7 วัน จากทุ่งช้างจังหวัดน่านสู่ทุ่งไหหินแขวงเชียงขวาง p6

วันที่หกของการเดินทาง
เช้า วันนี้เราสองคนรีบตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเดินทางกลับหลังจากปฎิบัติภาระกิจ ส่วนตัวพร้อมเก็บสัมภาระเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นก็ขับรถยนต์ฝ่าสายหมอก และความหนาวเย็นไปตามเส้นถนนภูเขาอันคดเคี้ยววกวนบนเส้นทางหลวงหมายเลข 7เดินทางกลับสู่สามแยกพูคูนในทันที




เรา สองคนใช้เวลาประมาณ 3.20 ชั่วโมง ก็เดินทางมาถึงสามแยกพูคูนตอนสายหยุดพักรถยืดเส้นยืดสายพร้อมหาอาหารเช้าและ กาแฟรับประทานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นจึงออกเดินทางต่อไป




จาก เส้นทางหลวงหมายเลข7 เราสองคนเปลี่ยนมาใช้เส้นทางหลวงสายหลักหมายเลข13 พูคูณ-หลวงพระบาง มุ่งหน้าสู่สามแยกเมืองเงินในแขวงหลวงพระบางระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร เราขับรถใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็เดินทางมาถึงสามแยกเมืองเงินจากนั้นเราขับรถเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนน หมายเลข4 หลวงพระบาง-ไซยะบูลี มุ่งหน้าสู่ท่าเรือปากคอนระยะทาง60 กิโลเมตรข้ามไปยังแขวงไซยะบูลีเหมือนเส้นทางเดิมที่เราสองคนเดินทางมาเมื่อ 2-3 วันก่อน เราสองคนขับรถถึงท่าเรือปากคอนในช่วงบ่าย


จาก นั้นก็ลงแพขนานยนต์ข้ามมายังท่าเดื่อของแขวงไซยะบูลี หลังจากนำรถขึ้นจากแพขนานยนต์บริเวณท่าเดื่อแล้วจากนั้นเราสองคนขับรถยนต์ เข้าสู่ตัวเมืองไซยะบูลีในทันที ด้วยระยะทาง 30 กิโลเมตร




เรา สองคนใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ก็เดินทางมาถึงยังแขวงไซยะบูลีจากนั้นจึงแวะรับประทานอาหารกลางวันกันใน เมืองไซยะบูลีเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงออกเดินทางต่อไปยังเมืองปากลาย ในแขวงไซยะบูลีโดยใช้เส้นทางหมายเลข4 ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างเป็นถนนลูกรังลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่อ สาเหตุเพราะเส้นทางนี้รถบรรทุกไม้ซุงขนาดใหญ่และรถขนส่งสินค้าวิ่งขนส่งไป มาระหว่างเมืองท่าลี่ จังหวัดเลย กับเมืองไซยะบูลีเป็นประจำทุกวัน สภาพถนนจึงชำรุดทรุดโทรมไปตามสภาพการใช้งานอย่างหนัก ตลอดสองข้างทางของถนนหมายเลข4 จากไซยะบูลี-ปากลาย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และไม้ยืนต้นอันมีค่านานาชนิด




เรา สองคนขับรถไปตามถนนหมายเลข 4 บรรยากาศบนถนนสายนี้เงียบวังเวง นานๆ ถึงเราจะเห็นรถบรรทุกสินค้าแล่นสวนมาสักคันหนึ่งบ้านเรือนของผู้คนก็ตั้ง อยู่ห่างไกลกันมาก และก็นานๆ ทีเราสองคนถึงจะขับผ่านหมู่บ้านสักที เส้นทางนี้เหมาะสำหรับเดินทางในตอนกลางวันมากกว่าตอนกลางคืนครับ ขนาดตอนกลางวันเราสองคนขับรถยังหนาวๆร้อนๆ เลยเพราะถ้าเกิดรถเสียขึ้นมาเมื่อไหร่งานเข้าเมื่อนั้นเลยครับ จึงขอเตือนท่านผู้อ่านที่มีความประสงค์ที่จะเดินทางบนเส้นทางสายนี้จากท่า ลี่-ไซยะบูลีให้เดินทางในเวลากลางวันดีกว่าน่ะครับ และควรใช้รถขับเคลื่อน4 ล้อเท่านั้น ถ้าจะให้ดีควรเดินทางมาเป็นหมู่คณะจะปลอดภัยกว่าครับเพราะถ้าเกิดปัญหาใดๆ จะได้ช่วยกันได้เราสองคนเดินทางมาถึงเมืองปากลายเมื่อเวลาจวนเจียนจะใกล้ค่ำ เหลือระยะทางประมาณอีก 60 กิโลเมตรเท่านั้นจึงจะถึงด่านท่าลี่ในจังหวัดเลยการเดินทางในเวลากลางคืนไม่ สะดวกและเราสองคนยังไม่ทราบว่าเส้นทางเบื้องหน้านั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป จึงตัดสินใจกันว่าคืนนี้เราสองคนควรจะหยุดพักค้างแรมกันที่เมืองปากลายพรุ่ง นี้จึงค่อยออกเดินทางต่อดีกว่า


เรา สองคนหาอาหารค่ำรับประทานกันที่ร้านแคมโขง(ริมโขง)ในเมืองปากลายซึ่งมี อาหารปลาสดๆให้เราเลือกรับประทานมากมายพอเราสั่งเมนูอาหารปลาปุ๊บคุณป้าแม่ ครัวก็จัดการทุบหัวปลานำมาขอดเกล็ดปรุงเป็นเมนูอาหารตามที่เราสั่งในทันที เรียกว่าถ้าปลาไม่สดก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วล่ะครับ


สาเหตุ เพราะเมืองปากลายตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำโขงปลาต่างๆ จึงหาได้ง่าย แต่ก็ไม่วายที่คุณป้าจะบ่นให้เราสองคนฟังว่าปัจจุบันจำนวนปลาในแม่น้ำโขงลด น้อยลงมากไม่เหมือนกับสมัยคุณป้ายังเป็นสาวๆ ซึ่งในขณะนั้นปลาในแม่น้ำโขงชุกชุมมากราคาถูกหากินได้ง่าย แต่ในปัจจุบันตั้งแต่ประเทศจีนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงทำให้จำนวนปลาในแม่ น้ำโขงลดน้อยลงไปเป็นอย่างมาก ปลาในแม่น้ำโขงจากที่หาได้ง่ายๆ กลับหาได้ยากขึ้นราคาก็แพงขึ้นเป็นเงาตามตัว


เรา สองคนรับประทานอาหารค่ำกันด้วยความเอร็ดอร่อยในบรรยากาศร้านอาหารริมน้ำโขง หลังจากอิ่มหนำสำราญกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นเราสองคนจึงขับรถยนต์หา ที่พักในเมืองปากลาย บรรยากาศยามค่ำคืนในเมืองปากลายเงียบสงบปราศจากแสงสีมีก็แต่ร้านกินดื่มและ ร้านคาราโอเกะบางแห่งเท่านั้นที่เปิดให้บริการลูกค้าที่เดินทางผ่านไปมาซึ่ง แต่ละร้านก็เปิดไฟหน้าร้านริบหรี่เต็มทนบรรยากาศบริเวณหน้าร้านก็เงียบสงบ


โรงแรม ดวงใจเพชรกลางเมืองปากลายคือที่พักของเราสองคนในคืนนี้ราคาคืนละ500 บาทพร้อมทีวีและแอร์ฯ และเมื่อปฎิบัติภาระกิจส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นเราสองคนจึงล้ม ตัวลงนอนหลับพักผ่อน พรุ่งนี้แล้วล่ะครับจะได้กลับบ้านเรากันสักที

หน้าต่อไป