ป้ายโฆษณา

วันที่สองของการเดินทาง



เช้าของวันที่สองบนเกาะพะงันอากาศช่างสดชื่นแจ่มใสดีเหลือเกินท้องฟ้าใสเหมาะแก่การท่องเที่ยวทางทะลเป็นยิ่งนักวันนี้เราสองคนจะนั่งเรือเที่ยวรอบเกาะพะงันกันน้ำทะเลสีใสเอ่อขึ้นมาเต็มชายหาดบ้านใต้แตกต่างจากเมื่อเย็นวานนี้  แต่ก่อนที่จะออกเดินทางไปนั่งเรือเที่ยวรอบเกาะ  เราสองคนจะออกเดินทางไปหาอาหารเช้ารับประทานกันในตลาดเช้าของเกาะพะงันกันก่อนดีกว่า


    
โจ๊กหมูใส่ไข่ชามละ25บาทตบท้ายด้วยกาแฟโบราณแก้วละ10 บาท แกล้มด้วยปาท่องโก๋คนละสองตัวช่างเป็นอาหารเช้าแบบชาวบ้านๆ ดีแท้ แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย สอบถามแม่ค้าว่าขายราคานี้มานานแล้วแต่ไม่กล้าขึ้นราคาเพราะกลัวลูกค้าจะหนีหมด ขายกำไรน้อยแต่ขายได้มากดีกว่าขายไม่ได้เลย ท่านผู้อ่านที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะพะงันแล้วอยากจะลองลิ้มชิมรสโจ๊กหมูเจ้านี้ก็ขอเชิญได้ที่ตลาดเช้าเกาะพะงันขายตั้งแต่ตีห้าถึงสามโมงเช้า จากนั้นก็จะปิดร้านนั่งนับเงินทั้งวันจากนั้นวันรุ่งขึ้นจึงมาเปิดร้านขายต่อ หลังจากจัดการกับอาหารเช้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นเราสองคนจึงออกเดินทางไปยังจุดนัดหมายลงเรือเที่ยวรอบเกาะพะงันที่บริเวณท่าเรือบ้านใต้ตั้งอยู่ห่างจากตลาดไปทางหาดบ้านใต้ระยะทางประมาณ 5 กม.



ห่างจากบังกะโลบ้านพักของเราไม่กี่ร้อยเมตร  เราสองคนใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็เดินทางมาถึงท่าเรือบ้านใต้จุดนัดหมายที่เราสองคนนัดหมายพี่รัตน์ เร็กเก้ กัปตันเรือหางยาวไว้และระหว่างที่เราสองคนรอพี่รัตน์ เร็กเก้ อยู่ที่บริเวณท่าเรือบ้านใต้ก็เลยถือโอกาสเดินสำรวจรอบๆบริเวณท่าเรือแห่งนี้  สำหรับที่ตั้งของท่าเรือบ้านใต้นั้นตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือท้องศาลาระยะทางประมาณ 6 กม.อยู่ระหว่างหาดบ้านใต้กับหาดบ้านค่ายบนเส้นทางถนนสายท้องศาลา-หาดริ้นบริเวณท่าเรือบ้านใต้เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมงเล็กๆโดยมีลักษณะเป็นอ่าวโค้งเว้าเข้ามาใช้เป็นที่จอดเรือประมงและเรือทัวร์โดยสารนำเที่ยวรอบเกาะใช้เป็นที่หลบลมในช่วงฤดูมรสุมนอกจากนี้บริเวณท่าเรือบ้านใต้ยังมีบริการเรือเร็วเดินทางไปยังท่าเรือบางรักบนเกาะสมุยโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีเท่านั้นในอัตราค่าโดยสารคนละ 550 บาท เรือออกทุกชั่วโมงโดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-17.30 น.นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอซื้อตั๋วเรือโดยสารได้ที่ บริเวณท่าเรือบ้านใต้ใกล้กับศาลาพักร้อนทีตั้งอยู่ภายในบริเวณท่าเรือ  และจากท่าเรือบ้านใต้เราสองคนสามารถมองเห็นเกาะสมุยซึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้าเราไปไม่ไกลเท่าใดนักสำหรับด้านขวามือก็คือชายหาดบ้านใต้เรียงรายไปด้วยทิวมะพร้าวระยะทางยาวหลายกิโลเมตรส่วนด้านซ้ายมือก็คือหาดบ้านค่ายที่มีชายหาดทอดตัวยาวไปจนถึงหาดหินล่อ



