|
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ-น่าน เช้าตรู่ของต้นเดือนตุลาคมทีมงาน www.idotravellers.com สองชีวิตเริ่มต้นออกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่อำเภอทุ่งช้างในจังหวัดน่าน สำหรับจุดหมายปลายทางของการเดินทางของเราสองคนในครั้งนี้ก็คือแขวงไซยะบูลีและแขวงเชียงขวางใน สปป.ลาว

จากกรุงเทพฯ เราสองคนขับรถยนต์ไปตามทางหลวงหมายเลข 32 จนมาถึง จ.นครสวรรค์ จากนั้นเราสองคนเปลี่ยนมาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข117 เราขับรถเรื่อยมาจนถึงจ.พิษณุโลก

แล้วกลับมาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข11 ผ่านสี่แยกอินโดจีน เลี้ยวซ้ายผ่านจ.อุตรดิตถ์ จ.แพร่ แล้วตรงเข้าสู่อำเภอเมือง จ.น่าน ระยะทาง 668 กิโลเมตร


เราสองคนใช้เวลาขับรถประมาณ 10 ชั่วโมงก็เดินทางมาถึงยังจังหวัดน่าน แต่ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่ยังตัวเมืองน่านเราสองคนแวะกราบนมัสการพระธาตุแช่แห้งโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ถือกันว่าเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองน่าน ซึ่งมีประวัติเล่าสืบต่อกันมาดังนี้ครับ

พระธาตุแช่แห้งประดิษฐาน อยู่บริเวณหมู่ที่ 3 บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตี๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน องค์พระธาตุสีทองสุกปลั่ง ตั้งอยู่บนเนินเขาลูกเตี้ยๆ สามารถมองเห็นได้แต่ไกล

สำหรับวัดพระธาตุแช่แห้งเดิมเป็นวัดราษฎร์ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านเพียงข้ามสะพานแม่น้ำน่านไปตามเส้นทางสายน่าน-แม่จริม ออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ชาวล้านนาเชื่อว่าหากคนปีเถาะได้มีโอกาสมานมัสการพระธาตุแช่แห้งแล้วล่ะก็จะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง

พระธาตุแช่แห้ง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญมีอายุกว่า 600 ปี พญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้อัญเชิญมาจากกรุงสุโขทัย
 องค์พระธาตุมีความสูง 55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างด้านละ22.5 เมตร บุด้วยทองเหลืองปิดทองคำเปลวทั้งองค์


บริเวณวัดประกอบไปด้วย วิหารพระนอน วิหารหลวง เจดีย์พระธาตุ เล่าประวัติพระธาตุแช่แห้งให้ฟังพอสังเขปก็แล้วกันน่ะครับ เพราะถ้าเล่าประวัติให้ท่านผู้อ่านฟังละเอียดแล้วล่ะก็เกรงว่าท่านผู้อ่านจะเบื่อเราสองคนเสียก่อน

จากพระธาตุแช่แห้งในอำเภอภูเพียงเราสองคนขับรถเข้ามาในตัวเมืองน่านผ่านวัดภูมินทร์ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่าน เดินทางมุ่งหน้าสู่อำเภอทุ่งช้างระยะทาง 90 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ผ่านท้องไร่ท้องนาอันเขียวชะอุ่มและในที่สุดเราสองคนก็ขับรถก็เดินทางมาถึงยังอำเภอทุ่งช้างในยามแดดร่มลมตก
 หลังจากแวะเติมน้ำมันในอำเภอทุ่งช้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงออกเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่อำเภอเฉลิมพระเกียรติอันเป็นที่ตั้งของด่านห้วยโกร๋นชายแดนไทย-ลาวระยะทางห่างจากอำเภอทุ่งช้างประมาณ 50 กิโลเมตร เราสองคนเดินทางมาถึงบ้านห้วยโกร๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติในยามพลบค่ำ อันเป็นช่วงเวลาที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองห้วยโกร๋นได้ปิดทำการแล้ว เราสองคนตระเวนขับรถหาที่พักในบ้านห้วยโกร๋นจนในที่สุดก็เข้าพักค้างแรมกันที่ไร่ยศณรงค์รีสอร์ท ตั้งอยู่ในบ้านห้วยโกร๋นห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองห้วยโกร๋นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

สำหรับไร่ยศณรงค์รีสอร์ทเป็นของพันตำรวจโท สุจินต์ ยศณรงค์ ตำรวจตระเวนชายแดนในอำเภอเฉลิมพระเกียรติมีบ้านพักจำนวน 4 หลัง พักได้หลังละ 2 คน พร้อมแอร์และน้ำอุ่นราคา600-800 บาท บริเวณบ้านพักตั้งอยู่ในสวนผลไม้มีภูเขาโอบล้อมอยู่โดยรอบ ในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม อุณหภูมิอยู่ในช่วงระหว่าง 5-10 องศาเซสเซียส เท่านั้น

หลังจากติดต่อบ้านพักหาที่ซุกหัวนอนในคืนนี้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเราสองคนก็ออกมาหาอาหารค่ำรับประทานกันในหมู่บ้านห้วยโกร๋นซึ่งก็มีร้านอาหารเล็กๆให้เราทั้งสองคนได้ใช้บริการฝากท้องกันในคืนนี้ หลังจากรับประทานอาหารค่ำกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงเดินทางกลับมายังบ้านพักเพื่อพักผ่อนเก็บเรี่ยวแรงเอาไว้เดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น
หน้าต่อไป
|