สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวายในประเทศ(สทน.) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวทหารบก จัดโครงการสัมมนาสื่อมวลชนสัญจร “ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร ท.3 ระหว่างวันที่ 13-15 มกราคม 2554



สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวายในประเทศ(สทน.) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบก (สง.ทท.ทบ.)จัด โครงการสัมมนาสื่อมวลชนสัญจร “ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร ท.3 เส้นทาง พล.ม1 เขาค้อ ท 3.พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 13-15 มกราคม 2554 โดยการเดินทางครั้งนี้นำโดย พล.ต.มนต์ชัย จิตรแสวง ผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวทหารบก พล.ต.ปวริศ แจ่มสว่าง รองผู้อำนวยการ สำนักงานท่องเที่ยวทหารบก พล.ต.พิจิตร ขจรกล่ำ ที่ปรึกษาสำนักงานท่องเที่ยวทหารบก พ.อ.ธนัทร วรารักษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานทหารบก



พร้อมด้วย พ.อ.บุญส่ง มะลิวัลย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวทหารบก พ.อ.หญิง ชลธิชา สงวนวงษ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานท่องเที่ยวทหารบก พ.อ.หญิง เอื้ออารีย์ อนุชาชาติ เจ้าหน้าที่สำนักงานท่องเที่ยวทหารบก จ.ส.อ.ยุทธูมิ ณ พึ่งบุญ เจ้าหน้าที่สำนักงานท่องเที่ยวทหารบก ส.อ.ขวัญชัย เสือคำ เจ้าหน้าที่สำนักงานท่องเที่ยวทหารบก



นอกจากนี้ยังมีนายทหารจากหน่วย ท.1 ซึ่งประกอบไปด้วย พ.ท.พิพัฒน์ วัฒนพันธ์ ประจำ จทบ.ก.จ. พ.ท. กิตติพ เธียรศิริวงษ์ หน.ชปส.กร.กกล. พล.ร.9 ,พ.ต.ไพโรจน์ เชื้เอสมุทร ผช.ฝอ.5 จทบ.ร.บ. ,พ.ต.ปราโมทย์ เจริญเชื้อ น.ประชาสัมพันธ์ พล.พัฒนา 1

หน่วย ท.2 มี พ.อ.ยรรยง แสงฮาด ผบ.สย.บชร.2 ท.2 ,พ.ท.ยุทธูมิ สมบูรณ์ ผช.ผู้จัดการ.ศูนย์ ท.2 พ.ท.หญิง ศศิธร สมบัติสวัสดิ์ ชรก.ท.2 , พ.ต.ถวัลย์ชัย คำพิทักษ์ ชรก.ป3 ,
หน่วย ทบ.ส่วนกลาง มี พ.อ.อิศเรศ พุ่มมาก รอง ผอ.กกร.นศส. ,พ.อ.เกษมสันต์ ปัทมานนท์ ผอ.สง.ทท.รร.จปร.,พ.ต.ชัยณรงค์ นาคา นายทหารกิจการพลเรือน นปอ., พ.อ.อานนท์ เพ็ชรคำ หน.ผกร.กยข.ศร. ,พ.อ.พัฒนพงษ์ สุาพคำ ผอ.สง.ทท.ศม.พ.อ. สิทธิพันธ์ แก้วมะเริง ผอ.สง.ทท.ศป.,พ.อ.อนุสิทธิ์ เวนานนท์ ประจำ พธ.ทบ.,พ.ต.ไชยา อำพันทอง น.ประชาสัมพันธ์ พล.ช. ,ร.ต.ชำนาญ บุญเกิด บรรณารักษ์ สพ.ทบ.,พ.ท.อนุวัตร เก็บรักษา น.ยุทธการและการฝึก กส.ทบ., พ.ท.พีรยุทธ์ เศวตเศรณี ฝอ.3ส.1พัน.101 สส.



ส่วนสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวายในประเทศ นำโดยนางสาวมัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายก สทน. นายสนั่น เจริญวงษา กรรมการสมาคมฯ นายสุรศักดิ์ ผลมะเฟือง ที่ปรึกษาสมาคมฯ นางสาว พิมลพัชร์ สุวรรณพินิศ กรรมการกลาง นายสุรพล พิทักษ์ลิ้มสกุล กรรมการกลาง นายูริวัจน์ ลื้มถาวรรัตน์ กรรมการกลาง นางสาว ธารนัทร เนตรกิจเจริญ กรรมการกลางพร้อมด้วยสมาชิกสมาคมและสื่อมวลชนรวม 33 ชีวิต ร่วมเดินทางไปสัมนาและสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร โดย
ารกิจในวันแรกของการเดินทาง เริ่มกันจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ พล.ม 1 ค่ายพ่อขุนผาเมือง เพื่อฟังบรรยายสุดถึงารกิจของ พล.ม.1 และเยี่ยมชมบ้านพักทหารม้า หอสมุดนานาชาติ พระตำหนักเขาค้อ



ครั้งหนึ่ง “เขาค้อ” แห่ง จ.เพชรบูรณ์ เคยเป็นพื้นที่สีแดงที่คุกรุ่นไปด้วยควันไฟของการสู้รบจากผู้ที่มีแนวคิดทาง การเมืองที่แตกต่างกัน (ช่วง พ.ศ. 2511-2525 ) ซึ่งในยุคนั้นเขาค้อถือเป็นดินแดนต้องห้ามที่คนทั่วไปไม่ควรย่างกรายเข้าไปด้วยประการทั้งปวง



ครั้นเมื่อเวลาผันผ่าน ความขัดแย้งต่างๆยุติลง เขาค้อได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นและสวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ สำหรับในช่วงหน้าฝนเทือกเขาน้อยใหญ่บนเขาค้อจะมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไปสวยงามจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย” เพราะว่า “เขาค้อ”ที่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาเพชรบูรณ์นั้น ประกอบไปด้วยขุนเขาน้อย-ใหญ่มากมาย และยังตั้งอยู่บนพื้นที่ ที่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร(ยอดเขาค้อมียอดสูงสุด 1,174 เมตร) อากาศบนเขาค้อจึงเย็นสบายตลอดปี หน้าร้อนก็ไม่ร้อน หน้าฝนอากาศเย็นไปจนถึงหนาวในคืนที่ฝนตก ส่วนหน้าหนาวอากาศหนาวอุณหูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ในพื้นที่ อ.เขาค้อ ยังมีโรงแรม รีสอร์ตในหลายระดับหลายราคาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการ ทำให้ช่วงหน้าหนาวทุกปีเขาค้อจะมากไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสัมผัสไอ หมอก หยอกสายลมหนาว



แต่ว่าพอถึงช่วงหน้าฝน เขาค้อกลับตกอยู่ในบรรยากาศที่เงียบเหงา เพราะว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างคิดว่าเขาค้อยามน่าฝนนั้นไม่น่าเที่ยว ด้วยประการทั้งปวง ในอดีตนักท่องเที่ยวส่วนมากไม่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเขาค้อในช่วงฤดูฝน แต่มาในช่วง 2-3 ปีหลังที่ได้มีโอกาสขึ้นมาท่องเที่ยวบนเขาค้อในช่วงฤดูฝนหลายครั้ง ทำให้มีความรู้สึกว่าเขาค้อยามหน้าฝนนี้มีความสวยงามอยู่ไม่น้อย เพราะในช่วงฤดูฝนเขาค้อจะดูเขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำ ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนลดหลั่นกันไปปานประหนึ่งทะเลูเขา ซึ่งมองดูแล้วสวยงามตระการตาเป็นยิ่งนัก
และเมื่อพูดถึงฟ้าหลังฝนบนเขาค้อแล้ว หากจะไม่พูดถึงทะเลหมอกยามหน้าฝนบนเขาค้อก็ดูจะกระไรอยู่ เพราะทะเลหมอกบนเขาค้อแห่งนี้ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งบนเขาค้อ โดยทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนจะแตกต่างออกไปจากทะเลหมอกยามเช้าในฤดูหนาว