เราสองคนเดินเที่ยวเก็บภาพจนเป็นที่จุใจแล้วจากนั้นจึงมานั่งพักร้อนกันที่ศาลาพักร้อนบริเวณท่าเรือหาดบ้านใต้รอเวลานัดหมายกับพี่รัตน์ เร็กเก้ กัปตันเรือทัวร์  เราสองคนใช้เวลานั่งรอไม่ถึงสิบนาทีพี่รัตน์ เร็กเก้ กัปตันเรือทัวร์ที่เราสองคนรอคอยก็เดินทางมากับรถสองแถวปรากฏกายขึ้นพร้อมกับลูกทัวร์โดยสารที่เป็นฝรั่งชาวต่างชาติ 7-8คน  เราสองคนทักทายพร้อมแนะนำตัวกับพี่รัตน์ เร็กเก้ให้ได้รู้จักซึ่งก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากพี่รัตน์เราสองคนมองดูหน้าตาของพี่รัตน์แล้วมีความเห็นตรงกันว่าพี่รัตน์กัปตันเรือของเราคนนี้มีใบหน้าและความหล่อเหลาละหม้ายคล้ายคลึงกับดาราตลกซื่อดังของเมืองไทยคือ เท่ง เถิดเทิงโดยเฉพาะเมื่อเวลาแกยิ้มแล้วเหมือน เท่ง เถิดเทิง ยังกับเป็นพี่น้องคลานตามกันมา เหมือนหรือไม่เหมือนท่านผู้อ่านพิจารณาดูรูปเอาเองก็แล้วกันครับ และต่อจากนี้ไปเราสองคนจะขอเรียกพี่รัตน์ เร็กเก้ คนนี้ว่าพี่เท่ง เถิดเทิงจะดีกว่า  สำหรับท่านผู้อ่านที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะพะงันแล้วมีความประสงค์จะใช้บริการเรือหางยาวทัวร์โดยสารนำเที่ยวรอบเกาะของพี่เท่ง เถิดเทิง เอ๊ย ..พี่รัตน์ เร็กเก้ สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์  081 788 9143  ในอัตราค่าบริการคนละ 700 บาท พร้อมอุปกรณ์ดำน้ำ น้ำดื่ม ตบท้ายด้วยอาหารเย็นอีกหนึ่งมื้อ อิ่มตา อิ่มท้อง กลับไปพักผ่อนให้หายคิดถึงทะเลไปเลย และเมื่อทุกคนพร้อม พี่เท่ง กัปตันเรือทัวร์ของเราก็พาเรือทัวร์หางยาวคู่ใจที่มีชื่อว่า “Reggae boat” สีสันสะดุดตาพานักท่องเที่ยวและเราสองคนออกเดินทางทัวร์รอบเกาะพะงันในทันที



วันนี้ท้องฟ้าเปิดอากาศแจ่มใสเป็นใจให้กับเราทั้งสองคนดีแท้จะได้เก็บภาพเกาะพะงันสวยๆมาฝากท่านผู้อ่านที่ยังไม่เคยเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะพะงันให้เดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะพะงันในฤดูร้อนที่กำลังเดินทางมาถึงนี้ 



กัปตันเท่งพาเรือทัวร์โดยสารเดินทางลัดเลาะไปตาม ชายหาดบ้านใต้ผ่าน Dew Shoreบังกะโลที่พักของเรา ซึ่งในเวลาสายเช่นนี้น้ำทะเลกำลังเอ่อท่วมชายหาดตลอดแนวชายฝั่งของเกาะพะงัน



กัปตันเท่งพาเรือทัวร์โดยสารผ่านมายังบริเวณท่าเรือท้องศาลาที่กำลังคับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาด้วยเรือทัวร์โดยสารระหว่างเกาะมาท่องเที่ยวยังเกาะพะงัน



