เปิดประตูสู่อาเชี่ยน เที่ยวเป็นวงกลมรอบโตนเลสาปเขมร

                                      เมื่อสถานการณ์ความตึงเครียดตามตะเข็บชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาบรรเทาเบาบางลงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติและด้วยการลงนามรับรองปฏิญญาว่าด้วยการจัดตั้งประชาคมอาเชี่ยนในการประชุม ASEANsummit ครั้งที่ ๑๔ เมื่อครั้งที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปีพ.ศ ๒๕๕๒ จึงเป็นกรอบวิถีให้ไทยในฐานะประเทศผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมอาเชี่ยนจะต้องเดินทางเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเชี่ยนเดียวกันในปีพ.ศ. ๒๕๕๘ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และยิ่งประชาคมเศรษฐกิจอาเชี่ยนหนึ่งในสามเสาหลักของประชาคมอาเชี่ยนให้การยอมรับศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นแกนกลางจัดทำ Road Map ถนนสายต่างๆในประเทศอาเชี่ยนเชื่อมโยงต่อกันเพื่อเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในไม่ช้านี้   ผมจึงตัดสินใจสะพายเป้แบกกล้องท่องไปทางบูรพาทิศสู่ประเทศกัมพูชาดินแดนแห่งศิลานคร
                         ผมเริ่มต้นออกเดินทางโดยใช้บริการรถไฟฟรีของการรถไฟแห่งประเทศไทยบนเส้นทางสายตะวันออกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ เที่ยวแรกออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงเวลา ๐๖.๕๕ น.เดินทางถึงสถานีรถไฟอรัญประเทศเวลาประมาณ ๑๒.๐๐น. รวมระยะทาง๒๔๖ กิโลเมตรโดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟฟรีประมาณ๖ชั่วโมง




จากนั้นใช้บริการของรถสามล้อเครื่องเดินทางมายังด่านตรวจคนเข้าเมืองคลองลึกผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้า-ออกเมืองทางฝั่งไทยเรียบร้อยแล้ว



เดินข้ามสะพานคลองลึกไปยังฝั่งปอยเปตตั้งอยู่ในอำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย(ไทยเรียกว่าจังหวัดศรีโสภณ)ในประเทศกัมพูชา




จากนั้นทำการกรอกเอกสารขออนุญาตเข้าไปท่องเที่ยวภายในประเทศกัมพูชาโดยไม่ต้องเสียค่าวีซ่าคนละ ๒๐ USD เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้วและสามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาได้นานหนึ่งเดือน
-    ปอยเปต-ศรีโสภณ-เสียมเรียบ บนเส้นทางถนนหมายเลข ๕ เชื่อมต่อกับหมายเลข ๖ ระยะทาง ๑๕๒ กิโลเมตร
นักท่องเที่ยวอาจจะเลือกใช้บริการของรถเก๋ง Camary ติดแอร์อย่างดีนั่งได้๔คนค่าบริการประมาณ ๑,๒๐๐-๑,๕๐๐ บาทต่อเที่ยวแล้วแต่จะต่อรองราคากันโดยราคาค่ารถอย่าให้ต่ำหรือสูงกว่าราคาที่ได้แจ้งไว้นี้โดยรถเก๋งรับจ้างจะจอดรอให้บริการลูกค้าอยู่ที่นั่งพักผู้โดยสารบริเวณวงเวียนด้านหลังที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองทางฝั่งปอยเปตโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ชั่วโมงเศษๆ(ถ้าเดินทางมา ๔ คนก็คุ้มราคาเพราะรวดเร็วและนั่งสบาย)หรือประสงค์จะใช้บริการรถโดยสารประจำทางในอัตราค่าโดยสารคนละ ๒๐๐ บาทใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓ ชั่วโมงกว่าๆ(ช้าแต่ประหยัดสตังค์)สถานีขนส่งปอยเปตตั้งอยู่นอกตัวเมืองห่างจากด่านปอยเปตไปประมาณ๓กิโลเมตรจากนั้นเดินทางไปบนถนนหมายเลข๕สภาพถนนราดยางอย่างดีนั่งรถชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางท้องไร่ท้องนากว้างไกลสุดสายตาแต่ถ้าสังเกตุให้ดีทางขวามือจะแลเห็นเส้นทางรถไฟที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ทอดรางรถไฟขนานไปกับถนนหมายเลข ๕ รอวันเวลาเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟไทยที่อำเภออรัญประเทศ




ภายในอนาคตถ้าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดีขึ้นเรื่อยๆเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวเจริญก้าวหน้ารวมต้วเป็นประชาคมอาเชียนนักท่องเที่ยวอย่างเราๆท่านๆอาจจะได้มีโอกาศนั่งรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปเที่ยวยังกรุงพนมเปญก็ได้ใครจะรู้


