเลกระบี่และใต้จุดชมวิวจอห์น-สุวรรณลงมาเล็กน้อยก็คือหัวแหลมตาโต๊ะที่เคารพบูชาของชาวบ้านเกาะเต่าและในวันที่ท้องฟ้าสวยแดดใส สามารถมองเห็นเกาะพะงันที่ตั้งอยู่ห่างจากเกาะเต่าระยะทาง 45 กม.และเกาะ สมุยได้อย่างชัดเจนอีกด้วยเราสองคนนั่งพักผ่อนหย่อนใจรับลมทะเลเย็นๆ บนจุดชมวิวจอห์น-สุวรรณจนสมควรแก่เวลาจากนั้นจึงเดินทางกลับลงมายังเบื้องล่างหาเส้นทางถนนเดินทางลงมายังอ่าวเทียนออกปรากฏว่าเส้นทางถนนที่เคยลงไปสู่อ่าวเทียนออกได้นั้นปัจจุบันถูกปิดตายหนทางเดียวที่จะเดินทางลงไปยังอ่าวเทียนออกได้นั่นคือจะต้องขับรถอ้อมไปเข้าทางหาดทรายแดงแต่เส้นทางถนนเส้นนี้ลาดชันอาจเป็นอันตรายกับเราสองคนที่ไม่เคยชินกับถนนบนเกาะเต่าใกล้กับทางขึ้นศาลเจ้าพ่อตาโต๊ะ
มีร้านอาหารร้านหนึ่งมีชื่อว่าNEW HEAVENซึ่งายในร้านมีระเบียงไม้เป็นลานกว้างขนาดใหญ่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมวิวทิวทัศน์พร้อมรับประทานอาหารเราสองคนขออนุญาตเจ้าของร้านผู้ใจดีเข้าไปถ่ายรูปบริเวณจุดชมวิวายในร้านซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอ่าวเทียนออกได้หมดทั้งอ่าวรวมทั้งเกาะฉลามหรือกงทรายแดงด้วยจากจุดชมวิวเรามองเห็น



บรรยากาศบริเวณชายหาดของอ่าวเทียนออกแห่งนี้เงียบสงบร่มรื่นไปด้วยทิวมะพร้าวที่ขึ้นเรียงรายอยู่บริเวณชายหาดที่มีเม็ดทรายขาวละเอียดกว่าทุกๆอ่าวบนเกาะเต่ามีความยาวประมาณ 150 เมตร
บนชายหาดเทียนออกปราศจากรีสอร์ทที่พักมีก็แต่ร้านขายอาหารและเครื่องดื่มและให้เช่าสน็อคเกิ้ลของชาวบ้านที่มาเฝ้าชายหาดเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำทะเล พักผ่อนหย่อนใจและดำน้ำชมปะการังและปลาฉลามหัวหูดำที่ว่ายวนเวียนคอยทักทายนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณด้านหน้าชายหาดของอ่าวเทียนออก จากอ่าวเทียนออกสามารถมองเห็นเกาะฉลามแหล่งดำน้ำชมปะการังที่ตั้งอยู่ห่างจากชายหาดของอ่าวเทียนออกระยะทางประมาณ 500 เมตรได้อย่างชัดเจนและถ้ามองออกไปจะแลเห็นเกาะพะงันอีกด้วย


สำหรับร้าน New Heaven เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวพร้อมบ้านพักไล่ระดับตามไหล่เขาลงมายังบริเวณชายหาดอีกด้วยรายละเอียดโทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ที่ 077 456 462 เราสองคนนั่งพักผ่อนหย่อนใจพร้อมรับประทานอาหารกลางวันกันที่ Newheaven จนสมควรแก่เวลา



พอได้เวลาบ่ายคล้อยแดดร่มลมตกพอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนเราสองคนขี่รถมอเตอร์ไซด์มาหากาแฟกินกันที่ริมถนนอ่าวโฉลกบ้านเก่าตรงข้ามกับร้านสอนดำน้ำNEWHEAVEN DIVING SHOPร้านกาแฟแห่งนี้มีชื่อว่า KOPPEE เจ้าของมีชื่อว่าคุณแก่นประธานชมรมคนรักษ์เกาะเต่าและเป็นแม่งานในการจัดงานเปิดโลกทะเลเกาะเต่าในวันนี้และยังเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนดำน้ำที่ตั้งอยู่ตรงข้ามร้านกาแฟแห่งนี้ด้วยคุณแก่นแกกำลังสาละวนอยู่กับการจัดงานเปิดโลกทะเลในค่ำคืนนี้แกเลยไม่ค่อยมีเวลามาพูดคุยกับเราสองคนมากนักเราสั่งกาแฟมารับประทานแกล้มด้วยขนมเค้กกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นรสชาติเยี่ยมถูกใจคอกาแฟเช่นเราทั้งสองคน



