|
www.idotravellers.com ฉบับนี้เราขออาสาพาท่านผู้อ่านเดินทางท่องเที่ยวย้อนอดีตโดยทางรถไฟลงใต้ไปเที่ยวยังรัฐปีนังในประเทศมาเลเซียกันครับ หลายคนคงจะสงสัยว่าทำไมพวกเราจึงไม่นั่งสายการบิน lowcost ราคาถูกและประหยัดเวลาไปเที่ยวยังรัฐปีนัง กลับมานั่งรถไฟที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางถึง 24 ชั่วโมง กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางลูกเต้าโตเป็นหนุ่มสาวกันพอดี สาเหตุที่เราเลือกเดินทางโดยทางรถไฟก็เพราะว่าต้องการที่จะศึกษาเส้นทางรถไฟสายนี้ เพราะตั้งแต่เราสองคนเริ่มอาชีพผลิตสารคดีการท่องเที่ยวมานานกว่า 20 ปี เดินทางมาทั่วประเทศไทยทั้งทางบกและทางอากาศ นั่งรถไฟมาตั้งแต่เหนือจดใต้ ตะวันออกสู่ตะวันตก แต่ก็ยังไม่เคยได้นั่งขบวนรถไฟสาย กรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ธ เดินทางข้ามประเทศไปท่องเที่ยวยังรัฐปีนังประเทศมาเลเซียเลย การเดินทางครั้งนี้แหล่ะครับจึงเป็นการนั่งรถไฟข้ามประเทศครั้งแรกในชีวิตของเราทั้งสองคน สำหรับการเดินทางขบวนรถไฟสาย กรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ธ ครั้งนี้จะเป็นอย่างไรรัฐปีนังในประเทศมาเลเซียจะมีอะไรที่น่าสนใจและน่าเดินทางท่องเที่ยวขนาดไหนติดตามทีมงาน www.Idotravellers.com มาได้เลยครับ
วันแรกของการเดินทาง สถานีรถไฟหัวลำโพง เราสองคนเดินทางมาถึงยังสถานีรถไฟหัวลำโพงเมื่อเวลา 13.00 น.

ประชาชนที่ใช้บริการของการรถไฟเดินไปมากันขวักไขว่ บางคนก็นั่งรอเวลารถไฟออกจากสถานีหัวลำโพง

ผมและน้องช่างภาพสองคนเดินแบกสัมภาระมาทางเข้าชานชลาบริเวณช่องทางทางออกหมายเลข 5 ซึ่งมีป้ายแสดงไว้ว่าขบวนรถด่วนพิเศษ 35 กรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ธ ออกเวลา14.45 น.

เราสองคนเดินเท้าไปตามชานชลาจนถึงโบกี้ที่ 3 จัดแจงขนสัมภาระขึ้นบนรถไฟซึ่งเป็นรถไฟตู้นอนชั้น2 จากนั้นจึงเลือกหาที่นั่งตามที่ระบุไว้ในตั๋วโดยสารได้เลขที่นั่งหมายเลข 21 และ 22 ซึ่งอยู่ตรงกลางของตู้รถไฟตู้นี้พอดี สาเหตุที่เราเลือกตู้นอนหมายเลข 21-22 ก็เพราะว่าบริเวณด้านข้างของที่นั่งมีปลั๊กไฟไว้เสียบแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือและแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปไว้ให้บริการแก่ผู้โดยสารที่เดินทางกับขบวนรถไฟสายนี้ และถ้าท่านผู้อ่านเลือกที่นั่งได้ควรหลีกเลี่ยงที่นั่งหมายเลข30 กว่าๆขึ้นไปเพราะเป็นที่นั่งใกล้กับประตูสามารถเลื่อนเปิด-ปิดเองโดยอัตโนมัติผู้โดยสารมักเดินเข้า-ออกไปห้องน้ำกันทั้งคืน จะทำให้ท่านผู้อ่านนอนสะดุ้งตื่นตลอดทั้งคืนเหมือนกัน สาเหตุเพราะประตูจะเลื่อนปิด-เปิดตลอดทั้งคืนแถมบางครั้งประตูเลื่อนอัตโนมัติในบางโบกี้อาจจะชำรุดประตูเปิดค้างเอาไว้จากนั้นเสียงล้อรถไฟบดไปกับรางจะดังลั่นรบกวนการนอนของท่านตลอดทั้งคืน ท่านผู้อ่านที่เลือกใช้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทยโดยเฉพาะตู้นอนชั้น 2 ผมของแนะนำให้เลือกที่นั่งหมายเลขประมาณ 20-26 ซึ่งอยู่ตรงกลางของโบกี้ดีกว่าน่ะครับจะได้นอนหลับสนิทตลอดทั้งคืน

สำหรับราคาค่าโดยสารขบวนรถด่วนพิเศษ 35 กรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ธ ตู้นอนชั้น2 เตียงบน ราคา 1,120 บาท เตียงล่างราคา 1,210 บาท ต่างกันเพียง 100 บาท สำหรับข้อแตกต่างระหว่างเตียงบนกับเตียงล่างก็คือเตียงล่างจะกว้างกว่าเตียงบนครับและที่สำคัญนอนเตียงล่างไม่ต้องปีนบันไดขึ้นไปยังเตียงบนดังนั้นเตียงล่างจึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่จะต้องลุกเดินไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆกลางดึก ส่วนท่านผู้อ่านบางคนบอกว่าเป็นคนนอนดิ้นชอบนอนพลิกตัวไปมาดังนั้นนอนเตียงบนแล้วกลัวตกลงมาข้างล่าง ผมขอรับรองครับว่าไม่ตกลงมา 100 เปอร์เซนต์ เพราะเตียงบนทางการรถไฟได้ทำสายพานหนังสองเส้นหัวท้ายป้องกันผู้โดยสารนอนกลิ้งตกลงมาไว้แล้วครับจึงรับรองในเรื่องความปลอดภัยในการนอนเตียงบนของผู้โดยสาร ถ้าผู้โดยสารท่านใดนอนเตียงบนแล้วกลิ้งตกลงมาข้างล่างดวงของผู้โดยสารท่านนั้นคงจะซวยสุดขีดเพราะตั้งแต่การรถไฟเปิดให้บริการรถไฟตู้นอนมายังไม่เคยมีปัญหาผู้โดยสารนอนตกลงมาสักคนเดียว ถ้าเป็นรถไฟตกรางผู้โดยสารบาดเจ็บแขนขาหักหัวร้างข้างแตกนั้นก็ไม่แน่ครับ สำหรับรายละเอียดตารางการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.railway.co.th น่ะครับ

จากนั้นเวลา 14.45 น.ขบวนรถด่วนพิเศษ 35 กรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ธก็พาเราสองคนมุ่งหน้าลงใต้จุดหมายปลายทางก็คือสถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธในรัฐเคดาห์ประเทศมาเลเซีย ขบวนรถไฟพาเราสองคนเดินทางมาถึงสถานีรถไฟบ้านโป่งจังหวัดราชบุรีในยามแดดร่มลมตก เราหาซื้ออาหารเย็นรับประทานจากแม่ค้าที่นำอาหารขึ้นมาเร่ขายบนขบวนรถไฟก๋วยเตี๋ยวหมูแห้งรสเลิศกล่องละสิบบาท สองกล่องต่อคนก็เพียงพอแล้วสำหรับเราสองคนในมื้อค่ำนี้

เราสองคนนั่งชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่ขบวนรถไฟแล่นผ่านจนเข้าสู่เขตอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อเวลา 21.00 น. ได้เวลานอนหลับพักผ่อนกันแล้วครับ ผมเรียกพนักงานประจำตู้รถไฟมาจัดการปูที่นอนให้เราสองคน ผ้าปูที่นอนขาวสะอาดดีแท้ส่วนที่นอนก็นุ่มน่านอน

หลังจากปฏิบัติภาระกิจส่วนตัวเสร็จสรรพเราสองคนก็ล้มตัวลงนอนฟังเสียงล้อรถไฟบดไปบนราง ฟังเสียงคล้ายดนตรีมโหรีวงใหญ่บรรเลงให้เราฟังจนเผลอหลับไปในที่สุด ราตรีสวัสดิ์ครับ
หน้าต่อไป
|