จากปอยเปตถึงเมืองศรีโสภณระยะทาง ๔๘ กิโลเมตรบนถนนหมายเลข ๕ จะมีทางเลี้ยวขวาสู่เมืองพระตะบองระยะทาง ๖๙ กิโลเมตรตรงไปบนถนนหมายเลข ๖ อีก ๑๐๔ กิโลเมตรบนเส้นทางถนนราดยางอย่างดีสภาพถนนวันนี้แตกต่างจากเมื่อ ๓-๔ ปีที่แล้วราวฟ้ากับเหวปัจจุบันใช้เวลาเพียง ๒-๓ ชั่วโมงก็สามารถเดินทางมาถึงเมืองเสียมเรียบแล้ว



ผมใช้เวลาท่องเที่ยวในเมืองเสียมเรียบถึง๓วันเที่ยวชมมหาปราสาทนครวัด-นครทมสิ่งมหัศจรรย์ ๑ ใน ๗ ของโลกจนเต็มอิ่ม



เมืองเสียมเรียบในวันนี้แตกต่างจากเมื่อครั้งที่ผมเดินทางมาเมืองเสียบเรียบเมื่อสิบกว่าปีก่อนเป็นอันมากโรงแรมร้านอาหารหรูๆห้างสรรพสินค้าตลอดจนซุปเปอร์มาเก็ตผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด




เงินยูเอสดอลล่าร์ใช้จ่ายกันอย่างสะพัดยิ่งกว่าเงินเรียลสกุลเงินของประเทศกัมพูชา

-เสียมเรียบ-กรุงพนมเปญ  บนเส้นทางถนนหมายเลข๖ระยะทาง ๓๑๔ กิโลเมตร
                                                      เริ่มต้นเดินทางสู่กรุงพนมเปญผมใช้บริการรถโดยสารประจำทางปรับอากาศอย่างดีของบริษัทแม่โขงเอ็กซเพลสราคาค่าโดยสารคนละ ๑๒ USD ให้บริการวันละ ๖ เที่ยว ออกเดินทางจากสถานีขนส่งเมืองเสียบเรียบไปตามถนนหมายเลข๖สู่กรุงพนมเปญสภาพของถนนราดยางอย่างดีโดยได้รับการช่วยเหลือทางด้านเงินทุนจากรัฐบาลเกาหลีใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ๖ ชั่วโมงแตกต่างจากสภาพถนนในสมัยก่อนที่ต้องใช้เวลาเดินทางในการประมาณ ๘-๑๐ ชั่วโมง วิวทิวทัศน์สองข้างทางสวยงามมากครับจึงเดินทางถึงกรุงพนมเปญ




ผมใช้เวลาเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในกรุงพนมเปญอาทิเช่น พระราชวังหลวงหรือพระราชวังเขมรินทร์สถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดมสีหมุนีพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา, รัฐสภากัมพูชา, อนุสาวรีย์เอกราช, สถานีรถไฟ,ตลาดรัสเซีย,เกาะเพชรและตึกที่ทำการไปรษณีย์เก่าในสมัยกัมพูชาตกอยู่ภายใต้อาณานิคมฝรั่งเศสแต่ปัจจุบันถูกบูรณะซ่อมแซมให้ดูใหม่ขึ้นตึกเก่าสมัยยุคอาณานิคมมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในกรุงพนมเปญยืนท้าทายแดดลมเคียงคู่กับตึกใหม่ๆทันสมัยที่กำลังผุดขึ้นมากมายในกรุงพนมเปญเช่นตึกที่ทำการของตลาดหุ้นและตึกที่ทำธนาคารที่มีความสูงหลายสิบชั้นตลอดจนตึกอันเป็นที่ตั้งของโรงแรมชั้นนำที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อต้อนรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยนของประเทศกัมพูชาในอีก ๒-๓ ปีข้างหน้า




แต่ปัญหาที่จะตามมาของกรุงพนมเปญในอนาคตก็คือปัญหาการจราจรติดขัดเหมือนกับกรุงเทพฯแน่นอนเพราะถนนหนทางในกรุงพนมเปญนั้นแคบการขยายช่องทางจราจรเป็นไปด้วยความลำบากการแก้ปัญหาจราจรจะทำได้ก็ด้วยการสร้างรถไฟฟ้าลอยฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
กรุงพนมเปญในวันนี้จึงแตกต่างจากเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจนถนนหนทางแลดูสะอาดตาในยามค่ำคืนถนนสายต่างๆในกรุงพนมเปญจะเปิดไฟฟ้าสว่างไสวโดยเฉพาะบริเวณหน้าพระราชวังหลวงซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำสี่สายไหลมาบรรจบกันเรียกว่า “จัตุรมุข”เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวกัมพูชาในยามเย็นแดดร่มลมตก




นอกจากนี้บริเวณสถานีขนส่งในกรุงพนมเปญยังมีรถโดยสารปรับอากาศเดินทางไปยังนครโฮจิมินห์ระยะทาง๒๙๕กิโลเมตรถนนราดยางอย่างดีโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ ๖ ชั่วโมงค่าโดยสารคนละ 10-12 USD
- พนมเปญ- พระตะบองบนเส้นทางถนนหมายเลข๕ ระยะทาง ๒๙๑ กิโลเมตร
ผมใช้บริการของรถโดยสารประจำทางปรับอากาศเดินจากออกจากกรุงพนมเปญเป็นวงกลมรอบโตนเลสาปถนนราดยางอย่างดีผ่านจังหวัดกำปงชะนังและจังหวัดโพธิสัตว์ใช้เวลา ๖ ชั่วโมงก็เดินทางมาถึงยังเมืองพระตะบองเป็นเมืองเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญใหญ่เป็นอันดับ ๓ ในประเทศกัมพูชาตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทยที่บ้านแหลมในอำเภอโป่งน้ำร้อนจังหวัดจันทบุรีระยะทาง ๙๗ กิโลเมตรนักเดินทางหลายคนเคยเล่าให้ผมฟังว่าเมืองพระตะบองเปรียบเสมือนกับเมืองคู่แฝดของปราจีนบุรีเพราะครั้งหนึ่งในอดีตที่ผ่านมาเมืองพระตะบองเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของสยามในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยมีเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์เป็นผู้ปกครองเมืองปัจจุบันเมืองพระตะบองยังคงหลงเหลือกลิ่นไอของความเป็นไทยอยู่บ้างอาทิเช่นศาลากลางเมืองพระตะบอง



ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมการก่อสร้างของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ในจังหวัดปราจีนบุรี

- วัดดำไรซอหรือแปลเป็นไทยว่าวัดช้างเผือกเป็นวัดประจำตระกูลอภัยภูเบศร์เหนือกรอบประตูพระอุโบสถของวัดมีตราแผ่นดินรัชกาลที่ ๕ แห่งราชอาณาจักรสยามประดิษฐานอยู่ด้วย




ลักษณะของพระอุโบสถคล้ายกับโบสถ์วัดแก้วพิจิตรในจังหวัดปราจีนบุรี
-    อนุสรณ์สถานพระยาโคตรตะบองขยุงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในวงเวียนใจกลางเมืองพระตะบอง




-    นอกจากนี้แล้วในเมืองพระตะบองยังมีปราสาทหินนับ ๑๐๐ แห่ง สำหรับปราสาทที่มีชื่อเสียง เช่น ปราสาทวัดเอกพนม ปราสาทบานอน ปราสาทพนมสำเภา ปราสาทบาแสดและปราสาทเสนง เป็นต้นซึ่งแต่ละปราสาทมีขนาดเล็กไม่ยิ่งใหญ่และอลังการหมือนปราสาทหินต่างๆในเมืองเสียมเรียบ
ปัจจุบันจังหวัดพระตะบองกำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญจังหวัดหนึ่งในประเทศกัมพูชาเนื่องจากมีเขตแดนใกล้ชิดติดกับประเทศไทยทางด้านจังหวัดจันทบุรีปัจจุบันเราจึงเห็นอาคารบ้านเรือนใหม่ๆผุดขึ้นในเมืองพระตะบองมากมายเพื่อรองรับธุรกิจการค้าในจังหวัดพระตะบองที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
จากพระตะบองผมนั่งรถโดยสารดินทางผ่านจังหวัดศรีโสณสภาพถนนราดยางอย่างดีกลับมายังด่านปอยเปตในจังหวัดบันเตียเมียนเจย ระยะทาง ๑๑๕ กิโลเมตรจากนั้นเดินข้ามสะพานคลองลึกกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ.
ทริปนี้เป็นทริปการเดินทางสำรวจเส้นทางวงกลมรอบโตนเลสาปเขมรของผมโดยรถประจำทางท้องถิ่นในประเทศกัมพูชาหนึ่งในสมาชิกประชาคมอาเชี่ยนของเราแล้วท่านผู้อ่านล่ะครับมีโครงการที่จะสะพายกล้องท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนเพื่อนบ้านในประชาคมอาเชี่ยนของเราแล้วหรือยัง.