แถมราคาก็ยุติธรรมอีกด้วยจนต้องสั่งมาอีกเป็นแก้วที่สองนักท่องเที่ยวที่เป็นคอกาแฟมาท่องเที่ยวยังเกาะเต่าแล้วนึกอยากกาแฟขึ้นมาก็ขอเชิญได้ที่ร้าน KOPPEE น่ะครับเจ้าของร้านใจดีแต่พูดมากไปหน่อยเมื่อจัดการกับกาแฟจนตาแข็งลมออกหูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



จากนั้นเราทั้งสองคนจึงออกเดินทางท่องเที่ยวรอบเกาะเต่ากันต่อไปยังบริเวณด้านหลังเกาะ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเต่าในอดีตเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาเมื่อครั้งเกาะเต่ายังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนักการเดินทางไปยังอ่าวต่างๆโดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกของเกาะเต่าเช่น อ่าวโตนด อ่าวลึก อ่าวหินวง ฯลฯเป็นไปด้วยความยากลำบากและต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อและคนขับต้องชำนาญเส้นทางพอสมควรเพราะเส้นทางถนนบนเกาะเต่าคดเคี้ยววกวนขึ้นลงเขาโดยเฉพาะอ่าวลึกซึ่งไม่มีเส้นทางถนนไปถึงต้องเดินทางไปโดยทางเรือเท่านั้น ตัวอย่างเส้นทางถนนบนเกาะเต่าในอดีตเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาเรานำมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมดังในรูปนี้น่ะครับ



แต่ในปัจจุบันนี้เส้นทางถนนดังในรูปนี้แทบจะไม่มีให้เห็นบนเกาะเต่าอีกต่อไปแล้ว ปัจจุบันเส้นทางถนนคอนกรีตเชื่อมโยงไปยังอ่าวต่างๆบนเกาะเต่าเกือบทั้ง 11 อ่าวนั้นสะดวกสบายกว่าในอดีตที่ผ่านมามากแต่คนขับก็ยังต้องขับรถด้วยความระมัดระวังยิ่งกว่าเดิมอีกเพราะเมื่อถนนหนทางสะดวกคนขับรถบางคนก็เกิดความประมาทขับรถด้วยความเร็วจากถนนตีโค้งพุ่งลงเหวไปก็มีโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวฝรั่งชาวต่างชาติที่นิยมชมชอบกับการขับรถมอเตอร์ไซด์เที่ยวรอบเกาะและด้วยความที่ไม่ชำนาญเส้นทางประกอบกับขับรถด้วยความประมาทเกิดอุบัติเหตุตีโค้งพลัดตกลงไปในเหวข้างทางกลับบ้านเก่าไปเข้าเฝ้าพระเจ้าก่อนเวลาอันสมควร อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางนั่งเครื่องบินมาตั้งหลายพันไมล์เสียทั้งเวลาทั้งเงินทองตั้งใจจะเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะเต่าให้สมใจอยากกลับเดินทางเอาชีวิตมาทิ้งที่เกาะเต่าปีละหลายๆราย



ก็ขอเตือนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมขับรถมอเตอร์ไซด์เที่ยวรอบเกาะเต่าขอให้ขับรถท่องเที่ยวด้วยความระมัดระวังให้มากน่ะครับและถ้าขับรถยังไม่แข็งและไม่ชำนาญเส้นทางจ้างรถปิคอัพรับจ้างของเจ้าถิ่นให้ขับรถพาเที่ยวรอบเกาะดีกว่าครับห่วงชีวิตตัวเองดีกว่าห่วงสตังค์เล็กๆน้อยๆส่วนรถปิคอัพรับจ้างก็มีให้บริการอยู่ทั่วไปบริเวณท่าเรือเกาะเต่าส่วนเรื่องสนนราคาต่อรองกันได้เพราะคนไทยด้วยกันราคาค่ารถอาจจะแพงกว่าบนฝั่งบ้างเล็กน้อยก็เห็นใจคนขับเขาบ้างเถอะน่ะครับเพราะค่าขนส่งน้ำมันจากฝั่งมายังเกาะเต่านั้นค่าขนส่งแพงเอาการอยู่ราคาก็ตกประมาณวันละ2000-2500 บาทถ้ามาเที่ยวกันหลายๆคนหารค่ารถกันก็ถือว่าคุ้มครับ แต่ถ้ามาเที่ยวกันสองคนเช่ารถมอเตอร์ไซด์วันละ 250บาทน้ำมันเติมเองประหยัดกว่าครับแต่ต้องขับด้วยความระมัดระวังหาเช่าได้ตามรีสอร์ททั่วไปบนเกาะเต่าหรือที่ร้านJune อยู่ติดกับด้านหน้าของเกาะเต่ารีสอร์ท อ่าวโฉลกบ้านเก่าเจ้าของร้านใจดีเช่าเกินเวลานิดๆหน่อยก็ไม่คิดสตังค์เพิ่ม หรือจะเช่ารถATVไอ้ตีนโต สามล้อก็มีให้เช่าที่ร้านบริเวณท่าเรือเกาะเต่าครับส่วนเรื่องราคาไม่ทราบครับเพราะขับไม่เป็น



เราสองคนขับรถไปตามถนนคอนกรีตสู่อ่าวต่างๆทางด้านทิศตะวันออกของเกาะเต่าโดยเริ่มตั้งแต่ อ่าวลึก อ่าวโตนด อ่าวหินวง จนไปสิ้นสุดที่อ่างม่วง



ซึ่งอ่าวแต่ละอ่าวจะมีความสวยงามตามธรรมชาติแตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่อ่าวทุกอ่าวมีความเหมือนกันหมดก็คือความใสของน้ำทะเลใสจนสามารถแลเห็นตัวปลาว่ายวนเวียนไปมาได้อย่างชัดเจนสาเหตุเพราะเกาะเต่านั้นอยู่ห่างจากฝั่งระยะทางประมาณ 80 กม.มลสาวะจากฝั่งจึงเดินทางมาไม่ถึงประกอบกับบริเวณโดยรอบเกาะเต่าไม่มีป่าชายเลนจึงทำให้น้ำทะเลไม่ขุ่น อ่าวต่างๆทางทิศตะวันออกของเกาะเต่าจะมีลักษณะเป็นหาดหินมากกว่าหาดทรายไม่เหมือนกับบริเวณทางทิศตะวันตกของเกาะเต่าที่เรียกกันว่าหน้าเกาะจะมีหาดทรายมากกว่าหาดหินโดยเฉพาะหาดทรายรีที่มีความยาวหาดหลายร้อยเมตรตลอดจนบ้านพักและรีสอร์ทสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมายนักท่องเที่ยวก็เลยนิยมที่จะพักผ่อนหย่อนใจกันบริเวณด้านหน้าของเกาะมากกว่า ส่วนด้านหลังทางทิศตะวันออกของตัวเกาะจึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบเงียบบรรยากาศเป็นส่วนตัวเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจนอนอาบแดดฟังเสียงคลื่นกันเต็มชายหาดไปหมด ซึ่งแต่ละอ่าวก็มีบ้านพักรีสอร์ทหลายระดับหลายราคาตั้งแต่ราคาคืนละไม่กี่ร้อยบาทจนถึงหลายพันบาทต่อคืนเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทุกอ่าวชอบใจบรรยากาศแบบไหนก็เลือกพักกันเองตามใจชอบทุกๆรีสอร์ทมีบริการรถรับส่งจากท่าเรือเกาะเต่าถึงรีสอร์ท เราสองคนขับรถตะเวนเที่ยวทุกอ่าวจนได้เวลาแดดร่มลมตกขับรถไปนั่งชมพระอาทิตย์ตกที่บริเวณหาดทรายรีกันดีกว่าพร้อมกับร่วมงานวัน”เปิดโลกทะเลเกาะเต่า”ในยามค่ำคืนด้วย บริเวณหาดทรายรีในยามแดดร่มลมตกกำลังคับคั่งไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำลังเดินเล่นและนั่งพักผ่อนหย่อนใจบริเวณชายหาดเพื่อรอชมพระอาทิตย์ตก



ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าเรือหาปลากำลังกลับเข้าสู่ฝั่ง แสงไฟสปอรต์ไลท์จากเรือไดหมึกถูกเปิดขึ้นส่องแสงระยิบระยับไปทั่วน่านน้ำเมื่อยามดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ได้เวลาอาหารค่ำแล้วเราสองคนเดินเท้าไปหาอาหารค่ำรับประทานกันที่บริเวณท่าเรือเกาะเต่าที่อยู่ห่างจากหาดทรายรีไม่กี่ร้อยเมตรแสงไฟบริเวณท่าเรือเกาะเต่าอยู่ติดกับหาดแม่หาดถูกเปิดให้ความสว่างไสวไปทั่วทั้งท่าเรือ



บริเวณท่าเรือเกาะเต่ามีร้านอาหารให้เลือกมากมายหลากหลายชนิดตั้งแต่ข้าวราดแกง พิซซ่า ข้าวเหนียวไก่ย่างส้มตำยันหมูกระทะมีหมด เรียกว่ามาเที่ยวเกาะเต่าแล้วไม่ต้องกลัวอดถ้ามีสตังค์ในกระเป๋าส่วนเรื่องของราคาก็แพงกว่าร้านอาหารบนฝั่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง เราสองคนจัดการกับอาหารค่ำจนอิ่มหนำสำราญ



จากนั้นจึงเดินเท้าเข้าไปายในงาน”เปิดโลกทะเลเกาะเต่า”ายในงานกำลังคับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บรรยากาศายในงานคล้ายกับงานวัดตามต่างจังหวัดแต่บนเกาะเต่าเป็นงานวัดแบบฝรั่งเพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนแลเห็นฝรั่งหัวดำหัวแดงหัวทองอุ้มลูกจูงหลานเดินเที่ยวายในงานกันเต็มไปหมด



ส่วนบนเวทีก็มีการแสดงศิลปะร่ายรำแบบไทยๆ จากนั้นก็เป็นการประกวดนางงามขวัญใจเกาะเต่าซึ่งนางงามส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะเต่าพักอยู่ตามรีสอร์ทต่างๆบนเกาะเต่าเจ้าของรีสอร์ทเห็นว่าหุ่นดีมีแววเข้าประกวดได้จากนั้นจึงจับฝรั่งมาแต่งชุดไทยจัดแจงแต่งหน้าทาปากเขียนคิ้วส่งเข้าประกวดนางงามขวัญใจเกาะเต่าในนามรีสอร์ท ของตน



ฝรั่งบางคนแก่บ้างสาวบ้างอายุมากบ้างน้อยบ้างก็ว่ากันไปตามแต่ละรีสอร์ทจะคัดเลือกส่งเข้าประกวด ส่วนเรื่องของรางวัลก็มีเงินเป็นสินน้ำใจเล็กๆน้อยแล้วยังมีบัตรกำนัลเป็นรีสอร์ทที่พักห้าดาวบนเกาะเต่าฟรีอีกด้วยเรียกว่าใครได้ตำแหน่งนางงามเกาะเต่าก็ได้พักฟรีเที่ยวฟรีไป



ส่วนบรรยากาศายในงานก็สร้างความครึกครื้นแป็นกันเองได้พอสมควร เราสองคนเดินเที่ยวชมบรรยากาศายในงานจนสมควรแก่เวลาจนขาแข้งเริ่มล้า จากนั้นจึงเดินทางกลับเกาะเต่ารีสอร์ทที่อ่าวโฉลกบ้านเก่าเพื่อพักผ่อน



แต่ก่อนที่จะเข้านอนเราสองคนลองเดินมาเที่ยวชมบรรยากาศแสงสียามราตรีายในเกาะเต่ารีสอร์ท ที่ตั้งอยู่ริมหาดอ่าวโฉลกบ้านเก่าที่มีทั้งร้านอาหารและบาร์เหล้า ซึ่งกำลังคับคั่งไปด้วยลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเราสองคนนั่งดื่มเบียร์กันคนละแก้วพอหลับสบายจากนั้นจึงเดินทางกลับเข้าห้องพักพักผ่อนเอาแรงไว้เดินทางต่อสู่เกาะพะงันในวันรุ่งขึ้น

หน้าต่อไป

 
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา