|

ในขณะที่เราสองคนเดินเข้าไปเที่ยวชมภายในวัดฉิมพลีสุทธาวาส พระอุโบสถกำลังอยู่ในระหว่างซ่อมแซมอยู่เราจึงได้ภาพมาฝากท่านผู้อ่านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ครับเอาไว้ซ่อมแซมโบสถ์เสร็จเมื่อไหร่แล้วค่อยเดินทางมาเก็บภาพอีกทีหนึ่งได้ข่าวว่าวัดแห่งนี้ภายในพระอุโบสถสวยงามมากและจากวัดฉิมพลีสุทธาวาสเส้นทางต่อไปนี้จะเป็นชุมชนขนาดใหญ่แหล่งที่อยู่อาศัยของชาวไทยรามัญเรื่อยไปจนถึงวัดเสาธงทองซึ่งตลอดสองข้างทางมีป้ายแสดงสถานที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวไว้อย่างชัดเจน



ในที่สุดเราสองคนก็เดินทางมาถึงกลุ่มหัตกรรมเครื่องปั้นดินเผาบนเกาะเกร็ดซึ่งตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่1 เป็นหมู่บ้านเก่าแก่แห่งหนึ่งบนเกาะเกร็ดที่ทำเครื่องปั้นดินเผาภาชนะของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ครก โอ่ง กระถางต้นไม้ โคมไฟ ฯลฯ


 นอกจากนั้นยังเป็นหมู่บ้าน OTOP ต้นแบบภาคกลางเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พร้อมต้อนรับทุกคนเข้าสู่ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ในการผลิตสินค้าหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยรามัญที่สืบทอดกันมายาวนานถ่ายทอดสู่ลูกหลานสืบต่อไป





ภายในศูนย์หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาแห่งนี้จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาสำเร็จรูปนานาชนิด อาทิเช่น โคมไฟ แจกัน หัวโขนแกะสลักลวดลายตัวละครต่างๆในวรรณคดีไทยฯลฯในราคาย่อมเยานอกจากนี้ยังมีการสาธิตกรรมวิธีในการขึ้นรูปเครื่องปั้นดินเผา พร้อมจัดแสดงเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ไว้อย่างครบครัน




ตรงกันข้ามกับกลุ่มหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของครอบครัวเครื่องปั้นดินเผาของคุณลุงมะทอ มากไอ


เราสองคนเดินเข้าไปเที่ยวชมภายในบ้านของคุณลุงมะทอ มากไอ ซึ่งก็ได้การต้อนรับเป็นอย่างดีจากคุณลุงมะทอพร้อมกับเล่าประวัติความเป็นมาของครอบครัวคุณลุงให้เราสองคนฟังว่า

ครอบครัวของคุณลุงมะทอเป็นครอบครัวผลิตเครื่องปั้นดินเผามาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษสืบทอดกันมาจนถึงคุณลุงมะทอซึ่งมีอาชีพผลิตเครื่องปั้นดินเผากันทั้งครอบครัวโดยคุณลุงมะทอ มากไอมีตำแหน่งเป็นช่างปั้นส่วนคุณป้าสมใจ มากไอ ภรรยามีตำแหน่งเป็นช่างตกแต่งและคุณทนงชัย มากไอมีชื่อเล่นว่า ช่างทอมมีตำแหน่งเป็นช่างแกะสลัก

เรียกว่าครอบครัวของลุงทอมเป็นครอบครัวเครื่องปั้นดินเผาโดยแท้จริง ปัจจุบันดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายพึ่งตนเองยึดถือแนวพระราชดำรัสหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นหลัก อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าถวายเครื่องปั้นดินเผาแกะสลักลาย “พระพุทธเจ้าชนะมาร” แก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสปีมหามงคลฉลองครองสิริราชสมบัติ 60 ปี





ตลอดจนได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีทั้งครอบครัวอีกด้วย นอกจากนั้นยังได้รับรางวัลต่างๆจากกรมศิลปากรนอกจากนั้นยังได้รับการเชิญจากองค์กรต่างๆแสดงผลงานเครื่องปั้นดินเผาแกะสลักในงานแสดงผลิตภัณฑ์ OTOP ทั่วประเทศอีกด้วย


นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากชมผลงานเครื่องปั้นดินเผาแกะสลักของครอบครัวคุณลุงมะทอสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ครอบครัวเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด 123/5 หมู่ที่ 1 ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 โทรศัพท์ 081 808 5209 และ 084 755-2447 เราสองคนเดินเที่ยวชมผลงานอันปราณีตบรรจงของเครื่องปั้นดินเผาแกะสลักพร้อมกับพูดคุยกับคุณลุงมะทอจนสมควรแก่เวลาจากนั้นจึงกราบลาคุณลุงมะทอออกเดินทางต่อไปตามเส้นทางขนมมงคลตั้งอยู่บริเวณหมุ่ที่1 ห่างจากวัดปรมัยยิกาวาสประมาณ 500 เมตร

มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาก่อฤกษ์พระอุโบสถวัดปรมัยยิกาวาสนั้นได้ทรงโปรดให้ต้นเครื่องและแม่ครัวในวังหลวงติดตามขบวนเสด็จมาด้วย และในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประทับแรมอยู่ที่เกาะเกร็ดนั้นบรรดาแม่ครัววังหลวงได้ชวนชาวบ้านบนเกาะเกร็ดบางคนมาเป็นลูกมือในการทำขนมมงคลสูตรชาววังและตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาชาวบ้านบนเกาะเกร็ดจึงได้มีโอกาสเรียนรู้วิธีในการทำขนมมงคลสูตรชาววังสืบต่อมายังลูกหลานจนกระทั่งทุกวันนี้ สำหรับขนมมงคลบนเกาะเกร็ดโดยฝีมือของชาวไทยรามัญจะนิยมใช้ในงานเทสกาลทำบุญเลี้ยงพระและงานสำคัญต่างๆ


สำหรับเส้นทางของขนมมงคลบนเกาะเกร็ดนี้เกิดขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มแม่บ้านชาวไทยเชื้อสายมอญมาเป็นสมาชิก “กลุ่มขนมมงคลเกาะเกร็ด” และบ้านอื่นๆที่ทำขนมหวาน ขนมไทย ขนมมอญสูตรต้นตำหรับดั้งเดิมโบราณซึ่งเส้นทางขนมชาววังเส้นนี้ประกอบไปด้วยร้านแก่นจันทร์ ร้านพลายชุมพล (เจ๊เล็ก) ร้านเจ๊เล็กและร้านคุณยุพินซึ่งแต่ละร้านจะโดดเด่นในเรื่องรสชาติของขนมแต่ละชนิดแตกต่างกันออกไปตามสไตล์เครื่องปรุงของแต่ละร้าน นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ลองลิ้มชิมรสขนมชาววังสูตรดั้งเดิมแล้วยังได้เห็นการสาธิตและได้ทดลองการทำขนมชาววังสูตรโบราณอีกดด้วยซึ่งนอกจากจะอิ่มท้องกับขนมอร่อยแล้วยังได้มีโอกาสเรียนรู้การทำขนมชาววังจากผู้ที่มีความรู้ทั้งยังได้ลงมือทดลองทำด้วยตนเองตลอดจนได้รู้จักขั้นตอนของการทำขนมชาวมงคลที่พิถีพิถันและละเอียดอ่อนกว่าจะได้มาเป็นขนมไทยชิ้นหนึ่งที่มีหน้าตาสวยงามนั้นจะต้องผ่านขั้นตอนความยุ่งยากตลอดจนต้องใช้ความชำนาญมากขนาดไหน ซึ่งนับได้ว่านักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้นอกตำราเรียนที่สนุกสนานทั้งยังได้เรียนรู้จริงอีกด้วย

สำหรับร้านขนมมงคลเกาะเกร็ดที่เราสองคนแวะเข้าไปเที่ยวชมคือร้านของคุณยุพิน จันทร์หอมกุล ที่ตั้งอยู่บริเวณบนถนนขนมมงคลห่างจากปากทางเข้าศูนย์หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผามาไม่ถึง100 เมตร ซึ่งคุณยุพินเจ้าของร้านก็ให้การต้อนรับเราสองคนเป็นอย่างดีเราสองคนสอบถามถึงขนมมงคลทั้ง9 ชนิด จากคุณยุพินว่ามีอะไรบ้าง

คุณยุพินได้อธิบายถึงขนมมงคลทั้ง 9 ชนิดว่ามีทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน กุหลาบแห้ง เสน่ห์จันทร์ ทองเอก จ่ามงกุฎ กระเช้าสีดาแต่ขนมร้านคุณยุพินที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ติดอกติดใจของนักท่องเที่ยวมากที่สุดก็คือ กุหลาบแห้งอันละ 5 บาท เสน่ห์จันทร์อันละ 3 บาท ทองเอกอันละ 3 บาท จ่ามงกุฎอันละ 7 บาท กระเช้าสีดาอันละ 3 บาท นอกจากนี้ทางร้านคุณยุพินยังรับสอนทำขนมมงคลให้กับประชาชนที่สนใจและรับสั่งทำขนมมงคลในงานมงคลอีกด้วยรายละเอียดสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 085 127-2153 เราสองคนใช้เวลาพูดคุยกับคุณยุพิน จนสมควรแก่เวลาจากนั้นจึงออกเดินทางต่อไปตามเส้นทางสายวัฒนธรรมสายนี้ซึ่งบ้านเรือนส่วนใหญ่จะปลูกเรียงรายอยู่ริมคลองลัดเกร็ด ชาวบ้านส่วนใหญ่ยิ้มแย้มแจ่มใสให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดียิ่ง ประกอบกับร้านขายอาหาร ขนมและของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกหากันอย่างจุใจ

เราสองคนขี่จักรยานเที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชนชาวไทยรามัญไปเรื่อยจนมาสะดุดกับบ้านหลังหนึ่งซึ่งเมื่อเราสองคนมองเข้าไปในบ้านจะแลเห็นถ้วยรางวัลน้อยใหญ่ตั้งแสดงอยู่เต็มบ้านไปหมดแต่ไม่ยักเห็นตัวเจ้าของบ้านหลังนี้มองดูจากป้ายที่แสดงไว้จึงได้ทราบว่าเป็นบ้านของคุณลุงนักวิ่งประจำเกาะเกร็ด คงจะต้องวิ่งมาตั้งแต่แก่ยันหนุ่มถึงจะได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศมากมายเช่นนี้ จากถนนสายวัฒนธรรมเราสองคนขี่รถจักรยานผ่านมายังหมู่บ้านอาหารมอญซึ่งมีอาหารมอญให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชิมมากมาย อาทิเช่น ข้าวแช่มอญ(เปิงด้าจก์) แกงกระเจิ๊ยบ แกงมอญสามโคก คะนอม(ขนมจีน) และที่จะขาดเสียไม่ได้ก็คือทอดมันหน่อกะลา

ท่านผู้อ่านบางคนคงจะไม่คุ้นเคยกับคำว่า “หน่อกะลา” หน่อกะลาเป็นผักพื้นบ้านของชาวเกาะเกร็ดเป็นพืชตระกูลเดียวกับข่าซึ่งมีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยอยู่ 3 ชื่อด้วยกันคือ กะลา เร่วและข่าน้ำ ต้นหน่อกะลามีลักษณะเหมือนข่าทั้งใบและลำต้นแต่จะมีขนาดเล็กกว่าข่า เป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดินและออกดอกที่บริเวณปลายยอด ดอกจะมีลักษณะเป็นช่อแยกแขนงกลีบดอกจะมีสีขาวอมชมพู ชาวไทยรามัญบนเกาะเกร็ดนำหน่อกะลามาประกอบเป็นอาหารในชีวิตประจำวันมาเป็นเวลานานแล้วโดยการนำลำต้นของหน่อกะลามาทำการปอกเปลือกออกเหลือแต่เนื้อในสีขาว

จะนำมากินสดๆหรือจะต้มจิ้มน้ำพริกกินก็ได้ จะนำไปทำเป็นแกงส้มก็อร่อยรวมไปถึงการนำมาทำเป็นทอดมันหน่อกะลาเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อที่ใครมารองรับประทานแล้วต้องบอกว่าอร่อยเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวยังเกาะเกร็ดเป็นอย่างมากจนมีคนกล่าวว่าถ้าใครเดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะเกร็ดแล้วไม่ได้ลองลิ้มชิมรสทอดมันหน่อกะลาแล้วก็เหมือนมายังไม่ถึงเกาะเกร็ดซึ่งเมื่อเราสองคนได้ลองชิมทอดมันหน่อกะลาแล้วต้องยอมรับว่าอร่อยสมกับคำร่ำลือจริงๆ ครับจนต้องซื้อหน่อกะลากำละ 10 บาท ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปปรุงเป็นอาหารรับประทาน

ซึ่งนอกจากทอดมันหน่อกะลาของกินยอดฮิตของชาวบ้านบนเกาะเกร็ดแล้วก็ยังมีการนำดอกไม้ ใบไม้มาปรุงเป็นอาหารของกินเล่นอาทิเช่น ดอกลีลาวดีทอด ดอกเข็มทอด ดอกโสนทอด ดอกอัญชันทอด ใบชะพลูทอด ใบบัวบกทอดฯลฯ และเมนูอื่นๆอีกเพียบเรียกว่ามาเที่ยวเกาะเกร็ดแล้วไม่ต้องกลัวอดเพราะรอบเกาะเกร็ดมีอาหารการกินให้เลือกมากมายในราคาที่ยอมเยาอีกด้วย และในที่สุดเราสองคนก็ขี่จักรยานเดินทางมาถึงวัดปรมัยยิกาวาสเป็นการสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวครบรอบเกาะเกร็ดระยะทาง 6 กม. พอดี เหลือบมองดูนาฬิกายังพอมีเวลาเหลือนั่งเรือไปท่องเที่ยวยังคลองขนมหวานกันดีกว่า


เราสองคนลงเรือที่ท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาส จากนั้นนั่งเรือชมวิวทิวทัศน์ในแม่น้ำอ้อมเกร็ด ผ่านบ้านเรือนผู้คนตลอดจนวัดวาอารามต่างๆใช้เวลาเดินทางไม่นานนักในที่สุดเรือก็พาเราสองคนเข้าสู่คลองขนมหวานหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าคลองบางบัวทองเป็นคลองขนาดเล็กมีบ้านเรือนของชาวบ้านปลูกเรียงรายอยู่ตลอดสองฝั่งคลองขนมหวานซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพในการทำขนมหวาน เรือพาเราสองคนมาแวะที่บ้านขนมหวานแห่งหนึ่งในคลองขนมหวานซึ่งมีขนมหวานไทยๆให้เลือกมากมายหลากหลายชนิดเช่นทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น ฯลฯ ขนมทุกอย่างจำหน่ายในราคาถุงละ 10 บาท เป็นที่นิยมชมชอบของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างมากเดินทางมาอุดหนุนกันอย่างคับคั่งในทุกวัน
โดยเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ จะคับคั่งเป็นพิเศษเ พราะนอกจากจะจำหน่ายขนมไทยในราคายอมเยาแล้วยังได้ชมการทำขนมหวานมากมายหลากหลายชนิดให้นักท่องเที่ยวได้เห็นการขั้นตอนการทำขนมจริงๆและสามารถทดลองชิมถึงปากกระทะอีกด้วย หรือท่านใดสนใจที่จะลงมือทำชาวบ้านก็ไม่ว่าขอแต่ช่วยกันอุดหนุนสักหน่อยก็พอ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะเกร็ดแล้วถ้ายังมีเวลาเหลือไม่ควรพลาดแวะมาท่องเที่ยวซื้อขนมหวานกลับไปฝากคนทางบ้านนะครับ

เมฆฝนเริ่มตั้งเค้ามาแต่ไกลได้เวลากลับบ้านกันแล้วครับ เราสองคนขอกราบลาท่านผู้อ่านเดินทางกลับบ้านก่อนครับ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า มาท่องเที่ยวเกาะเกร็ดกันให้สนุกน่ะครับ.. สวัสดีครับ

ประวัติ เกาะเกร็ด เกาะเกร็ดเกิดจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อปี พ.ศ. 2265 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ คลองลัดดังกล่าวเรียกว่า "คลองลัดเกร็ดน้อย" หรือ "คลองเตร็ดน้อย"ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงสยามฉบับบริติชมิวเซียมตอนหนึ่งว่า

"...ในปีขาล จัตวาศก ทรงพระกรุณาโปรดให้พระธนบุรีเป็นแม่กอง เกณฑ์พลนิกายคนหัวเมืองปากใต้ให้ได้คน 10,000 เศษ ให้ขุดคลองเตร็ดน้อย ลัดคุ้งบางบัวทองนั้นคดอ้อมนัก ขุดลัดตัดให้ตรง พระธนบุรีรับสั่งแล้วถวายบังคมลามา ให้เกณฑ์พลนิกายในบรรดาหัวเมืองปากใต้ได้คน 10,000 เศษ ให้ขุดคลองเตร็ดน้อยนั้นลึก 6 ศอก กว้าง 3 วา ยาวทางไกลได้ 29 เส้นเศษ ขุดเดือนเศษจึ่งแล้ว..." ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทิศเนื่องจากไหลทางตรงได้สะดวกกว่าและกัดเซาะตลิ่งทำให้คลองสายนี้ขยายเป็นแม่น้ำลัดเกร็ด แผ่นดินตรงแหลมจึงกลายเป็นเกาะ ในรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระบุในโฉนดชื่อว่า เกาะศาลากุน ตามชื่อวัดศาลากุนที่สร้างโดยเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (กุน) ตั้งแต่สมัยธนบุรี ต่อมาเมื่อตั้งอำเภอปากเกร็ด จึงเรียกเป็น ตำบลเกาะเกร็ด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อาชีพเก่าก่อนของชาวเกาะเกร็ดในหมู่ 2, 3, 4 และ 5 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพชาวสวน ผลไม้เกาะเกร็ดได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลไม้สวนชั้นเลิศ เช่นเดียวกับสวนย่านธนบุรีและนนทบุรี ผลไม้ที่มีชื่อเสียงของเกาะเกร็ด คือ ทุเรียนและลิ้นจี่ ซึ่งโด่งดังมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรียกกันว่า ลิ้นจี่เกาะศาลากุน นอกจากนั้นชาวเกาะเกร็ดยังประกอบอาชีพชาวนาในบางพื้นที่ของเกาะด้วย สำหรับคนภายนอก ใครเลยจะนึกว่าเกาะกลางแม่น้ำแห่งนี้ จะมีทุ่งนากว้างใหญ่ มีตาลยืนต้นเรียงรายเป็นทิวแถว พื้นที่นาข้าวกลางเกาะกินบริเวณบางส่วนของหมู่ 3 หมู่ 4 หมู่ 5 และหมู่ 6 ชาวนาเกาะเกร็ดส่วนใหญ่เป็นคนไทย เช่นเดียวกับผู้ประกอบอาชีพชาวสวน สมัยก่อนอาชีพรองของชาวนา คือ การทำน้ำตาลโตนด ซึ่งทำกันเป็นล่ำเป็นสัน และมีการผลิตน้ำตาลเมา “เป็นรายได้เสริม” ด้วย


ปัจจุบันเรารู้จักเกาะเกร็ดในมุมมองของแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมมอญและเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาโดยชาวไทยเชื้อสายรามัญ ซึ่งมีฝีมือในการทำเครื่องปั้นดินเผามาแต่โบราณกาล เมื่อบรรพบุรุษชาวไทยรามัญอพยพหลบภัย สงครามมาอยู่ในประเทศไทย ก็ได้ยึดการทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นอาชีพ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ว่าคุณภาพดีและมีความงดงาม


แหล่งเครื่องปั้นดินเผาในเกาะเกร็ดอยู่ในพื้นที่หมู่ 1, 6 และ 7 ซึ่งเป็นหมู่บ้านมอญ แต่มีครอบครัวเครื่องปั้นดินเผาบางส่วนอาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายรามัญ


ทั้งนี้เพราะก่อนสมัยที่ทางราชการจะแบ่งเขตการปกครองออกเป็นตำบลและหมู่บ้านนั้นชาวรามัญรุ่นแรกที่อพยพมาอยู่อาศัยในเกาะเกร็ด ปลูกบ้านเรือนเรียงรายกันไปตามแนวลำน้ำ และแบ่งหมู่บ้าน (กวาน) ของตนออกเป็น 5 หมู่บ้าน คือ 1) กวานฮาโม (บ้านล่าง) จากวัดฉิม ถึงท่าเรือกลางเกร็ด 2) กวานฮาตาว (บ้านบน) จากท่าเรือกลางเกร็ด ถึงวัดปรมัย 3) กวานอาม่าน จากวัดปรมัยถึงวัดไผ่ล้อม 4) กวานโต้ จากวัดไผ่ล้อมถึงวัดเสาธงทอง 5) กวานอะล้าด จากวัดเสาธงทองถึงวัดมะขามทอง

ทั้ง 5 ชื่อ เป็นชื่อหมู่บ้านที่ติดมาจากเมืองมอญ เมื่อมาตั้งบ้านเรือนในเมืองไทยก็นำชื่อดั้งเดิมมาเรียกหมู่บ้านของตน และทุกกวาน (หมู่บ้าน) ล้วนเป็นหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผามาแต่เดิมทั้งสิ้น ปัจจุบันตำบลเกาะเกร็ดมีเขตหมู่บ้านทั้งหมดเป็น 7 หมู่บ้านได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านบน บ้านล่าง หรือบ้านมอญ หมู่ที่ 2 บ้านคลองศาลากุน หมู่ที่ 3 บ้านศาลากุน หมู่ที่ 4 บ้านคลองสระน้ำอ้อย หมู่ที่ 5 บ้านท่าน้ำ หมู่ที่ 6 บ้านวัดเสาธงทอง หมู่ที่ 7 บ้านโอ่งอ่าง


"เกาะเกร็ด" เป็นหมู่บ้าน OTOP และแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ขึ้นชื่อในจังหวัดนนทบุรี รู้จักกันดีในฐานะแหล่งชุมชนคนมอญที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการทำเครื่องปั้นดินเผา การทำขนมมงคล และประเพณีวัฒนธรรมแบบพื้นบ้านดั้งเดิม ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นการจุดลูกหนู งานตักบาตรทางน้ำ เป็นต้น ปกติถ้าไปเที่ยวในวันเสาร์- อาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ บนเกาะจะคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย ร้านค้า ร้านอาหารก็ดูจะคึกคัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวบนเกาะเกร็ด ก็จะมีทั้งมาเดินเที่ยว ช้อปปิ้ง หาของอร่อยๆ กิน บ้างก็เลือกนั่งเรือชมรอบเกาะ

สถานที่น่าสนใจบนเกาะ ได้แก่ วัดปรมัยยิกาวาส (วัดปากอ่าว) ภายในวัดมี พระอุโบสถ พระวิหาร พิพิธภัณฑ์วัดปรมัยยิกาวาส กวานอาม่าน วัดเสาธงทอง วัดไผ่ล้อม วัดฉิมพลีสุทธาวาส ศูนย์เครื่องปั้นดินเผาหมู่ 1 สวนเกร็ดพุทธ คลองขนมหวาน

การเดินทาง สู่เกาะเกร็ด การเดินทางไปเกาะเกร็ด สามารถเลือกได้หลายเส้นทางแล้วแต่ว่าจะเลือกเส้นทางไหนในการเดินทาง หากต้องการประหยัดก็เลือกใช้บริการรถโดยสารสาธารณะซึ่งมีให้เลือกหลายสาย อาทิ
รถยนต์ส่วนตัว เดินทางโดยรถยนต์มาที่ห้าแยกปากเกร็ดตรงไปตามถนนแจ้งวัฒนะทางไปเทศบาลปากเกร็ด จากห้าแยกประมาณ 20 เมตร ก่อนถึงโรงหนังเมเจอร์ฮอลลีวู้ด เลี้ยวซ้ายเข้าถนนภูมิเวท ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงวัดสนามเหนือ จอดรถไว้ที่วัดแล้วนั่งเรือข้ามไปเกาะเกร็ดไปขึ้นเกาะเกร็ดที่วัดปรมัยยิกาวาส หรือไปที่วัดกลางเกร็ด นั่งเรือข้ามฟากไปขึ้นเกาะเกร็ดที่วัดป่าฝ้าย (เรือข้ามฟากบริการเวลา 05.00-21.30 น. ค่าโดยสารคนละ 2 บาท วัดสนามเหนือมีบริการจัดที่จอดรถรถยนต์สำหรับนักท่องเที่ยวค่าจอดรถคันละ 30 บาท 
รถโดยสารประจำทาง-รถตู้ จากอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขึ้นรถเมล์สาย 166 หรือ ขึ้นรถตู้ (ปากเกร็ด-เสาวรีย์ ) จากหมอชิต ลงจาก BTS แล้วต่อเมล์สาย 104 52 ไปปากเกร็ด จากท่าช้าง มีรถเมล์สาย 32 สายปอ. 506 ไปถึงหัวถนนปากเกร็ด จากหน้าห้างน้อมจิตร์ ตรงข้าม เดอะมอล์ บางกะปิ ขึ้นรกเมล์ สาย 150 ไปปากเกร็ด นอกจากนี้ยังมีรถเมล์สายที่ผ่าน อาทิ รถเมล์สาย 33 90 356 แต่ถ้าจะมาทางเรือ เมื่อขึ้นจากเรือด่วนที่ท่าน้ำนนท์ ก็มีรถตู้ไปปากเกร็ด (ปากเกร็ด-ท่าน้ำนนท์) จอดรออยู่ ถ้าเริ่มต้นที่ตลาดนนท์(ตลาดเทศบาลนนทบุรี) สามารถนั่งรถสองแถว ปากเกร็ด-นนทบุรี ไปปากเกร็ดได้เช่นเดียวกัน หรือจะหลบรถติดด้วยการลงรถเมล์ตั้งแต่ป้ายหน้าโรงหนังเมเจอร์ตรงห้าแยกปากเกร็ดจากนั้นนั่งมอเตอร์ไซค์จากห้าแยกปากเกร็ดเข้าไปถึง "วัดกลางเกร็ด" ลงเรือข้ามฟากจากท่าวัดกลางเกร็ด ข้ามไปขึ้นที่ท่าป่าฝ้าย (ใกล้วัดป่าเลไลย์) คนละ 2 บาท

สำหรับรถตู้โดยสารประจำทางก็มี รถตู้สาย (ปากเกร็ด-ราม1) ( ปากเกร็ด-มีนบุรี ) (ปากเกร็ด-ท่าน้ำนนท์) ( ปากเกร็ด-จัตุจักร-หมอชิต) รถโดยสารประจำทาง ไม่ว่ารถเมล์ รถปรับอากาศ หรือรถตู้ เกือบทุกสายสามารถลงรถได้ที่ ป้ายรถเมล์ก่อนถึงห้างโลตัส หากเลยป้ายห้างโลตัส ปากเกร็ดไปแล้วต้องเดินย้อนกลับมาที่ปากซอยเข้าวัดสนามเหนือ (ปากซอยมี KFC เป็นจุดสังเกตุ) แล้วเดินหรือนั่งสามล้อเข้าซอยไปวัดสนามเหนืออีกประมาณ 300 เมตร ลงรถที่ลานวัดเดินเท้าอีก 50 เมตร ก็ถึงท่าเรือข้ามฟาก(2 บาท) ซึ่งข้ามจากวัดสนามเหนือไปวัดปรมัยยิกาวาส

ตัวอย่างรายการท่องเที่ยวบนเกาะเกร็ด 1. ลงเรือข้ามฟากที่วัดสนามเหนือ มาขึ้นที่ท่าน้ำวัดปรมัยยิกาวาส นมัสการพระพุทธไสยาสน์ และพระนนทมุนินท์ พระพุทธรูปประจำจังหวัดนนทบุรี ที่พระวิหาร หลังพระอุโบสถ

จากนั้นมานมัสการพระประธานในพระอุโบสถและชมภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 5 ชมพิพิธภัณฑ์วัดปรมัยยิกาวาส และหอไทยนิทัศน์เครื่องปั้นดินเผาหลังจากนั้นไปพิพิธภัณฑ์ชาวบ้านกวานอาม่าน

โดยเลือกเดินเท้าหรือเช่าจักรยานที่ท่าเรือฯ เที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญและซื้อสินค้าหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด ระหว่างทางไปวัดไผ่ล้อม วัดเสาธงทอง แล้วย้อนกลับมาที่วัดปรมัยยิกาวาสเพื่อลงเรือข้ามฟากกลับ

2. ลงเรือข้ามฟากที่วัดสนามเหนือ มาขึ้นที่ท่าน้ำวัดปรมัยยิกาวาส นมัสการสิ่งศักดิสิทธิ์ภายในวัดปรมัยยิกาวาส และเที่ยวชมเลือกซื้อหาของกินของฝาก หลังจากนั้นก็ไปรอขึ้น “เรือทัวร์โดยสารไหว้พระ 9 วัด” ฟรี! พร้อมเจ้าหน้าที่ฯ คอยบรรยาย ให้บริการโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร (มีบริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์)

เส้นทางเดินเรือของ ททท. คล้ายกับเส้นทางเรือทัวร์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร โทร.0 2250 5500 ต่อ 2991-2997 หรือที่ www.tourismthailand.org/bangkok
3. ลงเรือข้ามฝากที่วัดกลางเกร็ดแล้วขึ้นเรือที่ท่าน้ำวัดป่าฝ้าย เดินเท้าหรือปั่นจักรยานไปที่วัดฉิมพลี ชมและเลือกซื้อผลิตผลทางการเกษตร ชมกลุ่มอาชีพหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา 
ชมนิทรรศการและการสาธิตการแกะลายเครื่องปั้นดินเผา เตาเผาภาชนะดินเผาแบบโบราณ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญ และสวนเกร็ดพุทธ เลือกซื้อของฝากและของที่ระลึกแล้วกลับมาขึ้นเรือที่วัดป่าฝ้าย ล่องเรือข้ามฟากไปวัดกลางเกร็ด หากมีเวลาพอสามารถเดินเที่ยวที่วัดปรมัยยิกาวาส ได้
4. นั่งเรือทัวร์เที่ยวรอบเกาะเกร็ด ที่ท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาสมีบริการล่องเรือเที่ยวรอบเกาะเกร็ดชมวิถีชีวิตริมน้ำ แวะสถานที่ท่องเที่ยวและวัดวาอาราม ได้แก่ วัดใหญ่สว่างอารมณ์ วัดศาลากุน ชมการสาธิตการผลิตเครื่องปั้นดินเผา เข้าคลองบางบัวทองชมการทำขนมหวานที่ขึ้นชื่อของเกาะเกร็ด มีเรือทัวร์ออกทุก 1 ชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น.(เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ส่วนวันจันทร์-ศุกร์ มีรอบ 13.00 น. ค่าเรือคนละ 60 บาท 5. กิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวบนเกาะเกร็ด มีบริการจักรยานให้เช่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตและธรรมชาติบนเกาะเกร็ด 2 จุด คือที่ท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาส และท่าเรือวัดป่าฝ้าย

มีจักรยานให้เช่าวันละ 40 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด โทร. 0 2583 9544

|