|
กระทรวงท่องเที่ยวฯผนึกชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวจัดโครงการตามรอยพระบาทยาตรา 84 พรรษาสู่เพชรบูรณ์สุดยิ่งใหญ่
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมมือชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติสุดยิ่งใหญ่ เปิดตัวเส้นทางแรก“ตามรอยพระบาทยาตรา 84 พรรษา สู่เมืองเพชรบูรณ์” ก่อนขยายสู่เส้นทางอื่นๆ พร้อมเชิญชวนท่องเที่ยวตามโครงการพระราชดำริทั่วไทย

นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงในปี 2554 นี้ นับเป็นปีมหามงคลพิเศษยิ่งที่ปวงชนทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมแสดงความกตัญญูกตเวที น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักักดีถวายเป็นราชสักการะ ดังนั้นจากการที่ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวได้จัดโครงการ “ตามรอยพระบาทยาตรา 84 พรรษา กับ ช.ส.ท.” สู่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อเผยแพร่โครงการพระราชดำริในจังหวัดเพชรบูรณ์ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง รวมถึงผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงได้สนับสนุนกิจกรรมนี้ของชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

สำหรับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปี 2554 นี้ ได้มีการสนับสนุนกลุ่มท่องเที่ยวที่มีศักยาพของประเทศไทย หรือThailand Tourism Cluster จำนวน 8 กลุ่ม โดยแบ่งเป็น 1.กลุ่มอารยธรรมล้านนา 2.กลุ่มท่องเที่ยวมรดกโลก 3.กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมอีสาน 4.กลุ่มท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำโขง 5.กลุ่มท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำาคกลาง 6.กลุ่มท่องเที่ยวActive Beach 7.กลุ่มท่องเที่ยวRoyal Coast 8.กลุ่มท่องเที่ยวมหัศจรรย์สองสมุทร

ขณะที่โครงการพระราชดำริต่างๆมีอยู่ทั่วประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งอยู่ใน 8 คลัสเตอร์นี้ โครงการพระราชดำริต่างๆจึงถือเป็นโครงการที่มีศักยาพและมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก ทั้งยังช่วยสร้างสรรค์รายได้ให้กับชุมชน ท้องถิ่น ประชาชน และประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนด้วย “ ผมขอชื่นชมในการดำเนินงานของชมรม ฯ ที่สามารถรวมกลุ่มสื่อมวลชนที่มีบทบาทในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางการท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอมาตลอดระยะเวลายาวนานถึง 27 ปี และได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณประโยชน์ต่อวงการท่องเที่ยวมาโดยตลอด”นายสมบัติกล่าว

นางวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวหรือช.ส.ท. กล่าวว่า ช.ส.ท.ยึดมั่นในการทำงานด้วยอุดมการณ์ที่จะร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่ การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้พัฒนาเจริญรุ่งเรืองเป็นหนึ่งเดียวในูมิาคนี้ที่โดดเด่นและมีคุณค่าเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สำหรับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ล้วนเป็นโครงการที่มีคุณค่ามีประโยชน์แก่พี่น้องปวงชนชาวไทยทั้งโดยตรงและโดยอ้อม สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนนอกจากเป็นโครงการเพื่อพัฒนาคุณาพชีวิตของพี่น้องปวงชนชาวไทยในลักษณะต่าง ๆ แล้ว โครงการพระราชดำริยังนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศด้วย ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวจึงมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะประชาสัมพันธ์โครงการพระราชดำริ ดังนั้นจึงได้จัดโครงการ’“ตามรอยพระบาทยาตรา 84 พรรษา สู่เมืองเพชรบูรณ์” ในวันที่ 25-27 มิถุนายน 2554 นี้ การที่เลือกจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นจังหวัดแรก ก็เพราะโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็กในพระราชดำริและโครงการฟื้นฟูพัฒนาคุณาพชีวิตและพื้นที่ต้นน้ำน้ำหนาว ของพระบาทสมเด็จนั้น ได้ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติขึ้นมากมาย อาทิเช่น ูทับเบิกที่เขาค้อ ซึ่งนับได้ว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์ของเมืองไทย เส้นทางบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่ควรจะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชวนกันไปเที่ยว บนเส้นทางนี้มี ป่าสนสองใบที่สวนสนบ้านแปก ป่าสนสามใบที่สวนสนูกุ่มข้าว น้ำตกเหวทรายที่มีละอองหมอกกระจายเป็นประกายรุ้ง ถ้ำใหญ่น้ำหนาว ห้วยเฉลียงลับที่ยังมีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์อยู่กันตามธรรมชาติ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวเลือกที่จะเปิดตัวโครงการเป็นเส้นทางแรก ก่อนจะขยายสู่เส้นทางอื่นๆต่อไป นายบุญเลิศ พุทธเจริญ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จังหวัดเพชรบูรณ์ถือได้ว่าเป็นเมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง เมืองมะขามหวานคือสมญานามของเพชรบูรณ์ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่าคเหนือตอนล่างเป็นดินแดนแห่งขุนเขาพื้นป่าเขียวขจี ทัศนียาพสวยงาม อากาศสดชื่นเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะเขาค้อ ฉายา “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย”

จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายรูปแบบ ทั้งวัดอาราม โบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น วัดไตรูมิ วัดมหาธาตุ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ถ้ำและน้ำตกศรีดิษฐ์ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ไร่กำนันจุล และไร่มะขามหวานชนิกา จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับเกียรติให้เป็นจังหวัดแรกที่จัด เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโครงการ “ตามรอยพระบาท 84 พรรษา ” กับ ช.ส.ท.สู่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเผยแพร่โครงการพระราชดำริในจังหวัดเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากจังหวัดเพชรบูรณ์มีูมิศาสตร์ใกล้กรุงเทพมาก ระยะทางเพียง 200กม. เท่านั้น เมื่อเข้าสู่จังหวัดเพชรบูรณ์จะพบแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับโลกคือเมืองเก่าศรีเทพ ซึ่งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่เลื่องลือของไทย และเดินทางต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อถึง กม. ที่ 237จะได้พบแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร นั่นคือไร่มะขามหวานชนิกา เป็นสวนมะขามหวานใหญ่ระดับต้นๆของเมืองเพชรบูรณ์ มีของฝากและได้เข้าชมสวน ชิมมะขามหวานฟรี มีกาแฟสดรสเด็ด หากเดินทางต่อไปอีก 80 กิโลเมตรถึงอำเอเมืองท่านจะพบวัดเกจิดัง คือวัดช้างเผือกที่หลวงพ่อทบจำพรรษาและมรณาพ ร่างของท่านบูชาอยู่ถึงวันนี้ อีกทั้งพระพุทธมหาธรรมราชาพระคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ที่มีประเพณีอุ้มพระดำน้ำแห่งเดียวของโลก หลวงพ่อเพชรทีชัยที่วัดมหาธาตุ ห่างจากตัวเมืองไม่มากนักท่านจะได้เที่ยวน้ำตกตาดหมอกซึ่งมีน้ำตลอดปีและเป็นอุทยานป่าไม้ที่มีอากาศหนาวเย็น บริสุทธิ์เช่นเดียวกับเขาค้ออุทยานแห่งนี้ยังมีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เขาค้อ น้ำหนาว สวนสนแหล่งชนเผ่า ม่งเย้า อาข่ามีอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมืองพระผู้สร้างประเทศไทยซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้ทำพิธีเปิดอีกด้วย สรุปได้ว่าจังหวัดเพชรบูรณ์แห่งนี้เป็นจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของประเทศไทย ชาวเพชรบูรณ์มีความาคูมิใจ และยินดีต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดี นายธิติ ชินสมบูรณ์ ซีอีโอบุรีธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพ ผู้สนับสนุนสถานที่ในการจัดแถลงข่าวกล่าวว่า บุรีธารานับเป็นรีสอร์ทที่สนับสนุนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความตั้งใจสร้างให้เป็นโอเอซิสกลางกรุงและที่พักผ่อนของคนกรุงอย่างแท้จริง อาจจะเป็นรีสอร์ทเดียวในกรุงเทพฯ ที่มีความร่มรื่นกว้างขวางของต้นไม้ใหญ่ บ้านสวน และสวนสมุนไพรกว้างขวาง มีต้นไม้ใหญ่มากมายเช่น ปีบ ทองกวาว บุนนาค กันเกรา และพืชผักอย่างกะเพรา พริก แม้กระทั่งต้นข้าว โดยมีการปลูกพืชหลายชนิดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกด้วย ที่นี่ยังมีเป็ด ไก่ กบ ปลาหลายพันตัว นก แมงปอ และบางคืนก็มีหิ่งห้อย

ที่นี่มีการสร้างเรือนพัก 68 หลัง รายล้อมบนเกาะเครื่องเทศ พืชผักสารพัดชนิดแบบออร์แกนิกส์ น้ำตกและคลองธรรมชาติ ที่คุณจะไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้ในกรุงเทพฯ พร้อมกับห้องพักออกแบบสไตล์ Retro คนอาจเดินเล่น พายเรือ ขี่จักรยาน นักพักในศาลาแบบกระต๊อบ เพลิดเพลินกับเป็ด ไก่ ชมปลาในคลองน้ำใส สระว่ายน้ำสีฟ้าใส ห้องอาหารอิตาเลียนที่ใช้ผักสดๆในสวน ชมสวนป่าใหญ่ข้างๆรีสอร์ท และยังมีห้องประชุมขนาดใหญ่จุได้กว่า 300 คน
|