|
องค์การค้ามุสลิมโลก จับมือ “เวิล์ด ฮาลาล กรุ๊ป” จัดงาน “เวิล์ด ฮาลาน คอลเกรส 2010” หวังดันไทยเป็นศูนย์กลางการค้าฮาลาล

โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส : ท่าน Dato Paduka Sri Mir Khan (ดาโต๊ะ ปาดูก้า ศรี มีร คาน) ผู้บริหารองค์การค้ามุสลิมโลก ได้เปิดเผยถึง าพรวมของ ฮาลาล โปรดักส์ และตลาดการส่งออกอาหารและบริการฮาลาลโลก รวมถึงโอกาสของประเทศไทยว่า ประเทศสมาชิกของโอไอซีในปัจจุบันมีอยู่ 57 ประเทศ และได้มีการเทรด์ (การนำเข้าและส่งออก) ระหว่างกันและกันายในกลุ่ม ปี 2552 ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ12 โดยมีมูลค่าประมาณ 6.75 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าการตลาดที่ยังน้อยมาก หากเปรียบเทียบกับผลการวิจัยและจากสถิติที่พบว่า ตลาดสินค้าอาหารและบริการฮาลาลมีมูลค่าสูงถึงปีละ 547,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีประชากรชาวมุสลิมทั่วโลกอยู่กว่า 2,000 ล้านคนใน 110 ประเทศ และจากผลการประเมินยังพบว่า ตลาดสินค้าอาหารฮาลาลในปี 2553 นี้จะมีมูลค่ามากกว่า 550,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ส่งออกผลิตัณฑ์ฮาลาลมากที่สุดนั้น มิได้เป็นประเทศมุสลิมแต่เป็นกลุ่ม สหาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ บราซิล สหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศเหล่านี้มีมาตรฐานการผลิตฮาลาลได้ถูกต้องตามบทบัญญัติศาสนาอิสลาม

“มีกฏบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม อาหารที่มุสลิมบริโคต้องเป็นอาหารที่ผลิตสะอาดและถูกต้องตามบทบัญญัติทางศาสนา ปลอดัยต่อการบริโค อย่างเช่นเนื้อสัตว์ที่นำมาเป็นส่วนประกอบอาหาร จะต้องมีการควบคุมดูแลให้เป็นไปตามบัญญัติของคัมีร์อัลกรุอ่านที่มุสลิมจะสามารถบริโคได้ โดยคำนึงถึงความสะอาด มีคุณค่าตามหลักโชนการ รวมถึงแหล่งที่มาของอาหาร วิธีการฆ่าสัตว์ การแล่เนื้อสัตว์ การขนส่ง รวมถึงการเตรียมแปรรูปอาหารด้วย” ประเทศไทยอยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ของกลุ่มสมาชิกโอไอซี และมีชาวไทยมุสลิมอยู่ในประเทศไทย การไม่ได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มโอไอซีจึงไม่เป็นอุปสรรคใดๆ หากในอนาคตประเทศไทยจะเข้าไปเป็นผู้แข่งขันด้านการส่งออกผลิตัณฑ์อาหารและบริการฮาลาลในตลาดสินค้าฮาลาล เช่นเดียวประเทศฮลล์แลนด์ที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิม แต่ส่งออกได้มาก เพราะมีมาตรฐานการดำเนินการผลิตอาหารฮาลาลได้ถูกต้องตามบัญญัติของศาสนาอิสลาม

มร.ดาโต๊ะ ปาดูก้า ศรี มีร คาน กล่าวว่า อาหารฮาลาน (Halal Food) เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากสังคมโลก และมิใช่เพียงแต่จะมีชาวมุสลิมที่จำเป็นต้องบริโคอาหารฮาลาลเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตอาหารฮาลาลจำหน่ายให้แก่ผู้บริโคอาหารฮาลานทั่วโลก ในขณะที่ “ตราฮาลาล”ผลิตัณฑ์อาหารและบริการฮาลาลของประเทศมาเลียเซียได้รับการยอมรับมากที่สุด เพราะเป็นประเทศแรกที่เปิดตลาดฮาลาล และเป็นประเทศมุสลิมที่เป็นสมาชิกของโอไอซีด้วย รองลงมาคือประเทศอินโดนีเซีย ประเด็นนี้จึงทำให้มองถึงโอกาสของประเทศไทยที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดด้านการส่งออกของผลิตัณฑ์และบริการฮาลาลโลก ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารฮาลาลอันดับที่ 7 ของโลก “ตอนนี้ได้ร่วมมือกับ ฮาลาล รีเสิร์ท เซ็นเตอร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อดำเนินการพัฒนาผลิตัณฑ์และบริการฮาลานของไทยให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม และเตรียมความพร้อมของประเทศไทยที่จะเข้าแข่งขันและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดฮาลาลโลกในอนาคต โดยมีเป้าหมายที่ประเทศไทยจะได้เป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอุตสาหกรรมฮาลาล รวมถึงการสร้างความมั่นใจให้กับนานาประเทศที่มีชาวมุสลิมอยู่ทั่วโลก ซึ่งจะเป็นโอกาสและประโยชน์ที่ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกของไทยที่จะสามารถใช้ศักยาพในการเป็นประเทศเกษตรกรรมด้านอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิาพ”