ตรงข้ามกับท่าเรือท้องศาลาก็คือเกาะแตในเกาะที่มีหาดทรายขาวยาวประมาณ 100 เมตร



นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชอบบรรยากาศและความสงบเงียบนิยมนั่งเรือเดินทางมาพักผ่อนนอนแอบแดดและเล่นกีฬาทางน้ำ เช่นวินเชิรฟ์กันเป็นประจำเพราะเกาะแตในตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือท้องศาลาระยะทางประมาณ1 กม. เท่านั้น



จากท่าเรือท้องศาลากัปตันเท่งพาเรือทัวร์ลัดเลาะผ่านมายังหาดในวก อ่าววกตุ่ม อ่าวหินกอง อ่าวศรีธนู  หาดยาว หาดสลัดจนมาสิ้นสุดที่เกาะม้าใกล้กับอ่าวแม่หาด


 


เสียงกัปตันเรือเท่งตะโกนเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงใต้บอกกล่าวให้นักท่องเที่ยวได้ทราบว่าเรือจะลอยลำอยู่ตรงบริเวณเกาะม้านี้ประมาณ 10 นาทีเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดำน้ำชมปะการังกัน หลังจากนั้นบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่โดยสารเรือทัวร์มาพร้อมกับเราต่างก็จัดแจงสวมชูชีพและหน้ากากดำน้ำลงจากเรือไปดำน้ำดูปะการังและหยอกล้อเล่นกับฝูงปลาทะเลเป็นที่สนุกสนาน



กัปตันเท่งเล่าให้เราสองคนฟังว่าบริเวณโดยรอบเกาะม้าแห่งนี้มีแนวปะการังมากมายหลากหลายชนิดและฝูงปลาทะเลสีสันสวยงามมากบรรดาเรือทัวร์โดยสารบนเกาะพะงันนิยมพานักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาดำน้ำดูปะการังที่รอบเกาะม้าและด้านหน้าอ่าวแม่หาดกันเป็นประจำทุกวัน



และในช่วงเวลาน้ำลดลงมากๆจะปรากฏแนวสันทรายเป็นทางยาวหลายร้อยเมตรจากหาดแม่หาดเชื่อมต่อไปยังเกาะม้ากลายเป็นทะเลแหวกสวยไม่แพ้ทะเลแหวกที่จังหวัดกระบี่เลยทีเดียว



แต่ในช่วงเวลาที่เราสองคนเดินทางมาเป็นช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำทะเลท่วมสันทรายหมด เราจึงไม่มีโอกาสได้เห็นแนวสันทรายที่เชื่อมหาดแม่หาดกับเกาะม้าเข้าด้วยกัน



จากเกาะม้ากัปตันเท่งพาเราออกเดินทางต่อผ่านอ่าวทองหลาง อ่าวโฉลกหลำชุมชนชาวประมงขนาดใหญ่บนเกาะพะงัน และหาดขวด จนในที่สุดกัปตันเท่งก็พาพวกเราเดินทาง
มาหยุดพักเรือที่หาดขวดเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนเล่นน้ำกันบริเวณหาดขวด


      
หาดขวดมีลักษณะโค้งเว้าเป็นรูปครึ่งวงกลมความยาวหลายร้อยเมตรและเหนือบริเวณชายหาดขึ้นมาร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว



หากท่านได้ไปยืนที่กองหินหัวหาดจะเห็นหาดขวดมีลักษณะโค้งเว้าเป็นรูปครึ่งวงกลมและถ้ายืนอยู่บนหาดขวดสามารถมองเห็นเกาะเต่าได้อย่างชัดเจน



นอกจากนั้นบนหาดขวดยังมีรีสอร์ทที่เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวหลายรีสอร์ทซึ่งส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องกันทั้งนั้นและรีสอร์ทบนหาดขวดที่เราสองคนอยากจะแนะนำก็คือ Bottle beach1Resort เจ้าของรีสอร์ทหนุ่มใหญ่ไฟแรงอัธยาศัยดีต้อนรับลูกค้าด้วยความเป็นกันเอง



สนใจติดต่อสำรองห้องพักได้ที่  (077) 445 151-2  (077) 445 126 Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน   หรือเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซด์ www.Bottle Beach1Rosort.com