สำหรับ จุดชมวิวทะเลหมอกหน้าหนาวบนเขาค้อจะมีอยู่หลายจุดด้วยกัน แต่ว่าจุดที่ถือว่าเป็นไฮไลท์นั้นอยู่ที่ ริมเขาในพื้นที่อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ซึ่งในยามเช้าจนถึงสายของวันที่ฝนไม่ตกหนักเมื่อมองลงไปด้านหนึ่งจะเห็นทะเล ูเขาที่อบอวลไปด้วยหมอกฝนลอยอ้อยอิ่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งก็จะเห็นสายหมอกลอยพลิ้ว ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นตัวอำเอเขาค้อมองเห็นอยู่ลิบๆ ชัดบ้างไม่ชัดบ้างขึ้นอยู่กับสาพอากาศในวันนั้นๆ

และไหนๆเมื่อมาถึงยัง “อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ” หากจะมาแค่ชมวิวมันก็ดูจะกระไรอยู่ เพราะที่นี่ยังมีของดีให้ชมอีกไม่ว่าจะเป็น อนุสรณ์ฯผู้เสียสละ ที่โดดเด่นไปด้วยแท่งหินอ่อนรูปทรงสามเหลี่ยมที่ตั้งสูงตระหง่าน



ซึ่งรูปทรงสามเหลี่ยมนั้น หมายถึง การปฏิบัติการร่วมกัน ระหว่าง พลเรือน ตำรวจ ทหาร ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย โดยอนุสรณ์ฯแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของผู้พลีชีพเหล่านั้น ส่วนบริเวณด้านข้างของอนุสรณ์ฯ ก็จะเป็นฐานจำลองการสู้รบ(จุดชมวิวอยู่ในบริเวณนี้) ที่เป็นเนินเตี้ยๆ มีหลุมหลบัย มีกระสอบทรายบังเกอร์ ซึ่งในอดีตที่แห่งนี้เป็นฐานแห่งแรกที่ทหารไทยยึดคืนมาได้จากการสู้รบกับ พคท. สำหรับสิ่งน่าสนใจน่าเที่ยวชมในเขาค้อยังไม่หมดเท่านี้ เพราะในพื้นที่นี้ยังมีจุดน่าเที่ยวอีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น



พิพิธัณฑ์อาวุธ(ฐานอิทธิ)ตั้งอยู่บริเวณฐานอิทธิ บ้านสิมารักษ์ ต.ทุ่งเสมอ ซึ่งเป็นพิพิธัณฑ์อาวุธ จัดแสดงปืนใหญ่ ซากรถถัง และอาวุธที่เคยใช้สู้รบบนเขาค้อ(เปิดทุกวัน 07.00 – 17.00 น.ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท)
พระตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บนเขาย่า ต.สะเดาะพง เป็นอาคารชั้นเดียวติดต่อกัน เป็นรูปครึ่งวงกลม 15 ห้อง (เปิดทุกวัน 06.00-18.00 น. ต้องแต่งกายสุาพ และชมได้เฉพาะายนอกพระตำหนัก)



พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาิเษก ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาค้อ ายในยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ซึ่งชาวเพชรบูรณ์ร่วมใจกันสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ 50 ปี เช่นเดียวกับ เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ



สำหรับค่ายทหารที่เปิดบริการให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวทางาคเหนือนั้น มี "ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ" ตั้งอยู่ที่กองพลพัฒนาที่ 3 เมือง 2 แคว จังหวัดพิษณุโลก ที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจได้ายในค่าย



โดยายในค่ายฯ ได้จัดทำโครงการ "สวนสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ" ขึ้นมาบริเวณอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีการปรับทัศนียาพรอบๆ อ่างเก็บน้ำให้มีความร่มรื่น สวยงาม จัดเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี ซึ่งายในสวนสมเด็จฯ แห่งนี้ ทางค่ายทหารจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการตามความชอบใจ

ซึ่งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่นี้ นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นน้ำได้ โดยจะมีเสื้อชูชีพให้บริการ รวมไปถึงยังมีบริการเรือพาย หรือว่าจะปั่นจักรยานน้ำ เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศอันรื่นรมย์ แต่หากผู้ที่อยากจะทอดสอบฝีมือกับเกมส์กีฬาตกปลาก็มีบริการให้เช่าคันเบ็ดตก ปลา และหากผู้ที่ชอบความท้าทายที่นี่มีหอกระโดดสูงให้ได้วัดใจกัน โดยจะเป็นการโดดจากหอสูงลงมาสู่อ่างเก็บน้ำ



ส่วนถ้าใครอยากจะออกกำลังกายเรียกเหงื่อเพื่อสุขาพ ก็มีเส้นทางลาดยางรอบอ่างเก็บน้ำ ระยะทางกว่า 2 กม. ให้ได้เดิน-วิ่งออกกำลังกาย หรือจะปั่นจักรยานออกกำลังขาชมวิวรอบอ่างเก็บน้ำ



ไปดูสัตว์นานาชนิด ทั้ง ลิง กระต่าย นกยูง ไก่แจ้ที่ทางค่ายเลี้ยงไว้ และก็ยังมีสนามวอลเล่ย์บอลชายหาดให้ได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน รวมไปถึงช่วงเย็นๆ เวลา 17.30-18.30 น. ของทุกวันจันทร์-วันศุกร์ จะมีการเต้นแอโรบิคเพื่อสุขาพ



นอกจากกิจกรรมต่างๆ ที่มีให้เลือกใช้บริการแล้ว ที่นี่ยังมีบริการบ้านพักตากอากาศจำนวน 8 หลัง ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาใช้พักผ่อน รวมไปถึงมีห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง และร้านอาหารไว้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยวทุกคน แล้วหากเมื่อมาายในค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแล้ว ก็อย่าลืมแวะไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ตั้งอยู่ายในค่ายฯ ด้วยเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองน่ะครับ

พิพิธัณฑ์ ทหารกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช



ก่อตั้งขึ้นโดยกองพลทหารราบที่ 4 จังหวัดพิษณุโลก ใช้อาคารทำการซึ่งเดิมเป็นศาลทหารที่ใช้ตัดสินความายในค่ายสมเด็จพระนเรศวร มหาราช



และต่อมาเมื่อมีการต่อสู้กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่เขตาคเหนือและาค ตะวันออกเฉียงเหนือ อาคารแห่งนี้จึงปรับเปลี่ยนเป็นอาคารห้องอบรมทหารเพื่อปฏิบัติการกวาดล้าง ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นพิพิธัณฑสถาน โดยรวบรวมอนุรักษ์และจัดแสดงวัตถุที่เกี่ยวกับทหาร และเอกสารประวัติศาสตร์ของกองพลทหารราบที่ 4 ลักษณะอาคารพิพิธัณฑ์เป็นอาคารสถาปัตยกรรมร่วมสมัยชั้นเดียว



จัดแสดงาพถ่ายเหตุการณ์ต่างๆ ปืนใหญ่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมทั้งอาวุธของฝ่ายตรงข้ามที่ยึดได้ กระสุนปืนชนิดต่างๆ เสื้อผ้าและเครื่องแบบของทหารฝ่ายตรงข้าม เครื่องสนามของกองทัพบกไทย



ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000 เปิดเฉพาะวันพุธ 08.30-16.00 น. โทรศัพท์ 0-5524-5070, 0-05524-2024 ไม่เก็บค่าเข้าชมครับ





 
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา