เที่ยวเมืองไทย สบายกระเป๋า ครั้งที่ 3
เสน่ห์ที่แตกต่างผ่านท่องเที่ยว 5 ูมิาค



คุณสิริวรรณ นันทราทิพย์ ผู้บริการงานพัฒนาธุรกิจพันธมิตรธนาคาร กสิกรไทย (มหาชน) คุณมัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวายในประเทศ , นายอิชาติ อินทร์พงษ์พันธุ์ ผู้อำนวยการูมิาคาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, พลตรี ปวริศ แจ่มสว่าง รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบก (สง.ทท.ทบ.) และ ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน"เที่ยวเมืองไทย...สบายกระเป๋า"ครั้งที่ 3 ชวนคนไทย เที่ยวเมืองไทย สบายกระเป๋าครั้งที่ 3 รวมสุดยอดสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยที่ได้มาตรฐาน ผ่านผู้ประกอบการกว่า 300 คูหา ชูไฮไลท์มหกรรมพืชสวนโลก โครงการในพระราชดำริ ร่วมเฉลิมฉลอง 3 วิโรกาสสำคัญของคนไทย จับมือกสิกรไทย-กบข.- กองทัพบก เพิ่มทางเลือใหม่ด้านการท่องเที่ยว คาดผู้เข้าชมกว่า 3 แสนราย เงืนสะพัดเบื้องต้นกว่า 10 ล้านบาท ฟื้นท่องที่ยวในประเทศคืนสู่าวะปกติ



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวายในประเทศ (สทน.) โดยความร่วมมือ ธนาคารสกิกรไทย สหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (FETTA) สมาคมท่องเที่ยวส่วนกลางและสมาคมท่องเที่ยวส่วนูมิาค จัดงาน “เที่ยวเมืองไทย สบายกระเป๋า ครั้งที่ 3” ระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน 2554 โดยใช้งบประมาณในการจัดงานประมาณ 10 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 300 บูธ การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าด้านการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงปลายปี 2554 ไปจนถึงต้นปีหน้า โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วไทย ร่วมเสนอขายสินค้าท่องเที่ยวระดับคุณาพ จำนวน 375 คูหา อาทิ บริษัท นำเที่ยว สายการบินายในประเทศ โรงแรม รีสอร์ท สนามกอล์ฟ เรือ ัตตาคาร รถเช่า แหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว อุปกรณ์การท่องเที่ยว ร้านค้าของฝาก และของที่ระลึกต่างๆ



นางสาวมัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวายในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวายในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเจริญเติบโตให้กับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งระดับธุรกิจขนาดใหญ่ไปจนถึงระดับรากหญ้า ขณะที่ประเทศไทย มีความพร้อมทางด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และสามารถเดินทางท่องท่องเที่ยวในทุกฤดูกาลอีกด้วย สินค้าและบริการทางด้านการท่องเที่ยวของไทย มีความหลากหลายทั้งใน 5 ูมิาค ถือเป็น “เสน่ห์ที่แตกต่าง” ที่สามารถเลือกเดินทางไปเยี่ยมเยือนได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้ไม่มีการทำตลาดมากนัก มานำเสนอในการจัดงานในครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังคงนำเสนอความคุ้มค่าให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมงาน ด้วยส่วนลดและโปรโมชั่นต่างๆ รวมทั้งสิทธิพิเศษผ่านสถาบันการเงินต่างๆ โดยมีกิจกรรมบนเวทีเพื่อสร้างความสนุกสนานและมีสาระตลอดทั้ง 4 วัน รวมทั้งกิจกรรมลุ้นของรางวัลายในงานมูลค่านับแสนบาท สำหรับไฮไลท์ที่สำคัญทางด้านการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ คือ มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ 2554 ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ไปจนถึงวันที่ 15 กุมาพันธ์ 2555 โดยวัตถุประสงค์หลักในการจัดงานมหกรรม พืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 3 วโรกาสสำคัญของคนไทย นั่นคือ ในปี 2554 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี 2555 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร จะทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา
ดังนั้นนอกจากการสนับสนุนการท่องเที่ยวทางาคเหนือที่เชื่อมโยงกับงานดังกล่าวแล้ว ายในงานยังนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวตามโครงการพระราชดำริ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศอีกด้วย



