|
“ปี 2555 มหัศจรรย์ไทยแลนด์” กรมการท่องเที่ยวเสนอสร้างสีสันสดใสเมืองไทยน่าเที่ยว

เมื่อวันที่5ต.ค.2554เวลา10.00น.ที่ห้องประชุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุพลศรีพันธุ์อธิบดีกรมการท่องเที่ยวเป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลงานของปีงบประมาณที่ผ่านมาพร้อมเสนอแผนงานโครงการที่จะดำเนินงานในปีงบประมาณ 2555 ซึ่งรัฐบาลประกาศเป็น “ปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์” (Miracle Thailand Year) โดย การเพิ่มมูลค่าให้แก่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวและรายได้เข้าประเทศเพิ่ม และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบคาดว่าจะใช้งบประมาณเป็นเงิน 2,686 ล้านบาท

นาย สุพล ศรีพันธุ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว พร้อมด้วยนายขจร วีระใจ รองอธิบดีและผู้บริหารกองสำนักต่างๆร่วมกันรายงานผลสำเร็จจากการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2554 ที่ผ่านมาซึ่งได้รับความสำเร็จสามารถดึงรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งยังได้สร้างฐานในการจัดการท่องเที่ยวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอันส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจต่างๆทั่วประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นาระกิจหลักของกรมการท่องเที่ยวคือส่งเสริมและพัฒนาคุณาพสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวรวมทั้งส่งเสริมการถ่ายทำาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งเอเซีย ตลอดไป โดยมีผลงานประจำปีงบประมาณ 2554 ด้วยเงินงบประมาณ 1,500 ล้านบาท ดังนี้ ด้านพัฒนามาตรฐานการบริการและแหล่งท่องเที่ยวด้านบริการได้ดำเนินการพัฒนามาตรฐานบริการให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นเช่นมาตรฐานแพบริการสวนท่องเที่ยวผจญัย (Adventure Park) และบริการอื่นๆ อีกกว่า 20 ประเท โดยมุ่งกระจายรายได้และเพิ่มรายได้สู่ชุมชนและประชาชนเจ้าของพื้นที่โดยกรมจะเป็นพี่เลี้ยงในระยะแรกด้านแหล่งท่องเที่ยวได้ดำเนินการในแหล่งท่องเที่ยวกว่า 40 จังหวัด ในการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกจัดการองค์ความรู้ในพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนสร้างเครือข่ายชุมชนในการนำทรัพยากรธรรมชาติและูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

ด้านบริการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์โดยสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์รวม 5 เขตบริการ ได้แก่ ที่กรุงเทพฯ ดูแลาคกลางและาคตะวันออก28 จังหวัดาคเหนือ(เชียงใหม่) 15 จังหวัด าคใต้เขต1 (สงขลา) 8 จังหวัดาคใต้เขต2(ูเก็ต)6จังหวัดและาคตะวันออกเฉียงเหนือ(นครราชสีมา)20จังหวัดได้ออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว 10,311 รายมัคคุเทศก์ 46,650 ราย และยังได้ดำเนินการส่งเสริมและยกระดับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวพัฒนาบุคลากรและกฎหมายด้านการท่องเที่ยวให้มีศักยาพมากขึ้น

ด้านส่งเสริมการถ่ายทำาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ตั้งแต่ ตุลาคม 2553 - กันยายน 2554 มีการถ่ายทำาพยนตร์ต่างประเทศทั้งสิ้น 666 เรื่อง นำรายได้เข้าประเทศเป็นเงิน 1,817 ล้านบาทประเทศที่เข้ามามากสุดได้แก่ อินเดีย 133 เรื่องและยังได้ขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้สร้างาพยนตร์ในตะวันออกกลางได้แก่ประเทศเลบานอน,อิสราเอล,คูเวตและกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกได้แก่ รัสเซีย คาซัคสถาน และสโลวัก โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและRoadShowในต่างประเทศตลอดจนพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่กลุ่มผู้ประสานงานถ่ายทำาพยนตร์ และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ด้านอำนวยความสะดวกและความปลอดัยแก่นักท่องเที่ยว กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวได้ดำเนินการอย่างเข้มแข็งในการเพิ่มศักยาพและประสิทธิาพ เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศในรูปแบบบูรณาการหลายหน่วยงานเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา สำหรับปีงบประมาณ 2555 กรมการท่องเที่ยวได้ของบประมาณ เป็นเงินทั้งสิ้น 2,686 ล้านบาท จะดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้อง “ปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์” (Miracle Thailand Year)ได้แก่โครงการสีสันสดใสเมืองไทยน่าเที่ยว (แต้มสีประเทศไทย) จะดำเนินการคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวหลักที่มีศักยาพในจังหวัดเป้าหมายและพื้นที่โดยรอบแหล่งท่องเที่ยวนั้นเพื่อปรับปรุงูมิทัศน์(เช่นทาสีวาดาพจิตรกรรมหรือรูปผนังใช้วัสดุหรือหัตถกรรมฝีมือในท้องที่ประดับปลูกไม้ดอกที่มีสีสัน)

โครงการพัฒนาถนนสายท่องเที่ยวจะออกแบบการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีเอกลักษณ์ เน้นความสวยงามตามวัฒนธรรมท้องถิ่น เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นการเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวและร่วมเฉลิมฉลองในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ด้วย โครงการ “ปีท่องเที่ยวไทยใสสะอาด”จัดประชุมสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์พ.ศ.2551และกฎระเบียบต่างๆแก่หน่วยงานทั้งาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกรูปแบบรวมทั้งจัดนิทรรศการส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายในโอกาสต่างๆจัดทำเอกสารเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว

ในท้ายที่สุดนายสุพล ศรีพันธุ์อธิบดีกรมการท่องเที่ยวได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมาอีกครั้งว่าได้ใช้งบประมาณแต่ละโครงการอย่างคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อให้ประโยชน์เกิดแก่ประชาชนสูงสุด ถึงแม้กรมการท่องเที่ยวจะมีบุคลากรไม่มากนัก หากแต่บุคลากรทุกหน่วยงานได้ตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อเป้าหมายเดียวคือ นักท่องเที่ยวได้เที่ยวอย่างมีความสุขปลอดัยและกลับมาเที่ยวครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างมิรู้เบื่อตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
|