|
วันที่สามของการเดินทาง

เราสองคนตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 จากนั้นจึงออกเดินทางร่วมกับคณะทัวร์ไปยังโตนเลสาปที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเสียบเรียบไปทางทิศใต้ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร


คณะของเราเดินทางถึงทะเลสาปในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้าช่างเป็นภาพที่สวยงามประทับไว้ในความทรงจำแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าเป็นเครื่องแสดงถึงเช้าของวันใหม่ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง


เราสองคนพร้อมคณะทัวร์ลงเรือท่องเที่ยวที่ทางบริษัทอินโดไชน่าได้จัดเตรียมไว้ให้เรือหนึ่งลำนั่งได้ 8-10 คน พร้อมสวมชูชีพเพื่อความปลอดภัย สำหรับราคาค่าบริการลำละ 8 ดอลล่าร์ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ2 ชั่วโมง


เมื่อเรือพร้อมแล้วเราสองคนก็ออกเดินทางล่องเรือจากท่าเรือพนมกรอมออกไปในโตนเลสาป สำหรับโตนเลสาปครอบคลุมพื้นที่ถึง 5 จังหวัดด้วยกันคือ เสียมเรียบ,พระตะบอง,พนมเปญ,กำปงชะนัง,กำปงทมในช่วงฤดูน้ำหลากน้ำจะท่วมกินพื้นที่ถึง 7,500 ตารางกิโลเมตร ลึกถึง 10 เมตร กว้างที่สุด 30 กิโลเมตรยาว 130 กิโลเมตรภายในโตนเลสาปอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิดเป็นทะเลสาปที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียอาคเนย์หลากหลายไปด้วยสังคมพืชและสัตว์น้ำนานาชนิดและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกจนองค์การUnesco ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งหนึ่งของกัมพูชาและของโลก


อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาหารที่หล่อเลี้ยงชาวกัมพูชามาชั่วนาตาปี ชาวขอมโบราณที่มาสร้างมหาปราสาทนครวัดและปราสาทต่างๆในเมืองพระนครจะใช้โตนเลสาปแห่งนี้เป็นแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงไพร่พลที่มาก่อสร้างปราสาทต่างๆ นับเวลาเป็นร้อยๆ ปี ภายในโตนเลสาปนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของชาวประมงกัมพูชาและเวียดนามแล้ว ภายในโตนเลสาปยังมีโรงเรียนมีลักษณะเป็นเหมือนกับหมู่บ้านชาวประมงบนน้ำในทะเลสาปอินเล ประเทศพม่า

ซึ่งนอกจากจะเป็นหมู่บ้านชาวประมงแล้วภายในโตนเลสาปยังมีโรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ราชการลอยน้ำ และสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา กระชังเลี้ยงปลาน้ำจืด จระเข้ ร้านและเรือพายขายของโชว์ห่วยอีกด้วย



หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่าหมู่บ้าน “จมคะเนียง” ซึ่งแปลว่า “ปลายสุดของแผ่นดิน” ชาวประมงในโตนเลสาปมีอยู่ประมาณ 7,000 คนแต่รัฐบาลไม่ยอมออกโฉนดที่ดินให้แก่ชาวประมงที่อาศัยอยู่ริมโตนเลสาป แต่ให้ทำมาหากินเลี้ยงตัวเองได้เท่านั้น นักท่องเที่ยวมักจะนิยมเรียกหมู่บ้านชาวประมงในโตนเลสาปแห่งนี้ว่า Water World



ชาวประมงในโตนเลสาปแห่งนี้ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการทำการประมงน้ำจืดจับปูจับปลามาขายเป็นรายได้หลักปลากรอบที่ทำมาจากปลาเนื้ออ่อนมีชื่อเสียงที่สุดของเขมรก็จับขึ้นมาจากทะเลสาปแห่งนี้ ปัจจุบันจำนวนของประชากรปลาในทะเลสาปปริมาณเริ่มลดน้อยถอยลงทุกที สาเหตุเพราะในอดีตที่ผ่านมาทางกรมประมงกัมพูชาไม่ได้ออกกฏหมายควบคุมอย่างเคร่งครัด ชาวประมงทำการจับปลาแม้แต่ในฤดูวางไข่และระเบิดปลากันเป็นประจำโดยเฉพาะชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในโตนเลสาปจนทางกรมประมงต้องออกกฎหมายควบคุมห้ามจับปลาในฤดูวางไข่โดยเด็ดขาด การประมงโดยผิดกฎหมายจึงได้บรรเทาเบาบางลงบ้าง

ส่วนชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่กับชาวกัมพูชาภายในโตนเลสาปแห่งนี้อพยพมากับกองทัพเวียดนามในสมัยที่ทางรัฐบาลกัมพูชาของสมเด็จฮุนเซ็นของกำลังความช่วยเหลือจากเวียดนามนำกำลังทหารเวียดนามมาขับไล่ทหารเขมรแดงของ พอลพตจนไปติดแนวชายแดนประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2524 ปัจจุบันเหตุการณ์สงครามสงบลงล่วงเลยมานาน 30 กว่าปี


จนกระทั่งทหารเวียดนามเดินทางกลับไปหมดแล้วแต่ชาวประมงเวียดนามกลุ่มนี้ยังไม่ยอมกลับอาศัยโตนเลสาปแห่งนี้ทำมาหากินสร้างบ้านทำแพออกลูกออกหลานเป็นพลเมืองชั้นสองของกัมพูชาอาศัยออยู่ในทะเลสาปแห่งนี้จนตราบเท่าทุกวัน


จนเคยมีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดใจเกิดขึ้นกับชาวประมงเวียดนามในช่วงสงครามเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาโดยกองทหารเขมรแดงของพอลพตเคยยกพลลงมาในหมู่บ้านชาวประมงของเวียดนามที่อาศัยอยู่ในทะเลสาปแห่งนี้เข่นฆ่าชาวประมงเวียดนามทั้งผู้หญิงตลอดจนลูกเล็กเด็กแดงตายลอยน้ำเป็นเบือ


สาเหตุเพราะทหารเขมรแดงไม่ชอบชาวเวียดนามที่มาแย่งพื้นที่ทำมาหากินในโตนเลสาปแห่งนี้ นั่นเป็นเรื่องเสร้าสลดที่เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีล่วงมาแล้ว



ปัจจุบันชาวประมงเวียดนามก็ยังอาศัยทำมาหากินอยู่ในโตนเลสาปรัฐบาลกัมพูชาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ไล่ก็ไม่ยอมกลับจึงปล่อยให้อาศัยทำมาหากินอยู่ตามมีตามเกิดในโตนเลสาปเป็นพลเมืองชั้นสองไป



คณะทัวร์และเราสองคนเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวประมงในโตนเลสาปจนสมควรแก่เวลาจากนั้นจึงเดินทางกลับมายังโรงแรมที่พักเพื่อรับประทานอาหารเช้าและปฎิบัติภาระกิจส่วนตัวเก็บสัมภาระเดินทางกลับบ้านในตอนกลางวัน




หลังจากจัดการทุกสิ่งทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้วทางบริษัทอินโดไชน่าได้นำคณะทัวร์เดินทางมาช้อบปิ้งละลายทรัพย์กันที่บริเวณตลาดซาจ้ะภายในเมืองเสียมเรียบ สร้างความดีอกดีใจให้กับเหล่าพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาเป็นยิ่งนักเพราะรู้ถึงกิติศัพท์ของนักท่องเที่ยวคนไทยวาเป็นนักช้อปกระจายเงินไทยและยูเอสดอลล่าร์ปลิวสะพัดไปทั่วทั้งตลาดซาจ้ะ




เสียงต่อรองราคาทั้งภาษาไทยและเขมรเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งตลาดแห่งนี้ส่วนเราสองคนไม่รู้จะซื้ออะไรเพราะเดินทางมาเสียมเรียบบ่อยจึงเดินท่องเที่ยวไปตามถนนชมตึกเก่าๆ สมัยยุคอาณานิคมพร้อมพูดคุยกับคนขับรถตุ๊กๆ ชาวกัมพูชาที่พูดไทยได้เพราะเคยเดินทางเข้ามาทำงานในเมืองไทยหลายปีได้ความรู้เล็กน้อยๆมาฝากท่านผู้อ่านว่า สำหรับรถตุ๊กๆ ทางกัมพูชาเรียกว่า “ละเมาะ” เป็นรถมอเตอร์ไซด์พ่วงด้วยรถสองล้อนั่งได้สองคน คอยขับพานักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวยังปราสาทต่างๆในเมืองเสียมเรียบในอัตราค่าบริการคนละ15-25 ยูเอสดอลล่าร์ต่อวัน


ถ้าขับพาท่องเที่ยวแบบ City Tour ภายในเมืองเสียมเรียบชั่วโมงละ 150 บาท รถนั่งสบายคล้ายนั่งรถตุ๊กๆในเมืองไทยแต่คนขับเป็นเขมรเท่านั้นเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมากบรรยากาศคล้ายกับได้นั่งรถท่องเที่ยวเข้าไปในเมืองโบราณเหมือนการ์ตูนเรื่องตินติน ผจญภัยอย่างไงอย่างงั้นเลยครับ


เราสองคนคุยกับคนขับรถละเมาะจนหอมปากหอมคอจากนั้นจึงเดินทางกลับมายังโรงแรมพร้อมกับคณะทัวร์ที่หอบหิ้วของที่ได้จากการช้อบปิ้งมาอย่างจุใจ ทุกๆ คนหน้าบานกันถ้วนหน้าหลังจากที่ได้ละลายทรัพย์กันเป็นที่เรียบร้อยจึงเดินทางกลับเข้าสู่โรงแรมที่พัก เก็บสัมภาระต่างๆ ขึ้นรถ จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนออกจากเมืองเสียบเรียบเดินทางกลับสู่ด่านปอยเปตเก็บเอาความประทับใจทุกอย่างที่ได้พบเห็นกลับเมืองไทยไปเล่าให้ลูกหลานฟังว่าครั้งหนึ่งในชีวิตข้าก็เคยมาสัมผัสกับ1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกแล้วกลับไปนอนตายตาหลับได้แล้วโว้ย



ก่อนออกเดินทางกลับเมืองไทยคณะทัวร์ของบริษัท อินโดไชน่า พร้อมเราสองคนแวะรับประทานอาหารกันเป็นที่เรียบร้อย คณะทัวร์และเราทั้งสองคนเดินทางกลับไปตามถนนราดอย่างหมายเลข 6


จนไปหยุดแวะละลายทรัพย์กันที่หมู่บ้านจรู๊ป ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพแกะสลักหินทรายตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 6 เส้นทางศรีโสภณสู่เสียมเรียบ


ส่วนมากแล้วจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่แกะสลักมาจากหินทราย อาทิเช่น พระพุทธรูป รูปนางอัปสรา พระเศียรของพระเจ้าชัยวรมันที่7 แท่นศิวลึงค์ ครกหินหลายขนาดหลายราคาให้เลือกซื้อมากมายหลากหลายชนิด เงินไทยปลิวกันให้ว่อนไปหมด


จากนั้นจึงออกเดินทางต่อไปบนเส้นทางหมายเลข 5 สู่เมืองศรีโสภณจนมาถึงจุดหมายปลายทางที่ด่านปอยเปตแวะพักรับประทานอหารกลางวันกันที่โรงแรม Grand Diamond City Hotel ทางฝั่งปอยเปต ที่ๆ คนไทยที่ชื่นชอบกับกิจกรรมรวยทางลัดนิยมเดินทางมาเสี่ยงโชคกันเป็นประจำ

สำหรับราคาค่าห้องพักเริ่มตั้งแต่ 1,600-10,000 บาท ท่านผู้อ่านที่สนใจอยากจะหลบเมียแอบพากิ๊กมานอนพักสามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 02 758-5035-7แฟกซ์ 02 758-6296 หรือติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ e-mail:
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
 
หลังจากรับประทานอาหารลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วจากนั้นจึงเดินเที่ยวชมห้องพักและบรรยากาศในคาสิโนแต่ไม่ได้ลองเสี่ยงโชคเพราะกลัวติดใจจนสมควรแก่เวลา

จากนั้นจึงเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองกลับเข้ามายังฝั่งไทยคณะทัวร์แวะช้อบปิ้งละลายทรัพย์กันที่ตลาดโรงเกลือก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ขอขอบคุณเหล่าช่างภาพที่ช่วยกันบันทึกภาพสวยๆมาฝากท่านผู้อ่าน ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ คุณ วีระศักดิ์ ภักดี (น้องก๊อต) คุณ มนตรี ปิยะมิตรอำนวย (น้องโรตี) คุณ วัชระชัย ไตรอรุณ (น้องนุ้ย) และขอขอบคุณ บริษัท อินโดไชน่า เอ็กพลอเร่อร์ จำกัด ที่ช่วยสนับสนุนการเดินทางในทริปนี้ สนใจโปรแกรมทัวร์ กัมพูชา-ลาว-เวียดนาม ติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ บริษัท อินโดไชน่า เอ็กพลอเร่อร์ จำกัด โทร. 02 898-2324 02 898-1817 E-mail:
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
www.idc-edc-explorer.com
|