สำหรับเส้นทางถนนจากท่าเรือท้องศาลามายังหาดขวดกำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงเส้นทางระยะทางประมาณ 16 กม. ครึ่งหนึ่งเป็นถนนลูกรังเส้นทางค่อนข้างสูงชันแต่รถสองแถวโดยสารจากท่าเรือท้องศาลาสามารถเดินทางมาได้เพราะคนขับรถชำนาญทางเป็นอย่างดีแต่ถ้าเช่ารถมอเตอร์ไซด์เดินทางมาท่องเที่ยวเองควรขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ



สำหรับการเดินทางมายังหาดขวดวิธีที่สะดวกสบายที่สุดก็คือการเดินทางมาโดยทางเรือใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้น หาดทรายบนหาดขวดขาวสะอาดบรรยากาศเงียบสงบนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจนอนอาบแดดและอ่านหนังสือกันเป็นประจำ



ตลอดแนวชายหาดเราสองคนเดินบันทึกภาพตั้งแต่หัวหาดยันท้ายหาดจนเป็นที่พอใจจากนั้นจึงเดินมานั่งพักผ่อนดื่มน้ำแก้กระหายกันที่ระเบียงห้องอาหารของรีสอร์ทพร้อมกับชื่นชมความสวยงามของหาดขวดจนสมควรแก่เวลา



จากนั้นเสียงตะโกนเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงใต้จากกัปตันเท่งชักชวนให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพร้อมกับเรือเร็กเก้โบ๊ตให้มาขึ้นเรือเพื่อออกเดินทางต่อไปยังหาดอื่นๆ



จากหาดขวดกัปตันเท่งพาเราเดินทางต่อไปยังหาดท้องนายปานหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหาดท้องตาปาน ตามชื่อของตาปานที่ย้ายครอบครัวมาตั้งรกรากบนชายหาดแห่งนี้ ซึ่งตาปานเคยมีชีวิตอยู่ในสมัยที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสเกาะพะงันเมื่อประมาณ 100 กว่าปีที่ผ่านมา



นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเคยเล่าให้พวกเราฟังว่า หาดท้องนายปานใหญ่และหาดท้องนายปานน้อยทั้งสองแห่งนี้เป็นชายหาดที่สวยที่สุดบนเกาะพะงัน
บริเวณอ่าวมีลักษณะโค้งเว้าเข้ามาเป็นรูปครึ่งวงกลมหันหน้าไปทางทิศตะวันออกโดยมีช่วงความกว้างภายในอ่าวมีความยาวถึง 1.5 กม. อ่าวทั้งสองอ่าวนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกันโดยมีโขดหินขนาดใหญ่มีลักษณะเหมือนหัวแหลมกั้นอยู่ตรงกลาง



ทางด้านเหนือเรียกว่าอ่าวท้องนายปานใหญ่ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเคยเป็นชุมชนชาวประมงเก่าแก่รองลงมาจากอ่าวโฉลกหลำและมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องการทำกะปิที่มีรสชาติอร่อยที่สุดบนเกาะพะงัน  คนใต้เรียกกะปิว่า “เคย” ซึ่งเราสองคนเข้าใจผิดกันมาตลอดกับคำว่า “เคย” ที่เคยเข้าใจกันว่าหมายถึงกุ้งทะเลตัวเล็กๆนำมาทำเป็นกะปิซึ่งแท้ทีจริงแล้วกะปิที่ทำมาจากลูกกุ้งเรียกว่า “เคยลูกกุ้ง” ส่วนกะปิที่ทำมาจากปลาก็คือ “เคยลูกปลา” สำหรับกะปิที่อ่าวท้องนายปานใหญ่นี้เป็นเป็นกะปิที่ทำมาจากลูกกุ้งราคาตกกิโลกรัมละ 150-200 บาท สำหรับเคยลูกกุ้งชั้นดีนั้นจะต้องจะต้องมีจุดดำๆเล็กๆซึ่งเป็นจุดดำของตาลูกกุ้งที่นำมาใช้ทำกะปิสามารถสังเกตได้ในเนื้อกะปิและจะมีกลิ่นหอมชวนให้น่ารับประทานเป็นยิ่งนัก ปัจจุบันหาดท้องนายปานใหญ่มีบ้านพักรีสอรท์เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวตลอดแนวชายหาดอยู่หลายแห่งด้วยกันซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นที่เราสองคนอยากจะแนะนำให้แก่ท่านผู้อ่านที่เดินทางยังอ่าวท้องนายปานใหญ่แล้วมีความประสงค์ที่จะพักค้างแรมคือ Cantral cottage Resort มีบริการบ้านพักทั้งแอร์และพัดลมในราคาที่เริ่มต้นตั้งแต่ 500-3000 บาทต่อคืนพร้อมเมนูอาหารทะเลสดๆ พร้อมกิจกรรมพายเรือคยัค นั่งรถ-เรือเที่ยวรอบเกาะพะงันมีบริการรถรับส่งจากบริเวณท่าเรือท้องศาลาถึงอ่าวท้องนายปานใหญ่ฟรี สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองห้องพักได้ที่ โทรศัพท์ 077 445 128  077 445 031 Email อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน    หรือคลิ๊กเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซด์ได้ที่ www.centralcottage.net



จากอ่าวท้องนายปานใหญ่กัปตันเท่งนำเราสองคนเดินทางต่อมายังอ่าวท้องนายปานน้อยหรือที่ชาวบ้านบนเกาะพะงันเรียกกันว่าอ่าวท้องนายปานนุ้ย สำหรับชายหาดที่อ่าวท้องนายปานน้อยจะมีความกว้างขวางยาวไกลของหาดทรายน้อยกว่าอ่าวท้องนายปานใหญ่ แต่ในเรื่องของความสวยงามแล้วหาดท้องนายปานน้อยมีความสวยงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหาดท้องนายปานใหญ่เลย ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบและความเป็นธรรมชาติ



ปัจจุบันทั้งหาดท้องนายปานน้อยและหาดท้องนายปานใหญ่ถูกจัดให้เป็นชายหาดที่มีความสวยงามและได้รับความนิยมพอๆกับหาดริ้นเลยทีเดียว



อ่าวท้องนายปานใหญ่และอ่าวท้องนายปานน้อยดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน และจากอ่าวท้องนายปานใหญ่ยัง
สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวยังหาดต่างๆ ที่อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะพะงันได้อีกด้วย เช่น หาดธารเสด็จ หาดทองเหรง หาดน้ำตกที่อยู่ลงไปทางใต้ของเกาะพะงันได้อีกด้วย



จากอ่าวท้องนายปานน้อยกัปตันเท่งพาเราสองและคณะทัวร์เดินทางต่อไปยัง   
อ่าวธารเสด็จซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะพะงัน ห่างจากอ่าวท้องนายปานระยะทางไม่กี่กิโลเมตร  และอยู่ห่างจากท่าเรือท้องศาลาระยะทางประมาณ13 กม.



ถ้าเดินทางมาโดยรถสองแถวจะใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง หาดธารเสด็จเป็นหาดเล็กๆ แต่ในเรื่องความสวยงามแล้วไม่น้อยหน้าหาดใดๆ บนเกาะพะงัน หน้าหาดกว้างขวางเม็ดทรายอาจจะไม่ละเอียดเหมือนกับหาดท้องนายปานแต่ก็เป็นที่นิยมชมชอบของบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบน้ำทะเลใสสะอาดทุกๆวันจะแลเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมานอนอาบแดดเล่นน้ำกันเป็นประจำ



บริเวณหัวแหลมทั้งสองข้างที่ชาวบ้านเรียกกันว่าหัวแหลมมะพร้าวมีบังกะโลบ้านพักสร้างอยู่บนเขาไล่ระดับลงมาสู่แนวชายหาดส่วนปลายหัวแหลมมะพร้าวอีกข้างหนึ่งทางด้านขวามือมีสะพานไม้โย้เย้ทอดข้ามปากลำธารซึ่งเป็นน้ำจืดของน้ำตกธารเสด็จไหลลงสู่ทะเลให้เราสองคนเดินข้ามไปยังอ่าวทองเหรงอ่าวเล็กๆ แต่บรรยากาศเงียบสงบ



เราสองคนเดินหามุมบันทึกภาพของหาดธารเสด็จบนมุมสูงจนเป็นที่พอใจจากนั้นเราสองคนจึงเดินเท้าเข้าไปด้านหลังชายหาดระยะทางประมาณ 150 เมตรก็จะถึงน้ำตกธารเสด็จ



น้ำตกประวัติศาตร์ที่ในอดีตพระมหากษัตริย์ไทยทรงเสด็จประพาสถึงสามพระองค์ด้วยกัน



ตามหลักฐานรอยจารึกที่บริเวณโขดหินทางด้านขวามือซึ่งตั้งอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่บริเวณผนังหินมีจารึกอักษรพระปรมาภิไธยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึง สามพระองค์ด้วยกันอันได้แก่
จปร จ ๑๒๖๓ ร ศ ๑๒๐



คือรัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2444 
ปปร๒๔๖๙ ๒๔๗๑



คือรัชกาลที่ 7  ทรงเสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ.2469 และพ.ศ.2471
ภปร 23 เมษายน พ.ศ. 2505 



คือรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2505
และนอกจากนี้บริเวณริมลำธารน้ำธารเสด็จบริเวณฟากฝั่งตรงข้ามกับโขดหินจารึกอักษรพระปรมาภิไธยย่อสามรัชกาลนอกจากนี้ยังมีโขดหินก้อนหนึ่งมีรอยจารึกเป็นอักษรจีนย่อ จปร.รศ๑๑๙คือรัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาส เมื่อปีพ.ศ. 2443 ทั้งหมดนี้คือบันทึกเรื่องราวประวัติศาตร์ที่น่าสนใจของน้ำตกที่มีชื่อว่าธารเสด็จแห่งนี้



เราสองคนเดินสำรวจและใช้เวลาเดินสำรวจโดยรอบบริเวณน้ำตกและเนื่องจากอยู่ในช่วงของฤดูร้อนปริมาณน้ำจึงมีน้อยกว่าในช่วงฤดูฝน



เราเดินบันทึกภาพของตัวน้ำตกธารเสด็จจนสมควรแก่เวลาจากนั้นจึงพากันเดินเท้ากลับมายังชายหาดพบกับกัปตันเท่งเอ่ยปากชักชวนเราสองคนให้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารไม่เป็นไร ริมชายหาดธารเสด็จ



สำหรับเมนูอาหารกลางวันส่วนใหญ่จะเป็นอาหารทะเลเช่นผัดเผ็ดปลาหมึกและที่จะขาดเสียไม่ได้ก็คือไข่เจียวรสชาติอร่อยแถมราคาก็ย่อมเยาอีกด้วย หลังจากจัดการกับอาหารกลางวันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นเราสองคนนั่งชมวิวทิวทัศน์รับลมทะเลเล่นเย็นๆใจที่บริเวณชายหาดธารเสด็จซึ่งนอกจากจะมีที่พักและร้านอาหารเปิดให้บริการแล้วยังมีบริการนวดแผนโบราณให้กับนักท่องเที่ยวทั่วไปได้คลายเมื่อยอีกด้วย



สักครู่ใหญ่เสียงกัปตันเท่งก็ตะโกนให้ลูกเรือเตรียมตัวลงเรือเพื่อออกเดินทางต่อไป กัปตันเท่งพาเราสองคนและลูกทัวร์แล่นเรือผ่านเกาะกงธารเสด็จซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆปราศจากชาวบ้านอาศัยอยู่เพราะไม่มีแหล่งน้ำจืด



เกาะกงธารเสด็จตั้งอยู่ห่างจากเกาะพะงันระยะทางประมาณ 200 เมตร เรือทัวร์แล่นผ่านโตรกผาหินอันสูงชันทางด้านทิศตะวันออกของเกาะพะงันเต็มไปด้วยโพรงถ้ำเป็นที่อยู่อย่างดีของเหล่าลูกหลานแบทแมนและฝูงลิงแสม



ซึ่งพอได้ยินเสียงเรือหางยาวลูกหลานของหนุมานชาญสมรก็ปรากฏกายโผล่หน้ากันออกมาสลอนรอนักท่องเที่ยวให้อาหารและขนมนมเนย



จวบจนเวลาบ่ายคล้อยดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้ากัปตันเท่งพาเราสองคนและลูกทัวร์เดินทางผ่านหาดริ้นนอก