มร.ดาโต๊ะ ปาดูก้า ศรี มีร คาน กล่าวต่อไปว่า จากเหตุผลที่ได้กล่าวมาข้างต้น จึงต้องมีการจัดงาน “เวิล์ด ฮาลาน คองเกรส 2010” เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ขึ้นที่ประเทศในครั้งนี้ มีเป้าหมายคือเพื่อให้ผู้ประกอบการและนักธุรกิจที่มีความสนใจเกี่ยวกับผลิตัณฑ์อาหารและบริการฮาลานได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานฮาลานได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการมองโอกาสที่จะเพิ่มช่องทางการตลาดของมุสลิมโลกด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของสินค้าแฟชั่นและวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวมุสลิม ที่จะนำมาแสดงให้ชมล้วนได้รับการออกแบบให้มีความสวยงามทันสมัย ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะในเรื่องของการออกแบบ และการเลือกใช้ผ้าเนื้อดี รวมถึงการใช้เครื่องประดับของชาวมุสลิม ที่แม้ว่าจะเป็นแฟชั่นแต่ยังอยู่ในกรอบของวัฒนธรรมการแต่งกายได้อย่างถูกต้องตามหลักศานา”
“ความคาดหวังที่มีต่อการจัดงาน เวิล์ด ฮาลาน คองเกรส 2010 ในประเทศไทยครั้งนี้ คือต้องการให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสทางการตลาด สามารถพัฒนาสร้างสรรค์ผลิตัณฑ์อาหารและบริการฮาลาล ได้ตามมาตรฐานที่ถูกต้อง และสามารถส่งออกไปเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้มากยิ่งขึ้น และก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการส่งออกอาหารฮาลาลได้ อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการของไทยที่เปิดโอกาสให้กับธุรกิจของตนเองด้วย”

นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล ประธานเวิลด์ ฮาลาล กรุ๊ป ในฐานะประธานคณะกรรมการการจัดงาน“เวิล์ด ฮาลาล คองเกรส 2010 (World Halal Congress) เฉลิมพระเกียติ 84 พรรษา” เปิดเผยว่ากำหนดการจัดงานจะมีขึ้นในวันที่ 2-6 ธันวาคม 2553 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และในวันศุกร์ที่ 3 ธค. 2553 เวลา 14:00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในการเปิดนิทรรศการในงานฯ และกิจกรรมในงานแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 จะเป็นการจัดประชุมสัมมนาสุดยอดผู้นำฮาลาลกว่า 40 ประเทศ การออกบูธจัดแสดงผลิตัณฑ์ฮาลาลจากประเทศต่างๆ


ส่วนที่ 2 เป็นการนำเสนอวัฒนธรรมอิสลาม ผ่านกิจกรรมการแสดงในรูปแบบของการสร้าง “ดารุสลามพาวิลลเลี่ยน” หรือ บ้านแห่งสันติสุข นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสาตร์ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมอิสลามและวิถีชีวิตชาวมุสลิมในชื่อ “มุสลิมกับสายน้ำ..จากอยุธยาสู่รัตนโกสินทร์” พร้อมกันนี้ได้จัดสร้าง มัสยิดกือเซะ (จำลอง) ของ จ.ปัตตานี และ มัสยิด 300 ปี (จำลอง) ของ จ.นราธิวาส ซึ่งมีขนาดเกือบเท่าของจริง และสามารถเข้าไปประกอบพิธีละมาดได้จริง พร้อมกันนี้ได้จัดให้มีพิธีแต่งงานตามประเพณีให้กับคู่รักชาวมุสลิม ในวันที่ 3 ธค.2553 และจัดงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ที่จะมีการแสดงสินค้าแฟชั่นและวัฒนธรรมการแต่งกายกว่า 36 ชุด เพื่อเผยแพร่ผลงานการออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชาวมุสลิมจากทั่วโลก และดีไซน์เนอร์ชาวไทยมุสลิมด้วย ผู้สนใจเข้าชมงาน และร่วมฟังการสัมมนาฯได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สำรองที่นั่งโดยการลงทะเบียนที่ e-mail:worldhalal2010@gmail. และโทรศัพท์ 089-8922270
|