|
จากเกาะพะงันเราขอพาท่านเดินทางท่องเที่ยวต่อไปยังหมู่เกาะต่างๆและชายหาดอันสวยงามในจังหวัดชุมพรประตูสู่ภาคใต้ จังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติทางการท่องเที่ยวสวยงามมากมายไม่น้อยหน้าจังหวัดใดๆในภาคใต้แต่ตรงกันข้ามกับไม่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากนัก จังหวัดชุมพรมีความยาวของชายหาดทั้งหมดตั้งแต่เหนือจดใต้ระยะทางประมาณ 222 กิโลเมตรความงดงามของชายหาดไม่น้อยหน้าหาดใดๆในภาคใต้พื้นที่ชายหาดบางแห่งยังคงความสวยงามทางธรรมชาติปราศจากผู้คนอาศัยอยู่ อาทิเช่นหาดบางเบิดหาดซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการพระราชดำริที่มีพื้นที่ชายหาดติดต่อกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หาดทุ่งวัวแล่นอันงดงามและหาดทรายรีที่ตั้งของศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์พระราชบิดาแห่งกองทัพเรือไทย ตลอดจนเกาะแก่งน้อยใหญ่กว่า 40 เกาะในหมู่เกาะทะเลชุมพรเช่นเกาะง่ามน้อยง่ามใหญ่แหล่งดำน้ำชมปะการังยอดนิยมเกาะมัตราหรือเกาะตังกวยแหล่งที่อยู่อาศัยของปูไก่จำนวนมากและ เกาะลังกะจิวเกาะสัมปทานรังนกนางแอ่นที่ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปเที่ยวชมได้แล้วและเกาะพิทักษ์เกาะที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเกาะแห่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จัดกิจกรรมท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์จนได้รับรางวัลดีเด่นมากมาย นอกจากนี้แล้วจังหวัดชุมพรยังเป็นเส้นทางลัดประตูสู่เกาะเต่า เกาะพะงันและเกาะสมุยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกด้วย ครับ....เปิดโลกทะเลชุมพรในฉบับนี้จะมีชายหาดใดที่น่าสนใจเกาะไหนที่น่าเดินทางไปท่องเที่ยวในหมู่เกาะทะเลชุมพรก็ลองคลิ๊กเข้าไปเยี่ยมชมกันได้เลยครับ. วันแรกของการเดินทาง

เช้าวันแรกของเราสองคนที่ M.T. RESORTในอ่าวทุ่งมะขามน้อยในจังหวัดชุมพร เราสองคนตื่นนอนตอนเช้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่อ่าวทุ่งมะขามน้อยอากาศในเช้าวันนี้สดชื่นเหลือเกินท้องฟ้าปลอดโปร่งอากาศแจ่มใสเหมาะกับการท่องเที่ยวทางทะเล ดวงอาทิตย์ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากเส้นขอบฟ้าเหนือเกาะลังกะจิวที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากอ่าวทุ่งมะขามน้อยระยะทางประมาณ 5 กม.



เสียงวูดของเรือเร็วลมพระยาเป็นสัญณานบอกให้เราทราบว่าเรือกำลังออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เกาะเต่าแล้ว ใกล้กับM.T. RESORT เป็นที่ตั้งของท่าเรือเร็วลมพระยานักท่องเที่ยวที่ออกเดินทางมาจากถนนข้าวสารจะต้องมาลงเรือที่ท่าเรือเร็วลมพระยาอ่าวทุ่งมะขามน้อยที่อยู่ห่างจากตัวเมืองชุมพรระยะทาง 22 กม.จากนั้นจึงออกเดินทางต่อไปยังเกาะเต่า เกาะพะงันและเกาะสมุยต่อไปหลังจากเก็บภาพดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลชุมพรจนเป็นที่พอใจแล้วจากนั้นเราสองคนจึงมานั่งรับประทานอาหารเช้าร่วมกับคุณสุวารินทร์ มายาเศส หรือชื่อเล่นว่าคุณชายเจ้าของ M.T. RESORT รีสอร์ทแห่งเดียวบนอ่าวทุ่งมะขามน้อยแห่งนี้

เราสองคนนั่งรับประทานอาหารเช้าพร้อมพูดคุยสนทนาไปตามประสาเพื่อนเก่าแต่ไม่แก่ที่นานๆครั้งถึงจะได้มีโอกาสมาพบหน้าค่าตากันสักครั้งหนึ่ง

สำหรับในส่วนของ...แห่งนี้คุณชายได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของรีสอร์ทแห่งนี้ให้เราสองคนฟังว่าคำว่าM.T. RESORTมาจากคำว่าMOTHER RESORTซึ่งแปลเป็นไทยว่า “บ้านแม่รีสอร์ท”เพื่อระลึกถึงบุญคุณของคุณแม่ที่เป็นเจ้าของผืนนี้ละเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษสืบทอดมาจนกระทั่งตกมาเป็นของคุณชาย สำหรับM.T. RESORTสร้างขึ้นมาครั้งแรกเมื่อประมาณปีพ.ศ 2535 หลังมหันตภัยจากพายุเกย์ผ่านพ้นไปประมาณ3ปีโดยเริ่มแรกด้วยบังกะโลหลังคามุงจาก 5 หลังราคา 300 บาทต่อคืน จากนั้นก็สร้างต่อมาเรื่อยๆจนกระทั่งปัจจุบันมีบ้านพักทั้งหมด 9 หลังพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอาทิเช่น แอร์ พัดลม ทีวี ตู้เย็นและเครื่องเล่นDVDในราคาที่เริ่มต้น750-1,250บาทต่อคืน



สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบพักแรมในบรรยากาศสไตล์แค้มปิ้งทางM.T. RESORTก็มีบริการเต็นท์พร้อมเครื่องนอนพร้อมห้องสุขาและบริการ ชากาแฟ ฟรีให้บริการท่านละ 150 บาทพร้อมเรือคยัคให้พายเล่นฟรีอีกด้วย



นอกจากนี้แล้วทาง M.T. RESORTยังจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวที่เข้าพักภายในรีสอร์ทได้ท่องเที่ยวด้วยความสนุกสนานเช่นกิจกรรมวันเดียวเที่ยวสามเกาะซึ่งทางรีสอร์ทจะพานักท่องเที่ยวเดินทางไปดำน้ำชมปะการังกันที่เกาะละวะ เกาะมัตราและเกาะลังกาจิวซึ่งทั้งสามเกาะนี้ตั้งอยู่ในหมู่เกาะทะเลชุมพรพร้อมอาหารกลางวันและอุปกรณ์ดำน้ำครบครันในอัตราค่าบริการจำนวน 5 คนขึ้นไปคนละ 700 บาทแต่ถ้าเดินทางมาแค่ 2 คนๆละ 1,000 บาท นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมตกหมึกในยามค่ำคืนราคาค่าบริการคนละ 500บาท กิจกรรมนั่งรถเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ศาลกรมหลวงชุมพร หาดทรายรี หาดภราดรภาพ สระยักษ์ ฯลฯค่าบริการคนละ 1200 บาทถ้าผู้ใช้บริการมีจำนวนมากราคาสามารถต่อรองลดหย่อนกันได้ท่านผู้อ่านท่านใดที่สนใจติดต่อของทราบรายละเอียดได้ที่M.T. RESORT เลขที่ 13หมู่3 อ่าวทุ่งมะขามน้อย ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองจังหวัดชุมพร86120 โทรศัพท์ 077 558 152-3,089 536 6808 หรือที่ http://www.mtresort-chumphon.com/ e-mail :
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
หลังจากที่ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยสนทนากับคุณชายอยู่สักครู่ใหญ่จากนั้นคุณชายก็เอ่ยปากชักชวนเราสองคนนั่งเรือหางยาวออกไปเที่ยวชมความยาวของหมู่เกาะทะเลชุมพรกันซึ่งในวันนี้อากาศปลอดโปร่งแจ่มใสเป็นใจให้ออกเดินทางท่องเที่ยวทางทะเลเป็นอย่างยิ่งเราสองคนตอบตกลงในทันทีหลังจากเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมเข้ากับบรรยากาศการท่องเที่ยวทางทะเลแล้วจากนั้นเรือหางยาวของM.T. RESORTก็หันหัวเรือมุ่งหน้าออกเดินทางจากอ่าวทุ่งมะขามน้อยออกสู่หมู่เกาะทะเลชุมพรในทันที

สำหรับเกาะแรกที่คุณชายจะพาเราสองคนเดินทางไปก็คือ เกาะละวะ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอ่าวทุ่งมะขามน้อยระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตรใช้เวลาในการเดินทางด้วยเรือหางยาวประมาณ 30นาที

เกาะละวะเป็นเกาะสัมปทานรังนกขนาดกลางตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรลักษณะของภูมิประเทศโดยรอบเกาะมีลักษณะเป็นโขดหินและหน้าผาหินสูงชันไม่มีแหล่งชุมชนและแหล่งน้ำจืดบนเกาะมีก็แต่กระท่อมของคนเฝ้ารังนกบนเกาะปลูกเรียงรายอยู่บนหน้าผาหินบนเกาะ



สำหรับหาดทรายบนเกาะละวะจะมีให้เห็นในช่วงเวลาน้ำทะเลลดลงมากๆเท่านั้นแต่ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะละวะนิยมมาดำน้ำชมปะการังที่เกาะละวะกันเป็นจำนวนมาก


เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยดอกไม้ทะเลสีสันสวยงามรวมทั้งปลาทะเลสีสันสวยงามเป็นจำนวนมากเช่นปลาการ์ตูน,ปลาลายเสือ,ปลานกแก้ว ฯลฯ



ในอดีตที่ผ่านมาก่อนเกิดพายุเกย์พัดผ่านมาในทะเลชุมพรเกาะละวะเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงในเรื่องความสวยงามของปะการังซึ่งมีให้ชมมากมายหลากหลายชนิดปัจจุบันปะการังเหล่านี้เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาใหม่เพิ่มความสดใสมีสีสันให้กับทะเลชุมพรเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังหมู่เกาะทะเลชุมพรจึงไม่ควรพลาดกับการมาดำน้ำชมปะการังความสวยงามของโลกใต้ทะเลชุมพรบริเวณโดยรอบเกาะละวะแห่งนี้ เราสองคนใช้เวลาเพลิดเพลินกับการดำน้ำชมความสวยงามของโลกใต้ทะเลรอบเกาะละวะอยู่สักครู่ใหญ่จากนั้นจึงออกเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่เกาะมัตราซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเกาะละวะไม่ไกลเท่าใดนัก เรือหางยาวพาเราเดินทางผ่านเกาะแรด เกาะหลักแรด

จนในที่สุดก็เดินทางมาถึงเกาะมัตรา สำหรับเกาะมัตราตั้งอยู่ในหมู่ที่1 ตำบลหาดทรายรีตั้งอยู่ห่างจากอ่าวทุ่งมะขามน้อยระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร


สำหรับเกาะมัตรามีชื่ออีกชื่อหนึ่งซึ่งชาวประมงในทะเลชุมพรเรียกกันว่า “เกาะตังกวย”เป็นเกาะที่อยู่ในความดูแลและรับผิคชอบของหมู่เกาะทะเลชุมพร บนเกาะมัตราไม่มีแหล่งชุมชนและหมู่บ้านชาวประมงอาศัยอยู่บนเกาะเพราะเป็นเขตอุทยานฯ



จุดเด่นของเกาะมัตราเป็นที่อาศัยของฝูงปูไก่จำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนฝูงปูไก่จะขึ้นมาหากินบนชายหาดเกาะมัตราแห่งนี้ปูไก่จะมีลักษณะโดดเด่นกว่าปูทะเลชนิดอื่นเพราะมีเสียงร้องคล้ายลูกเจี๊ยบเมื่อปูไก่โตเต็มทีจะมีขนาดเท่ากับมือที่นิ้วกางออกทั้งห้านิ้วจากก้ามหนึ่งไปอีกก้ามหนึ่ง ส่วนก้ามจะมีขนาดใหญ่เท่ากับหัวแม่เท้า


บนเกาะมัตราเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯเกาะมัตราซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานฯคอยเข้าเวรยามดูแลความเรียบร้อยอยู่บนเกาะนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบำรุงอุทยานฯคนละ10 บาทและบนเกาะมัตราแห่งนี้มีเฒ่าทะเลนามว่า “ลุงขาว”และภรรยาคอยให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นมาท่องเที่ยวบนเกาะมัตราโดยลุงขาวและภรรยาเปิดร้านขายอาหารให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย



ก้าวแรกที่เราสองคนเหยียบย่างขึ้นมาบนท่าเรือเกาะมัตราจะแลเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตสลับกับฝูงปลารากกล้วยว่ายวนเวียนกันเป็นกลุ่มใหญ่คล้ายเมฆฝนดำทะมึนอยู่บริเวณโดยรอบใต้สะพานไม้ของท่าเรือเกาะมัตรา


เราสองคนถึงกับตื่นเต้นในปริมาณอันมากมายมหาศาลของปลารากกล้วยฝูงนี้จากนั้นจึงเดินเท้าไปตามสะพานไม้ที่ทอดตัวยาวประมาณ 50 เมตรเข้าไปทักทายกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯพร้อมชำระค่าธรรมเนียมบำรุงอุทยานฯคนละ 10 บาทจากนั้นจึงเดินเท้าเข้าไปยังศาลาพักร้อนบริเวณชายหาดของเกาะมัตราซึ่งมีหาดทรายสีขาวสลับกับโขดหินความยาวประมาณ 60 เมตร


เราสองคนได้พบกับลุงขาวเฒ่าทะเลแห่งเกาะมัตราซึ่งกำลังหยอกล้ออยู่กับสุนัขคู่ใจสามตัวบริเวณชายหาดเกาะมัตรา


เราสองคนเดินเข้าไปทักทายกับลุงขาวทบทวนถึงความทรงจำในครั้งเก่าๆเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาที่ได้เคยซัดเซพเนจรมานอนหลบลมมรสุมกับลุงขาวบนเกาะมัตราแห่งนี้ซึ่งลุงขาวก็มีน้ำใจแบ่งปันที่นอนหลบแดดหลบลมแถมต้มหมึกต้มปูให้เราสองคนกินนระหว่างใช้ชีวิตอยู่บนเกาะมัตราแห่งนี้หลังจากทักทายปราศรัยกับลุงขาวพอหอมปากหอมคอแล้วจากนั้นลุงขาวก็เข้าครัวปรุงอาหารกลางวันมาให้เราสองคนกินกัน กั้งทอดกระเทียมพริกไทย ปลาทูต้ม ฯลฯซึ่งเราสองคนกินกันด้วยความเอร็ดอร่อย




พอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนประกอบกับลมทะเลพัดเย็นๆจนเกือบจะทำให้เราสองคนเกือบเข้าสู่ภวังค์แห่งการหลับใหล เสียงตะโกนเรียกเราสองคนจากคุณชายเจ้าของเรือให้เราสองคนเตรียมตัวออกเดินทางได้แล้ว จากนั้นเราสองคนจึงล่ำลาลุงขาวเฒ่าทะเลแห่งเกาะมัตราออกเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่เกาะลังกาจิวต่อไป


เรือหางยาวใช้เวลาเดินทางไม่นานนักก็เดินทางมาถึงเกาะลังกาจิวซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอ่าวทุ่งมะขามน้อยที่ตั้งของM.T. RESORTที่พักของเราระยะทางประมาณ 5 กม. ซึ่งถ้ามองมาจากอ่าวทุ่งมะขามน้อยจะสามารถมองเห็นเกาะลังกาจิวได้ในระยะไม่ไกลเท่าใดนัก



สำหรับเกาะลังกาจิวเป็นเกาะเล็กๆในทะเลชุมพรเป็นเกาะสัมปทานรังนกซึ่งแต่เดิมเป็นของบริษัทรังนกแหลมทองแต่ต่อมาถูกเปลี่ยนสัมปทานมาเป็นของบริษัทรังนกซีโฟร์บริเวณปากน้ำชุมพร เนื่องจากเป็นเกาะสัมปทานรังนกบนเกาะลังกาจิวจึงไม่มีบ้านเรือนผู้คนอาศัยอยู่บนเกาะนอกจากกระท่อมของคนเฝ้ารังนกของบริษัทซีโฟร์เท่านั้นซึ่ง


ในอดีตเมื่อประมาณ 5ปีที่ผ่านมาเกาะลังกาจิวไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาท่องเที่ยวบนเกาะนอกจากอนุญาตให้มาดำน้ำชมปะการังโดยรอบเกาะลังกาจิวเท่านั้น แต่ในปัจจุบันเกาะลังกาจิวได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปท่องเที่ยวบนเกาะได้แล้วแต่ต้องขออนุญาตจากคนเฝ้ารังนกเสียก่อนและอนุญาตให้เดินเที่ยวได้เฉพาะบริเวณชายหาดเท่านั้นห้ามเข้าไปเที่ยวในถ้ำอันเป็นที่อยู่ของนกนางแอ่น โดยเด็ดขาด


บริเวณด้านหน้าของเกาะทางด้านทิศตะวันตกมีหาดทรายขาวยาวประมาณ 100เมตรเม็ดทรายค่อนข้างหยาบแต่น้ำใสสะอาดราวมรกต และเหนือบริเวณหาดทรายขึ้นมาเป็นกระท่อมของคนเฝ้ารังนกถัดขึ้นมาอีกหน่อยเป็นศาลาพักร้อนและห้องสุขาไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

เกาะลังกาจิวเป็นเกาะหินปูนที่มีโตรกหินสูงชันเต็มไปด้วยโพรงถ้ำน้อยใหญ่มากมายซึ่งเป็นที่อยู่ของบรรดานกนางแอ่นมากมายหลายแสนตัว ตลอดจนค้างคาวสมุนของแบทแมน แต่จุดเด่นที่สำคัญทางประวัติศาตร์อย่างหนึ่งบนเกาะลังกาจิวนี้ก็คือลายฝีพระหัตถ์จารึก จปร และรศ จำหลักอยู่บนแผ่นหินบริเวณด้านหน้าปากทางเข้าถ้ำนกนางแอ่น


จึงเป็นที่สันนิษฐานกันว่าในอดีตเมื่อ100กว่าปีที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่5เคยเสด็จประพาสผ่านมายังเกาะลังกาจิวแห่งนี้เมื่อปี ร.ศ.108 นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นมาท่องเที่ยวบนเกาะลังกาจิวจะต้องเชื่อฟังคำแนะนำของคนเฝ้ารังนกโดยเคร่งครัดและจะต้องไม่เดินเข้าไปท่องเที่ยวในโพรงถ้ำอันเป็นที่อยู่ของนกนางแอ่นโดยเด็ดขาด เกาะลังกาจิวเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปท่องเที่ยวบนเกาะได้ตั้งแต่เวลา08.00-17.00 น. หลังจากนั้นจะไม่อนุญาตให้ขึ้นไปท่องเที่ยวบนเกาะโดยเด็ดขาดนอกจากนี้ในบางเดือนที่อยู่ในฤดูที่นกนางแอ่นกำลังทำรังหรืออยู่ในระหว่างการเก็บรังนกซึ่งในช่วงเวลานี้อาจจะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปท่องเที่ยวบนเกาะเพราะทำให้เจ้านกนางแอ่นตกใจกลัวทำให้กิดความเสียหายต่อผู้เช่าสัมปทานได้ บริเวณโดยรอบของเกาะลังกาจิวยังมีแนวปะการังและดอกไม้ทะเลสีสันสวยงามตลอดจนฝูงปลาทะเลมากมายหลากหลายชนิดอาทิเช่นปลานกแก้ว ปลาการ์ตูนและปลาลายเสือฯลฯ รูปปลาทะเล 4-5 รูป วันดีคืนดีอาจจะได้เห็นฝูงปลาโลมาว่ายวนเวียนหาอาหารอยู่บริเวณโดยรอบของเกาะลังกาจิวก็ได้ เราสองคนใช้เวลาเดินเที่ยวเล่นบนหาดทรายพร้อมนั่งรับลมทะเลเย็นๆบริเวณศาลาพักร้อนบนเกาะลังกาจิวอยู่สักครู่ใหญ่


จากนั้นจึงออกเดินทางต่อด้วยเรือหางยาวไปยังเกาะทองหลางซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอ่าวทุ่งมะขามน้อยระยะทางประมาณ 2 กม.และระหว่างเดินทางสู่เกาะทองหลางเราสองคนเดินทางผ่านเกาะแรด และเกาะหลักแรดหาที่หลบแดดนั่งตกหมึกกับคุณชายรอบเกาะแรดเป็นที่สนุกสนานจนสมควรแก่เวลา



จากนั้นจึงออกเดินทางมุ่งหน้าต่อไปยังเกาะทองหลางสำหรับเกาะทองหลางเป็นอีกเกาะหนึ่งที่อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะทะเลชุมพร

บนเกาะทองหลางไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะไม่มีนกนางแอ่นมาทำหลังอยู่บนเกาะจึงไม่เป็นเกาะสัมปทานรังนกเหมือนเกาะลังกาจิวบริเวณด้านหน้าของเกาะทองหลางที่อยู่ตรงข้ามกับอ่าวทุ่งมะขามน้อยมีแนวหาดทรายขาวยาวประมาณ100เมตรบนชายหาดร่มรื่นไปด้วยพืชพันธุ์ไม้นานาชนิดบรรยากาศเหมาะสำหรับตั้งเต็นท์พักแรมแบบแค้มปิ้งบนเกาะแต่มีข้อเสียตรงที่ว่าไม่มีแหล่งน้ำจืดนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาตั้งเต็นท์พักแรมแบบแค้มปิ้งจึงจะต้องเตรียมน้ำและเสบียงอาหารมาเองเพราะบนเกาะทองหลางไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆทั้งสิ้น



เราสองคนลงไปเดินเล่นบริเวณหาดทรายของเกาะทองหลางจนสมควรแก่เวลาจากนั้นจึงออกเดินทางกลับมายังอ่าวทุ่งมะขามน้อยเมื่อเวลาแดดลมลมตก



จากนั้นจึงมานั่งตกปลาพักผ่อนหย่อนใจกันที่หาดทรายอ่าวทุ่งมะขามน้อยเสียงวูดจากเรือเร็วลมพระยาเข้าเทียบท่าเรือบรรดานักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากเกาะเต่า พะงันและสมุยต่างขนสัมภาระขึ้นจากเรือหน้าเมืองจากนั้นจึงเดินเท้าตามสะพานไม้มาขึ้นรถโดยสารเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ



หลังดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้วเราสองคนกลับเข้าสู่ห้องพักจัดการอาบน้ำชำระล้างคราบเกลือที่เกาะติดตัวมาตลอดทั้งวันจนสบายเนื้อสบายตัว


จากนั้นจึงออกมานั่งรับประทานอาหารค่ำบริเวณห้องอาหารของM.T. RESORTที่ตั้งอยู่ติดกับชายหาดอ่าวทุ่งมะขามน้อยพร้อมชมความสวยงามของทะเลชุมพรในยามค่ำคืนซึ่งในท้องทะเลเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับจากเรือไดหมึกที่ลอยลำอยู่กลางทะเลเราสองคนนั่งชมความสวยงามยามค่ำคืน จนสมควรแก่เวลาได้เวลานอนหลับพักผ่อนกันแล้วครับขอกล่าวคำว่าราตรีสวัสดิ์แต่เพียงเท่านี้ครับ....



พรุ่งนี้เราสองคนจะพาท่านผู้อ่านขับรถเดินทางท่องเที่ยวเลียบชายหาดทะเลชุมพรที่นักท่องเที่ยวหลายคนชมกันนักกันหนาว่าสวยงามเหลือเกินกันครับ.....
หน้าต่อไป
|