ขยายโอกาสใหม่-เส้นทางใหม่
การจัดงาน เที่ยวเมืองไทย สบายกระเป๋า ครั้งที่ 3 นอกจากจะมีการจำหน่ายแพ็คเกจด้านการท่องเที่ยวในราคาพิเศษแล้ว ยังมุ่งขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ อาทิ กลุ่มเกษตรกรหรือชาวนาไทย ซึ่งมีธนาคารกสิกรไทยเข้ามาร่วมสนับสนุน โดยมีการจัดทำแพ็คเกจเพื่อการท่องเที่ยวแบบผ่อนชำระ ดอกเบี้ย 0% หรือ การจัดแพ็คเกจราคาพิเศษที่เริ่มต้นเพียง 500 บาท นับเป็นการเพิ่มโอกาสในการท่องเที่ยว ไปยังกลุ่มคนไทยในวงกว้างมากขึ้น ขณะที่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. ได้เข้าร่วมสนับสนุนการจัดงาน โดยการประชาสัมพันธ์งานผ่านสมาชิกของ กบข. กว่า 1 ล้านราย และปีนี้เริ่มมีการจัดแพ็คเกจที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวมากขึ้นเช่นกัน



ส่วนกองทัพบกได้นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร เข้ามาผนวกกับรายการท่องเที่ยวทั้ง 5 ูมิาค เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสมิติของการท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้น ฯลฯ นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มตัวแทนจากบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาเพื่อศึกษารายละเอียดของงาน เพื่อติดต่อซื้อขายในรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลหรือการประชุมสัมมนา ซึ่งสามารถขยายเม็ดเงินไปได้อีกเป็นจำนวนมหาศาล
เที่ยวกับทัวร์ได้มากกว่าในราคาเบาๆ
นางสาวมัยรัตน์ กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของการจัดงาน “เที่ยวเมืองไทย สบายกระเป๋า” นอกเหนือจากการต่อยอดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ในช่วงกลางปี ซึ่งมุ่งเน้นโชว์ศักยาพของการท่องเที่ยว แต่งานนี้จะเน้นการจำหน่ายสินค้าและบริการทางด้านการท่องเที่ยวในราคาคุ้มค่าเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ อีกทั้งยังสนับสนุนให้ใช้บริการของบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน ซึ่งสังกัดอยู่ในสมาคมต่างๆ โดยส่วนของ สทน. มีสมาชิกกว่า 430 ราย เหตุผลสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวหรือบริษัททัวร์ เนื่องจากเล็งเห็นว่า สามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้ถูกกว่าการเดินทางด้วยตัวเอง สามารถเลือกและออกแบบเส้นทางได้หลากหลาย มีการนำเสนอข้อมูลและรายละเอียดของแหล่งท่องเที่ยวที่มีประโยชน์ รวมทั้งยังเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยว เนื่องจากตัวแทนการท่องเที่ยวจะมีมัคคุเทศก์ ซึ่งได้รับการอบรมและคอยดูแลสาพแวดล้อมทางด้านการท่องเที่ยวให้คงอยู่ ลดปัญหาการบุกรุกหรือทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะเกิดจากนักท่องเที่ยวที่ไม่ทำตามข้อกำหนดหรือพลั้งเผลอโดยไม่ได้ตั้งใจ นอกจากนั้นยังพบว่า การท่องเที่ยวผ่านตัวแทนการท่องเที่ยว มีการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวตามรายทางซึ่งอาจถูกมองข้ามไป เนื่องจากการเดินทางด้วยตัวเองจะมุ่งตรงสู่เป้าหมายหลักเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ตัวแทนการท่องเที่ยว มีการสรรหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อสร้างความคุ้มค่าในการเดินทาง สร้างมุมมองใหม่ในการท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่าคการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นอีกด้วย
หนุนาพเที่ยวไทยสดใสในปี 2555
จากการจัดงานดังกล่าว สทน. คาดว่า จะส่งผลต่อาพของการท่องเที่ยวในประเทศ ที่กลับมาสู่าวะปกติ 100% เนื่องจากที่ผ่านมา าวะทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญในการชะลอการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว โดยตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 เป็นต้นมา าพของการท่องเที่ยวายในประเทศเริ่มสดใสขึ้น จากาวะการเมืองที่เข้าที่เข้าทาง และคนไทยก็เริ่มมีาวะแห่งความสุข อีกทั้งเหมาะสมกับช่วงเวลาที่เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว



ทั้งนี้งานดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทางด้านการตลาดของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งได้ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อสิ้นปี 2554 ไว้ที่ประมาณ 18 - 18.3 ล้านคน คิดเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 7 แสนล้านบาท ส่วนเป้าหมายปี 2555 ททท. กำหนดเป้าหมายจำนวนรายได้ของตลาดต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 7.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 9 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 19.5 ล้านคนขณะที่การท่องเที่ยวายในประเทศ ททท.มีเป้าหมายขยายตัวเลขนักท่องเที่ยวในประเทศอีก 10-15% ในปี 2555 หรือ 91 ล้านคนครั้ง

 
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา