|
สวัสดีปีใหม่ 2552 ครับปีแห่งความวุ่นวายผ่านพ้นไปแล้วปีใหม่ปีนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบ้านเมืองของเราคงจะไม่ประสบปัญหาวุ่นวายเหมือนกับปีที่ผ่านมาถึงแม้จะมีปัญหาใดๆก็ขอให้มีน้อยที่สุดจะได้มีเวลาหายใจหายคอทำมาหากินต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจที่ตกสะเก็ดได้ตลอดทั้งปี สำหรับ idotravellers ฉบับนี้ ย่างเข้าสู่ ฉบับที่ 7 แล้วครับและตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันในบ้านเราลดลงอย่างมากทำให้ท่านผู้อ่านที่นิยมชมชอบในการขับรถเดินทางท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสขับรถพาครอบครัวไปท่องเที่ยวกันอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่หยุดขับรถเดินทางท่องเที่ยวเองมานานในช่วงที่น้ำมันแพง idotravellers.comฉบับนี้ทีมงานขอพาท่านผู้อ่านเดินทางขับรถท่องเที่ยวเลียบไปตามพื้นป่าตะวันตกโดยเริ่มต้นตั้งแต่อุทยานแห่งชาติพุเตยในจังหวัดสุพรรณบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งในจังหวัดอุทัยธานีแวะล่องแก่งแม่เรวาที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ในจังหวัดนครสวรรค์เที่ยวชมน้ำตกคลองลานในอุทยานน้ำตกคลองลานจังหวัดกำแพงเพชรจนไปสิ้นสุดที่บริเวณช่องเย็นในจังหวัดกำแพงเพชรจากนั้นจึงเดินทางกลับมาฉลองปีใหม่ที่กรุงเทพฯ สำหรับปีใหม่2552นี้ทีมงานขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโชคดีมีความสุขตลอดปี ฉลูขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านฉลุยน่ะครับและก็อย่าลืม “ท่องเที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก” ช่วยเที่ยวเมืองไทยกันดีกว่าน่ะครับ วันแรกของการเดินทาง ต้นเดือนธันวาคมพวกเราชาว idotravellers.com สองชีวิตหนีปัญหาความสับสนวุ่นวายของการเมืองในกรุงเทพฯ ออกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปตามถนนแจ้งวัฒนะ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 304 ข้ามสะพานพระนั่งเกล้าสู่อำเภอบางใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 340 มุ่งหน้าสู่จังหวัดสุพรรณบุรี สำหรับจุดหมายปลายทางในวันแรกของการเดินทางของเราก็คือ อุทยานแห่งชาติพุเตย อุทยานแห่งเดียวในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นป่าตะวันตกอันอุดมสมบูรณ์ บนเส้นทางหลวงหมายเลข340 ถนนหนทางลาดด้วยคอนกรีตกว้างขวางสะดวกสบายอีกทั้งรถก็ไม่มาก การจราจรจึงไม่ติดขัดเหมือนกับถนนสายเอเชีย เหมาะสำหรับการขับรถท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงน้ำมันลงราคา เราขับรถกินลมชมวิวท้องทุ่งนาอันเหลืองอร่ามไปด้วยรวงข้าวสีทองรอการเก็บเกี่ยวจากชาวนาในที่สุดก็เดินทางมาถึงจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ในวันนี้แตกต่างจากเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมามากถนนคอนกรีตกว้างขวางการเดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดสุพรรณบุรีในทุกๆวันนี้จึงสะดวกสบายกว่าแต่ก่อนมาก สถานที่ราชการตลอดจนตึกรามบ้านช่องในเมืองสุพรรณถูกจัดเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามโดยได้รับการวางผังเมืองเป็นอย่างดี จากจังหวัดที่ในอดีตมีแหล่งท่องเที่ยวน้อยมากจนถูกมองข้ามจากบรรดานักท่องเที่ยว แต่ในปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรีได้รับการพัฒนาปรับปรุงและถูกสร้างขึ้นมาใหม่จึงทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาตร์และธรรมชาติ อาทิเช่น พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาตร์ อุทยานแห่งชาติพุเตย แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เราจะเดินทางไปในวันนี้,บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ์แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่และที่สร้างใหม่ทำพิธีเปิดอย่างอลังการงานสร้างทีวีช่อง3ต้องมาถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมาคือพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรปัจจุบันจังหวัดสุพรรณบุรีจึงมีแหล่งท่องเที่ยว ไม่น้อยหน้าจังหวัดท่องเที่ยวใกล้เคียงหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำจนนักท่องเที่ยวไม่อาจมองข้ามจังหวัดสุพรรณบุรีไปได้เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ต้องขอยกย่องในความสามารถของท่านบรรหาร ศิลปอาชาหรือพ่อเติ้งของชาวสุพรรณฯ ที่ช่วยพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีในทุกๆ ด้านจนปัจจุบันจังหวัดสุพรรณบุรีเจริญก้าวหน้า ไม่น้อยหน้าจังหวัดใดๆในประเทศไทยทุกวันนี้ ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปในตัวเมืองสุพรรณบุรีเราแวะนมัสการพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกันก่อนเพื่อเป็นศิริมงคลแก่เราทั้งสองคน บริเวณรอบๆของพระบรมราชานุสาวรีย์ฯแห่งนี้เต็มไปด้วยไก่ชนขนาดต่างๆ มากมายที่ผู้คนจำนวนมากได้นำมาถวายเพื่อสักการะบูชา

สาเหตุที่จำเป็นต้องใช้ไก่ชนเป็นเครื่องสักการะบูชาก็เพราะว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้นทรงโปรดปรานการชนไก่เป็นอย่างมากหลังจากที่เรากราบสักการะบูชาพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นจึงออกเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองสุพรรณบุรีผ่านหอคอยชมเมืองบรรหารแจ่มใสที่ตั้งเด่นเป็นสง่าสูงตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองสุพรรณฯไว้ให้ชาวสุพรรณได้ใช้ขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเมืองสุพรรณบุรีซึ่งนับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นความภาคภูมิใจของคนสุพรรณฯเป็นอย่างยิ่ง มองหอคอยบรรหารแจ่มใสมองไปมองมาแล้วคิดถึงหอคอยเคแอลทาวเวอร์ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย เพื่อนบ้านของเรา

เราสองคนต้องแหงนหน้าจนคอตั้งฉากกับบ่าเพื่อชมหอคอยบรรหารแจ่มใสจนเมื่อยคอจากนั้นจึงเริ่มออกเดินทางต่อและเมื่อได้ เดินทางมาถึงจังหวัดสุพรรณบุรีเมืองต้นตำนานของนิทานเรื่องขุนช้างขุนแผนทั้งที่ถ้าไม่แวะนมัสการหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์วรวิหารก็เหมือนกับมาไม่ถึงเมืองสุพรรณบุรี

สำหรับวัดป่าเลไลยก์วรวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อโตพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวสุพรรณบุรีนั้นนับว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดสุพรรณบุรีตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมนตำบลรั้วใหญ่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรีเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหารเป็นวัดเก่าแก่หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลย์ก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฏอยู่ระหว่างฉัตรคู่บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเดินธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชเมื่อทรงเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงเสด็จมาปฎิสังขรณ์สันนิษฐานกันว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรืองส่วนองค์หลวงพ่อโตซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารทรงสูงเด่นเป็นสง่ามองเห็นได้ไกลๆเป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ องค์ของหลวงพ่อโตมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาทพระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำอยู่บนพระชานุ ส่วนพระหัตถ์ขวาวางหงายอยู่บนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวายองค์พระสูง 23.46 เมตร รอบองค์ 11.20 เมตร

มีนักปราชญ์หลายท่านว่าหลวงพ่อโตเดิมคงเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาสร้างไว้กลางแจ้งเหมือนหลวงพ่อพนัญเชิงในสมัยแรกๆ เราะมักจะพบว่าพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาส่านมากชอบสร้างไว้กลางแจ้งเพื่อให้เห็นได้ในระยะไกลๆ ภายในองค์พระพุทธรูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาจำนวน 36 องค์หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและประชาชนทั่วไปโดยทุกปีจะมีงานเทศกาลสมโภชและนมัสการหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ 2 ครั้ง คือในวันขึ้น 7-9 ค่ำ เดือน 5 และเดือน 12 ส่วนทางด้านตรงข้ามวิหารของวัดมีร้านขายสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองหลายร้านให้แวะเลือกซื้อ ส่วนด้านหลังของวัดเดินเลยมาอีกนิดหนึ่งเป็นที่ตั้งของ”คุ้มขุนช้าง”ซึ่งสร้างเป็นเรือนไทยไม้สักหลังใหญ่

ถ้าเดินขึ้นไปบนเรือนไม้สักหลังใหญ่กว้างขวางจะเห็นฉากภาพวาดของขุนช้างตัวละครในวรรณคดีเรื่อง” ขุนช้างขุนแผน” สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วยน่ะครับ

หลังจากกราบนมัสการองค์หลวงพ่อโตและเยี่ยมชม คุ้มขุนช้างเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นเราสองคนจึงเริ่มออกเดินทางต่อไปไปตามทางหลวงหมายเลข 322 เส้นทางสาย สุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์ เป็นเส้นทางถนนคอนกรีตกว้างสี่เลนอย่างดี ผิวถนนเรียบกริบอย่างกับรันเวย์สนามบิน ด้วยระยะทางประมาณ 30 กม.จากวัดป่าเลไลยก์เราขับรถเดินทางมาถึงอำเภอดอนเจดีย์อันเป็นสถานที่ตั้งของพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ เดินทางผ่านมายังอำเภอดอนเจดีย์แล้วสมควรที่จะแวะเข้าไปนมัสการ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์บ้างคงไม่ทำให้เราสองคนเสียเวลาในการเดินทางมากมายอะไร ผมจะขอเล่าถึงประวัติความเป็นมาเล็กๆน้อยๆของพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ให้ท่านฟังดังนี้

สำหรับพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์แห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีระยะทางประมาณ 30 กม. บนทางหลวงหมายเลข 322 สุพรรณบุรี- ดอนเจดีย์ประกอบด้วย พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระคชาธรออกศึกและองค์เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรทรงสร้างเจดีย์นี้ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถี ที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่าเมื่อเดีอนมกราคม พ.ศ.2135และในปีพ.ศ. 2495 ทางกองทัพบกได้ทำการบูรณะปฎิสังขรณ์องค์เจดีย์ขึ้นมาใหม่โดยสร้างเจดีย์แบบลังกาทรงกลมใหญ่ สูง 66 เมตร ฐานกว้างด้านละ 36 เมตรโดยครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จมาประกอบพิธีบวงสรวงและเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2502 ซึ่งต่อมารัฐบาลได้ทำการกำหนดให้วันที่ 25 มกราคมของทุกปีเป็นวันถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์และถือเป็นวัน กองทัพไทย และถ้าขับรถเลยจากองค์เจดีย์ไปประมาณ 100 เมตรจะเป็นที่ตั้งพระตำหนักของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชาภายในมีรูปปั้นของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระสุพรรณกัลยาประดิษฐานอยู่ภายในพระตำหนัก เราสองคนขับรถเดินทางออกจากพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 333 ดอนเจดีย์-ด่านช้าง เดินทางมุ่งหน้าสู่อำเภอด่านช้าง และด้วยระยะทางประมาณ 47 กม. จากอำเภอดอนเจดีย์ เราขับรถใช้เวลาเดินทาง 45นาทีก็เดินทางมาถึงบริเวณสี่แยกในตัวอำเภอด่านช้าง บริเวณสี่แยกมีเส้นทางถนนเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3086 ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เราสองคนก็เดินทางมาถึงเขื่อนกระเสียว

จากนั้นจึงจอดรถลงมาเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์บริเวณสันเขื่อนกระเสียว สำหรับเขื่อนกระเสียวตั้งอยู่ในตำบล ด่านช้าง ในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยกระเสียวของกรมชลประทาน เป็นเขื่อนดินเก็บกักน้ำขนาดใหญ่สร้างกั้นลำห้วยกระเสียวต้นน้ำเกิดมาจากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรด้านทิศตะวันตก โดยตัวเขื่อนมีความยาว 4,250 เมตร สูง 32.50 เมตร ปริมาณน้ำที่สามารถเก็บกักได้ประมาณ 240 ล้านลูกบาศก์เมตร นับเป็นเขี่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่แห่งหนึ่งทางภาคตะวันตกนี้บนสันเขื่อนกระเสียวเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์และพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแห่งหนึ่งในอำภอด่านช้าง

ในทุกวันเสาร์อาทิตย์และในยามแดดร่มลมตกของแต่ละวันจะมีประชาชนชาวอำเภอด่านช้างและอำเภอใกล้เคียงเดินทางพาครอบครัวมาพักผ่อนหย่อนใจลงเล่นน้ำและนั่งรับประทานอาหารกันเป็นประจำ เราสองคนเดินชมวิวทิวทัศน์ในแบบสุดสายตาพานอราม่าบนสันเขื่อนกระเสียวจนสมควรแก่เวลาจากนั้นจึงขับรถลงมาหาอาหารกลางวันรับประทานกันบริเวณปากทางเข้าเขื่อนกระเสียว ซึ่งมีก๋วยเตี๋ยวเป็ดรสเด็ดชื่อว่า” ร้านป้าติมก๋วยเตี๋ยวเป็ด”

เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเขื่อนกระเสียวมาเป็นเวลานานพอๆกันกับอายุของเขื่อนกระเสียวแห่งนี้เป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว โดยขายก๋วยเตี๋ยวเป็ดมาตั้งแต่เป็นสาวมากจนปัจจุบันสาวเริ่มน้อยลงทุกวันแต่ถึงกาลเวลาจะผ่านมาเนินนานเพียงไรก็ตามแต่ในเรื่องรสชาติความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวเป็ดร้านป้าติมแล้วยังคงเส้นคงวาเสมอมาด้วยน้ำซุปเป็ดรสชาติเข้มข้น เนื้อเป็ดที่ต้มได้ที่ไม่เหนียวหรือเปื่อยจนเกินไป

ตักใส่ชามด้วยเนื้อเป็ดชิ้นใหญ่ๆไม่หั่นเนื้อเป็ดเป็นชิ้นเล็กๆหรือเป็นฝอยๆเหมือนก๋วยเตี๋ยวเป็ดในกรุงเทพ ไม่เชื่อลองดูในรูปซิครับ จนเป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเขื่อนกระเสียวตลอดจนประชาชนที่ผ่านไปมาบริเวณนี้เป็นประจำ ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดป้าติมตั้งอยู่ปากทางเข้าเขื่อนกระเสียวเปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 นราคาชามละ30-35 บาท

ไม่อร่อยสมคำร่ำลือยินดีให้ต่อว่าแต่ไม่คืนเงินให้ แม่ช้อยไม่ต้องมารำ เชล์ลไม่ต้องมาชิมหมึกแดงรีบไปให้ไกลๆเพราะของเขาอร่อยอยู่แล้วใครที่เดินทางมาเขื่อนกระเสียวแล้วไม่ได้มาชิมก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ๊ติมก็เหมือนกับเดินทางมาไม่ถึงเขื่อนกระเสียว ถ้าจะรับประทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดร้านเจ๊ติมให้อร่อยควรเดินทางมาในระหว่างเวลา 12.00 น.เพราะน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเป็ดกำลังเคี่ยวได้ที่กำลังพอดี นักท่องเที่ยวทีเดินทางมาไม่ถูกหรือกลัวหมดก่อนโทรศัพท์มาสอบถามได้ที่ 084-079-7607 ไม่ทราบว่าเราสองคนขับรถมาเที่ยวป่าหรือมาโฆษณาก๋วยเตี๋ยวเป็ดกันนี่ เราสองคนรับประทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดร้านป้าติมด้วยความเอร็ดอร่อยคนละสองชามจนหายอยาก จากนั้นจึงชำระเงินพร้อมกล่าวคำร่ำลาป้าติมออกเดินทางต่อ

เราสองคนขับรถกลับออกมายังถนนใหญ่สี่แยกอำเภอด่านช้างจากนั้นขับไปตามเส้นทางหลวงหมาย 333บนเส้นทางสาย ด่านช้าง-บ้านไร่ขับรถไปอีกระยะทางประมาณ 4-5 กม. ก็จะถึงสามแยกบ้านวังคันสังเกตุริมถนนทางซ้ายมือจะมีป้ายบอกเส้นทางเลี้ยวซ้ายเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติพุเตย เราสองคนขับรถเลี้ยวซ้ายมือตามป้ายบอกเส้นทางเข้าอุทยานไปตามถนนลาดยางสองข้างทางเต็มไปด้วยท้องไร่ท้องนาอันอุดมสมบูรณ์ระยะทางประมาณ 18 กม.ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็เดินทางมาถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติพุเตยที่ 1 ซึ่งเป็นด่านชำระเงินค่าธรรมเนียมก่อนเข้าอุทยานแห่งชาติพุเตยซึ่งตั้งอยู่ก่อนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตยระยะทางประมาณ 11 กม.เราสองคนได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจาก คุณบุญทรง ธัญญเจริญ เจ้าหน้าที่ของทางอุทยานฯซึ่งแนะนำแหล่งท่องเที่ยวต่างๆและประวัติความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติพุเตยให้เราสองคนฟังว่า

อุทยานแห่งชาติพุเตยตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติองค์พระ ป่าเขาพุระกำ ป่าเขาห้วยพลู อุทยานแห่งชาติพุเตย แต่เดิมเป็นเพียงแต่แค่ วนอุทยานพุเตย วนอุทยานพุกระทิง และวนอุทยานเตรียมการตะเพินคี่โดยมีลักษณะเป็นป่าอุดมสมบูรณ์มีวิวทิวทัศน์สวยงามและสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติของชาติต่อไปโดยอุทยานแห่งชาติได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 84 ในวันที่ 30 กันยายน 2541 สำหรับคำว่า “พุ” หมายถึงพื้นที่ที่มีน้ำนองหรือมีน้ำขังส่วนคำว่า “เตย”น่าจะมาจากต้นเตยหนามที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในพื้นที่ที่มีน้ำขังอยู่ ดังนั้นคำว่าพุเตยจึงหมายถึง พื้นที่ที่มีน้ำขังนองและมีต้นเตยหนามขึ้นอยู่ สำหรับอาณาเขตของอุทยานแห่งชาติพุเตย ทิศเหนือ จดอำเภอบ้านไร่จังหวัดอุทัยธานี ทิศใต้ จดห้วยตะเพิน ห้วยน้ำเขียว และอ่างเก็บน้ำลำตะเพินในโครงการพระราชดำริ ทิศตะวันออก จดอำเภอ ด่านช้างใน จังหวัดสุพรรณบุรี ทิศตะวันตก จดอำเภอศรีสวรรค์ในจังหวัด กาญจนบุรี ส่วนลักษณะะภูมิประเทศมีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีความลาดชันสูงโดยมียอดเขาซึ่งเป็นจุดสูงสุดของจังหวัดสุพรรณบุรีคือ “ยอดเขาเทวดา” ตั้งอยู่บนเทือกเขาไม้ตะแบกในป่าตะเพินคี่ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,123 เมตร สำหรับสภาพภูมิอากาศมีลมมรสุมพัดผ่านตลอดปี ประกอบด้วย 3ฤดูกาลด้วยกันคือ ฤดูฝน ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ฤดูหนาว ประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธุ์ ฤดูร้อน ประมาณเดือนกลางเดือนกุมภาพันธุ์ถึงเดือนกลางเดือนพฤษภาคม สำหรับป่าไม้ที่น่าสนใจมี ป่าสนเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ฯลฯส่วนพรรณไม้ เช่น สนสองใบ ยางเหียง ประดู่ แดง พยูง กล้วยไม้ต่างๆ และไม้ไผ่ ส่วนสัตว์ป่ามีมากกว่า 200 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มากกว่า 40 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กว่า 30 ชนิด นกนานาชนิดกว่า 130 ชนิด ตลอดจนแมลงชนิดต่างๆอีกมากมาย สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและที่สำคัญเช่น ป่าสนสองใบธรรมชาติ ขึ้นอยู่บนยอดเขาพุเตยซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 723 เมตรเท่านั้น โดยมีลักษณะเป็นป่าสนสองใบเขาที่มีอยู่เพียงกลุ่มเดียวในเขตภาคกลางและคาดว่าจะเป็นกลุ่มสุดท้าย ศาลเลาด้าห์ เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงเหล่าผู้เสียชีวิตจากเครื่องบินเลาด้าห์แอร์ตกเมื่อวันที่ 26พฤษภาคม 2534 มีผู้เสียชีวิตถึง 223 ศพซึ่งเป็นข่าวใหญ่ทำให้อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก หมู่บ้านกระเหรี่ยงตะเพินคี่ ตั้งอยู่บนภูเขาสูง อากาศหนาวเย็นโดยมีพิธีศักดิ์สิทธิ์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน5 คือ พิธีไหว้จุฬามณีโดยมีสถานที่ท่องเที่ยวภายในหมู่บ้านเช่นเถื่อนถ้ำ น้ำตก และสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์โดยเป็นป่าจุดเชื่อมต่อสามจังหวัด ยอดเขาเทวดา เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรีโดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1123 เมตร สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและพิ้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัด กาญจนบุรีและจังหวัดอุทัยธานี จุดชมวิว จุดชมวิวของอุทยานแห่งชาติพุเตย มีหลายลักษณะ เช่นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก และจุดชมวิวบนยอดเขาเทวดา และนอกจากนี้ภายในอุทยานยังมีน้ำตกใหญ่น้อยให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาท่องเที่ยวอีกด้วยตัวอย่างเช่น น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ น้ำตกตะเพินคี่น้อย น้ำตกพุกระทิงส่วนถ้ำก็มีถ้ำพุหวายเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติก็มีอยู่สองเส้นทางด้วยกันคือ เส้นทางที่หนึ่ง ศาลเลาด้าห์- ป่าสนสองใบ ระยะทาง 7 กม. เส้นทางที่สอง น้ำตกพุกระทิง ระยะทาง 2 กม. ทางอุทยานได้จัดเตรียมสถานที่กางเต็นท์และเต็นท์ไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์จะพักค้างแรมภายในอุทยานฯในราคา เต็นท์หลังใหญ่พักได้5คน ราคา 300บาทต่อคืน เต็นท์หลังเล็กพักได้3คนหลังละ 250บาทต่อคืน พร้อมห้องน้ำห้องสุขา ถ้านักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าธรรมเนียมหลังละ 30 บาทต่อวันนอกจากนี้ทางอุทยานยังมีบ้านพักไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อจองบ้านพักได้ที่ สำนักงานอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทรศัพท์ 0-2562-0760www.dnp.go.th หรือที่ อุทยานแห่งชาติพุเตย ตู้ ปณ. 19 อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี 72180 โทรศัพท์ 081-934-2240 หลังจากที่ได้ฟังเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆของอุทยานแห่งชาติพุเตยจากคำบอกเล่าของพี่บุญทรง เจ้าหน้าที่อุทยานฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราสองคนจึงหันมาตกลงกันว่า คืนนี้เราจะกางเต๊นท์พักแรมชมดาวชมเดือนกันที่ อุทยานแห่งชาติพุเตยกันดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางขับรถเลียบพื้นป่าตะวันตกกันต่อ จากนั้นจึงติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยาน ขอบริการกางเต็นท์และเมื่อติดต่อเต็นท์พักแรมจากทางอุทยานเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราสองคนกล่าวขอบคุณคุณบุญทรง ธัญญกิจ เจ้าหน้าที่อุทยานฯที่ให้ข้อมูลต่างๆของอุทยานแก่เราทั้งสองจากนั้น จึงขับรถเข้าไปยังภายในอุทยานฯ ตรงไปยัง เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติเส้นที่หนึ่ง สายศาลเลาด้าห์- ป่าสนสองใบ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 1 พุเตยที่พักค้างแรมของเราในคืนนี้ระยะทางประมาณ 11กม.

เส้นทางขุระขระพอสมควรเผอิญรถของเราขับเคลื่อนสี่ล้อจึงเดินทางได้โดยสะดวกพวกเราสองคนขับรถไปตามเส้นทางเลาะเลียบไหล่เขาด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ สองข้างไหล่ทางเต็มไปด้วยป่าไผ่โดยมี ต้นคริสตมาสสีแดงขึ้นอยู่ประปรายใช้เวลาไม่นานนักเราสองคนก็เดินทางมาถึงสามแยกเลาด้าแอร์ทางขึ้นจุดเครื่องบินตกและป่าสนสองใบจากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางลูกรังระยะทาง 1.5 กม.จากสามแยกเราสองคนก็เดินทางมาถึงจุดที่เครื่องบินตกซึ่งบริเวณนี้เมื่อกลางดึกของ วันที่ 26 พฤษภาคม 2534หรือเมื่อ18 ปีที่ผ่านมาแล้วสายการบินเลาด้าห์แอร์ของประเทศออสเตรียที่บินระหว่าง กรุงเทพฯ- กรุงเวียนนานำพาผู้โดยสารชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวน 223คนซึ่งในจำนวนนั้นมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และภรรยาร่วมเดินทางมากับเที่ยวบินเที่ยวนี้ด้วยจุดหมายปลายทางคือกรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย

แต่ระหว่างที่เครื่องบินกำลังบินอยู่เหนือน่านฟ้าอำเภอด่านช้างอยู่นั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเครื่องบินเกิดเหตุเครื่องยนต์ขัดข้องจนนักบินไม่สามารถบังคับเครื่องบินได้ พาผู้โดยสาร 223ชีวิตโหม่งโลกลงมาในอุทยานแห่งชาติพุเตยอำเภอด่านช้าง ทั้งนักบิน แอร์โฮสเตส และผู้โดยสารทั้ง223 คนเสียชีวิตทั้งหมดและตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาอำเภอด่านช้างจึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ชิ้นส่วนของเครื่องบินเลาด้าร์แอร์ตกกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนกลาด

ส่วนซากศพของผู้โดยสารกระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแหลกเหลวจนจำสภาพศพไม่ได้ ชาวบ้านจำนวนมากในอำเภอด่านช้างต่างออกมาช่วยเหลือผู้โดยสารที่คาดว่าจะรอดชีวิตจากเครื่องบินตกในครั้งนี้แต่บางคนก็ฉวยโอกาศค้นหาทรัพย์สินของผู้โดยสารที่เสียชีวิตซึ่งในเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นชาวบ้านบางคนถึงกับมีนาฬิกาโรเล็กซ์ใส่ไม่ทราบว่าไปซื้อหามาจากไหน การเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกในครั้งนี้ ทำให้ตำแหน่งของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ถึงกับว่างลงทันที เจ้าของสายการบินเลาด้าห์แอร์ คือนายนิกกี้ เลาด้าห์ นักแข่งรถฟอร์มูล่าวันต้องเดินทางมาเมืองไทยเพื่อตรวจสอบความเสียหาย ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาชื่อของอำเภอด่านช้างและอุทยานแห่งชาติพุเตยจึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

ปัจจุบันเศษชิ้นส่วนของเครื่องบินยังคงจัดแสดงไว้ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้ชมเพื่อระลึกถึงการจากไปของผู้โดยสารทุกคนจากโศกนาฎกรรมเครื่องบินตกในครั้งนั้น เราสองคนยืนสงบนิ่งระลึกถึงผู้จากไปในครั้งนั้นพร้อมกับภาวนาอยู่ในใจว่าอย่าได้มาล้อเล่นกับเราสองคนเลยในคืนนี้ สัตว์โลกยอมเป็นไปตามกรรม..... สาธุ

สำหรับจุดที่เครื่องบินตกบรรยากาศช่างวังเวงเหลือเกินบรรยากาศเริ่มโพล้เพล้ เสียงบรรเลงดนตรีวอลซ์ของโยฮัน สเตาท์ ศิลปินชาวออสเตรียดังแว่วมาแต่ไกล ออกเดินทางต่อกันดีกว่า......บรื้อววววว์ เราสองคนขับรถลัดเลาะไปตามไหล่เขาสูงขึ้นไปเรื่อยๆอากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆตามความสูงของพื้นที่ ในที่สุดเราสองคนก็เดินทางมาถึงจุดจอดรถจุดที่หนึ่งซึ่งสามารถจอดรถได้ประมาณ 5-6 คันด้านซ้ายมือมีจุดชมวิวพระอาทิตย์ ตกดินจากจุดจอดรถจุดที่หนึ่งไปอีก 800 เมตร ก็จะถึงจุดจอดรถจุดที่สองแต่สภาพถนนหนักหนาสาหัสพอสมควร รถเก๋งรถปิคอัพคงหมดสิ้นขนาดเราสองคนใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อยังขอคิดดูก่อนเลยเพราะอายุของรถกับอายุเจ้าของรถสูงวัยพอๆกัน กลัวไอ้แก่ของเราจะไปไม่รอดอย่ากระนั้นเลยอีก 800 มตรเราเดินเท้ากันขึ้นไปดีกว่า


เราสองคนเดินเท้าไปตามถนนลูกรังซึ่งเริ่มสูงชันและขรุขระขึ้นทุกทีจนในที่สุดเราสองคนก้เดินทางมาถึงจุดจอดรถที่สองซึ่งสามารถจอดรถได้ประมาณ5-6คันต่อจากนี้ไปก็จะเป็นเส้นทางเดินเท้าลัดเลาะไปตามสันเขาก็จะถึงป่าสน เราสองคนเดินเท้าลัดเลาะไปตามสันเขาซึ่งสองข้างทางหนาแน่นไปด้วยป่าไผ่จนในที่สุดก็เดินเท้าทะลุมาถึงป่าสนสองใบจำนวนนับได้จำนวน 1376 ต้นยืนต้นตระหง่านท้าทายแดดลมอยู่บนสันเขาลูกนี้ที่มีความสูงเพียง 763 เมตรซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกเพราะสนสองใบจะขึ้นยืนต้นบนยอดเขาที่มีความสูงตั้งแต่ 1,200 เมตรขึ้นไปเท่านั้น

สำหรับความใหญ่โตของต้นสนแต่ละต้นชนิดหนึ่งคนโอบและชนิดสองคนโอบขึ้นเรียงรายอยู่บนสันเขาสลับกับป่าเบญจพรรณเล็กน้อย เหนือจากป่าสนขึ้นไปเล็กน้อยคือลานหินกอง

ซึ่งมีกฎข้อหนึ่งว่าผู้ใดที่ขึ้นมาถึงยังป่าสนแห่งนี้จะต้องนำหินหนึ่งก้อนมาวางไว้ที่บริเวณลานหินกองนี้ เพื่อเป็นการเคารพบรรดาเจ้าป่าเจ้าเขาและสิ่งศักดิ์สิทธิที่สิงสถิตอยู่ ณ.สถานที่แห่งนี้ เชื่อหรือไม่เชื่อก็อย่าไปลบหลู่ ก่อนเดินเท้าต่อไปเราสองคนนำหินไปวางกองไว้ที่ลานหินกองกันคนละก้อน เป็นการคารวะเจ้าป่าเจ้าเขาที่ปกปักษ์รักษาสถานที่แห่งนี้ จากนั้นจึงเดินเท้าต่อไปยังป่าสนสองใบ ที่ยืนต้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบริเวณสันเขา และจากจุดชมวิวบนป่าสนแห่งนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติพุเตยและอำเภอด่านช้างได้อย่างชัดเจน

ส่วนจุดชมวิวอีกด้านหนึ่งก็สามารถมองเห็นอำเภอศรีสวัสดิ์ในจังหวัดกาญจนบุรีได้อย่างชัดเจนสุดสายตาพานอราม่าเลยทีเดียว และถ้าวันใดอากาศปลอดโปร่งแจ่มใสจะสามารถมองเห็นได้ไกลถึงผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้งทุ่งใหญ่นเรศวรเลยทีเดียวล่ะครับ เราสองคนเที่ยวเดินสำรวจป่าสนชื่นชมความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติกันอยู่สักครู่ใหญ่ เสียงเพื่อนร่วมทางของผมเรียกผมเข้าไปหาและกระซิบที่ข้างหูของผมเบาๆว่าผม เห็นผู้ชายใส่เสื้อสีขาวกางเกงยีนส์รูปร่างสูงใหญ่คล้ายฝรั่งเดินท่อมๆอยู่ในป่าสนหันมายิ้มแห้งๆกับผมจากนั้นก็หายตัวไปในป่าสนไม่ทราบว่าเขาคือใครและมาทำอะไรอยู่บนนี้เงียบๆคนเดียวเพราะสังเกตุจากบริเวณลานจอดรถมีรถของเราสองคนจอดอยู่เพียงคันเดียวเท่านั้น ลำพังจะเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานฯขึ้นมาเที่ยวบนนี้คนเดียวระยะทางประมาณ 10 กม.ก็เกินกำลังขาที่จะแบกรับภาระไหวและเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเขาคนนั้นคือใคร?แล้วเหตุใดเล่าเขาจึงมาเดินท่อมๆอยู่บนนี้เพียงลำพังคนเดียวในยามใกล้ค่ำเช่นนี้

สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเราไปผมนึกในใจว่า ลูกหลานท่านโยฮันท์ สเตาท์ราชาเพลงวอลซ์ชาวออสเตรีย คงเล่นงานเราเข้าให้แล้ว มาเดินท่อมๆหาทางกลับบ้านยังกรุงเวียนนาประเทศออสเตรียเห็นเราสองคนมาเดินเล่นแถวนี้เผอิญพูดไทยไม่ได้เลยไม่กล้าเดินเข้ามาถามหาทางกลับบ้าน จากที่เราสองคนเดินเที่ยวอยู่ห่างกันแต่กับเดินเข้ามาใกล้ชิดติดกันเหมือนกับฝาแฝดอินจันทันที และในที่สุดเหตุการณ์ต่างๆ ก็คลี่คลายลง เมื่อชายนิรนามคนนั้นออกมาจากป่าสนเดินเข้ามาทักทายเราทั้งสองคนพร้อมบอกเล่าความประสงค์ที่ขึ้นมาเดินเล่นในป่าสนแห่งนี้กับเราสองคนว่าเป็นนักดูนก วันนี้ว่างจึงขับรถขึ้นมาดูนกลำพังเพียงคนเดียวเห็นรถของเราสองคนจอดอยู่ที่ลานจอดรถที่หนึ่งจากนั้นจึงเดินเท้าขึ้นมามองเห็นเราทั้งสองคนแล้วแต่ไม่กล้าทักทายจากนั้นซุ่มอยู่ตามกอไม้และโขดหินต้องการความงียบสงบเพื่อส่องกล้องดูนกพันธุ์หายากมากมายหลากหลายชนิดบนป่าสนแห่งนี้เป็นแหล่งดูนกชั้นดีเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักดูนกทั่วไป เมื่อได้ทราบสาเหตุการเดินทางมาของชายนิรนามแล้วเราสองคนถึงกับโล่งอก จากนั้นจึงเดินเท้าเที่ยวชมป่าสนต่อไป อีกสักครู่ใหญ่จนได้เวลาตะวันจะลาลับขอบฟ้าจากนั้นจึงเดินเท้ากลับลงมายังจุดจอดรถที่หนึ่งเพื่อชมดวงอาทิตย์ตก เราทั้งสองคนนั่งชมความสวยงามของดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าบนพื้นป่าตะวันตกจนเวลาโพล้เพล้บรรยากาศเริ่มวังเวงขึ้นทุกทีรีบลงไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานพุเตยที่หนึ่งจุดพักค้างแรมของเราทั้งสองคนกันดีกว่าถ้าขืนชักช้าอาจจะมีฝรั่งมาร้องเพลงโอเปร่าให้ฟัง ถึงเวลานั้นเราสองคนคงจะได้วิ่งกันป่าสนราบแน่นอน เผ่นก่อนเถอะเรา บรื้อววววววว......

เราสองคนขับรถลงมาถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานพุเตยที่หนึ่งจุดพักค้างแรมของเราทั้งสองคนในคืนนี้อากาศช่วงหัวค่ำต้นเดือนธันวาคมเริ่มเย็นลงทุกทีอุณหภูมิอยู่ที่ 15 องศา ทำให้เราสองคนอาบน้ำด้วยความลำบากยากเย็น เหมือนเอาน้ำเย็นมารดร่างจากนั้นจึงขับรถออกไปหาอาหารรับประทานกันที่ร้านอาหารของหมู่บ้านอยู่ห่างจากปากทางเข้าหน่วยพิทักษ์อุทยานพุเตยระยะทางประมาณ 3 กม.สาเหตุเพราะที่บริเวณหน่วยฯพุเตยไม่มีร้านอาหารนักท่องเที่ยวจะต้องนำ เสบียงอาหารมาเองทาง อุทยานฯ มีแต่เต็นท์และเครื่องนอนไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

หลังจัดการอาหารค่ำเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราทั้งสองคนมานั่งปรึกษากันเรื่องการเดินทางในวันรุ่งขึ้นพร้อมชื่นชมดวามสวยงามของพระจันทร์ยิ้มและดวงดาวที่ส่องแสงสุกสกาวสดใสอยู่ในท้องฟ้า ยิ่งดึกอากาศเริ่มหนาวเย็นลงทุกที เข้าเต็นท์พักผ่อนนอนเอาแรงกันเถอะครับ พรุ่งนี้เราสองคนจะเดินทางเข้าสู่อำเภอบ้านไร่ จังหวัด ธันวาคม อุทัยธานี ประตูเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งกันคืนนี้ราตรีสวัสดิ์ครับ
หน้าต่อไป
|