ซึ่งเราสองคนสามารถมองเห็นได้ในระยะไกลๆแต่ไม่มีโอกาสแวะเข้าไปเยี่ยมเยือนเพราะเวลาจวนเจียนใกล้ค่ำอยู่ผมนึกในใจเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยหาเวลาขับรถมาเที่ยวดีกว่า



และในที่สุดกัปตันเท่งก็พาลูกทัวร์มาส่งที่ท่าเรือหาดริ้นล่ำลาขอบคุณกับเป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นจึงพาเราสองคนแล่นเรือต่อไปยังท่าเรือบ้านใต้จุดหมายปลายทางสิ้นสุดการเดินทางเที่ยวรอบเกาะของเราในทริปนี้แต่เพียงเท่านี้



หลังจากจัดการหาสถานที่จอดเรือเป็นที่เรียบร้อยแล้วกัปตันเท่งหันมาชักชวนเราสองคนให้ไปรับประทานอาหารค่ำกันที่บ้านซึ่งตั้งอยู่บนชายหาดบ้านใต้ไม่ไกลจากรีสอร์ทที่พักของเราเท่าใดนัก  เราสองคนตกปากรับคำเชิญชวนพร้อมกล่าวขอบคุณในความกรุณาของกัปตันเท่ง จากนั้นจึงออกเดินทางไปยังบ้านของกัปตันเท่งที่ตั้งอยู่บริเวณชายหาดบ้านใต้ในทันที  ดวงอาทิตย์กำลังเริ่มลาลับขอบฟ้าลงไปแล้วเราสองคนช่วยกันบันทึกภาพดวงอาทิตย์ยามอัสดงจากนั้นจึงนั่งสนทนาพร้อมกับรับประทานอาหารค่ำกับกัปตันเท่งด้วยความเอร็ดอร่อยกว่าทุกมื้อที่ผ่านมาเพราะอาหารมื้อนี้เป็นเมนูพื้นบ้านของชาวเกาะพะงันที่จะทำขึ้นในวันงานประเพณีที่สำคัญๆหรือในวันที่มีเพื่อนสนิทมิตรสหาย เดินทางมาเยี่ยมเยือนสำหรับเมนูอาหารพื้นบ้านในมื้อนี้ได้แก่น้ำพริกกะลิงปลิง แกล้มด้วยต้มกะทิยอดฟักทองอ่อน แกงเลียงยอดหญ้านาง-มะละกอ  หมูโค(หมูกรอบ)รับประทานกับ ข้าวหุงกะทิร้อนๆ รสชาติหนุ่มนวลหอมกรุ่นด้วยกลิ่นกะทิสดจากสวนมะพร้าวของชาวเกาะพะงัน นับเป็นอาหารที่วิเศษสุดของเราเสียดายที่เป็นบรรยากาศยามค่ำคืนจึงพลาดโอกาสเก็บภาพเมนูอาหารรสเด็ดในมื้อนี้มาฝากท่านผู้อ่านแต่ถ้าสนใจอยากจะลองลิ้มชิมรสเมนูอาหารพื้นบ้านของชาวเกาะพะงันลองใช้บริการเรือทัวร์โดยสารรอบเกาะพะงันของกัปตันเท่งหรือพี่รัตน์ เร็กเก้ของเรา ท่านผู้อ่านจะประทับใจในบริการไม่รู้ลืมสนใจติดต่อไปได้ที่ รัตน์  เร็กเก้ เกาะพะงันโทรศัพท์ 081 788-9143
หลังจากจัดการกับเมนูอาหารพื้นบ้านด้วยความเอร็ดอร่อยเสร็จเรียบร้อยแล้วจากนั้นเราสองคนขอบคุณในน้ำใจไมตรีจิตอันดีพร้อมกับร่ำลากัปตันเท่งเดินทางกลับสู่บังกะโลที่พักเพื่อพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งเรือเที่ยวรอบเกาะมาทั้งวัน พรุ่งนี้เราสองคนมีโปแกรมขับรถเที่ยวรอบเกาะพะงันกันสำหรับวันนี้ขอกล่าวคำว่าราตรีสวัสดิ์ครับ

หน้าต่อไป

 
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา